ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้ว...สำหรับลูกปัดสลักรูปสิงโต มาจากวัฒนธรรมอินเดียนั้นพบในแหล่งโบราณคดีดอนตาเพชร อ. พนมทวน จ. กาญจนบุรี และแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว อ. เมือง จ. ชุมพร
ทั้งยังมีการพบหวีทำด้วยงาช้างที่เมืองโบราณจันเสน อ. ตาคลี จ. นครสวรรค์ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 6-7 พบตะเกียงโรมันสำริดมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 6-7 พบพระพุทธรูปศิลปะอมราวดีของอินเดียมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 9
พบเหรียญกษาปณ์โรมันในสมัย Emperor Victorinus คือจักรพรรดิวิคโตรินุส ในแหล่งโบราณคดีอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี
จากหลักฐานที่พบได้เห็นร่องรอยการติดต่อค้าขายของกลุ่มชนชาวโลกกับชนชาวพื้นเมือง โดยเฉพาะเครื่องเทศของป่ากลายมาเป็นวัฒนธรรมแรกแย้มทางประวัติศาสตร์ไทย
ดังความคิดเห็นของชาร์ลส ไฮแอม และรัชนี ทศรัตน์...กล่าวทำนองว่า...รากเหง้าของอารยธรรมบนผืนแผ่นดินไทยนี้เป็นผลสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แต่มีการเสริมเติมโดยการติดต่อกับภายนอก...
ในความเป็นวัฒนธรรมที่วิวัฒนาการต่อแต่นั้นมาจึงเป็นช่วงต้นประวัติศาสตร์ คือราวพุทธศตวรรษที่ 11-16 มีวัฒนธรรมทวารวดี เห็นในบริเวณภาคกลาง ภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่
ราวพุทธศตวรรษที่ 12-18 มีวัฒนธรรมลพบุรี เห็นได้ในบริเวณภาคกลางเป็นส่วนใหญ่
และราวพุทธศตวรรษที่ 13-18 มีวัฒนธรรมศรีวิชัย เห็นได้ในบริเวณทางภาคใต้ของประเทศไทยนั้นแล.
สวัสดีค่ะ
มาศึกษาประวัติศาสตร์ค่ะ
ป.ล. อาจารย์โชคดีจังค่ะ ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิด กับพระอริยสงฆ์
ชื่นชมงานรจนาของพระคุณเจ้าป.อ.ปยุตฺโต มากเลยค่ะ
อ่านแล้วค่ะ..จบไปสองรอบเพื่อทำความเข้าใจแต่อ่านแล้วก็จำไม่ได้..อิอิ..
ขอบคุณความรู้ที่บางอย่างก็ไม่ทราบจริงๆค่ะ
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
อ้อ...เข้าใจครับ
หนังสือพุทธธรรมเล่มโต เป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกอุเลยนะครับ
ควรมีไว้อ่านยามเมื่อสนใจสัจธรรมอย่างจริงจัง...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณadd
โปรดอย่าอ่านเพื่อจำ ควรอ่านเพื่อให้เข้าใจนะครับ
อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณสามสัก
อ่านมาก รู้มากนะครับ
อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ