ใครจะเชื่อว่า แค่บรรทัดเดียวในหน้าเซ็นต์อนุมัติให้รับวิทยานิพนธ์ของกรรมการสอบในการเข้าเล่มวิทยานิพนธ์ จะทำให้เกิดเรื่องขึ้นจนได้

"เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่อง ก็ทำให้เป็นเรื่องขึ้นมาจนได้ นี่หรือคนเรียนระดับปริญญา"  
เมื่อได้ยินเพื่อนพูดแบบนี้ ชักรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

นิสิตปริญญาโทซึ่งเรียนภาคพิเศษ ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เรียนในสาขาการจัดการสารสนเทศสาธารณสุข ซึ่งใน มมส. ยังไม่มีอาจารย์ที่เรียนจบโดยตรงในสาขานี้ จึงต้องติดต่อให้ อาจารย์ในสายสารสนเทศจากภายนอกคณะ มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

ซึ่งอาจารย์ในสายสารสนเทศ มีทั้งอาจารย์ใน มมส. และอาจารย์จากต่างสถาบัน

นิสิตที่มาเรียนสาขานี้ ก็ไม่เคยเรียนวิชาพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ หรือสารสนเทศมาก่อน จึงต้องขวนขวายเรียนรู้ด้วยตัวเอง จนมาถึงขั้นการทำวิทยานิพนธ์ ต้องแก้ไขปัญหาต่างๆในการวิจัยด้วยความอดทน จนถึงขั้นวิเคราะห์ข้อมูลและสอบปากเปล่า ได้เรียนจบตามหลักสูตร สมดังความตั้งใจเสียที

สอบเสร็จ ก็เป็นการแก้ไขเนื้อหาต่างๆ ตามรูปแบบการเขียนบทนิพนธ์ของ มมส. เมื่อแก้ไขเสร็จสิ้น ก็นำเนื้อหาไปให้กรรมการสอบทั้ง 4 ท่านดู แล้วท่านจะเซ็นต์ชื่อลงในใบอนุมัติให้ตามลำดับ



ใบอนุมัติ


        คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ได้พิจารณาวิทยานิพนธ์ของ (ชื่อ-สกุลของนิสิต)
แล้วเห็นสมควรรับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญา.....(ชื่อปริญญา)..... มหาบัณฑิต
สาขาวิชา .........(ชื่อสาขาวิชา) .......   ของมหาวิทยาลัยมหาสารคา


คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์

..................................  ประธานกรรมการ
(ชื่อ - สกุล)          ( กรรมการบัณฑิตศึกษาประจำคณะ)


..................................  กรรมการ
(ชื่อ - สกุล)          ( ประธานกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์)

..................................  กรรมการ
(ชื่อ - สกุล)          ( กรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์)


..................................  กรรมการ
(ชื่อ - สกุล)          ( อาจารย์บัณฑิตศึกษาประจำคณะ)


          มหาวิทยาลัยอนุมัติให้รับวิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตาม หลักสูตร (ชื่อหลักสูตร) สาขาวิชา ....(ชื่อสาขาวิชา) ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม


...............................                ..................................
(ชื่อคณบดีของคณะ....)               (รศ.ดรไพฑูรย์ สุขศรีงาม)
(คณบดีคณะ(ชื่อคณะ)                 คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย
                                              วันที่ ...... เดือน.......พ.ศ.........


ที่เห็นคือ รูปแบบคร่าวๆ  ซึ่งนิสิตภาคพิเศษจะต้องไปตามขอลายเซ็นต์กรรมการทั้ง 4 ท่านให้ครบ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

กรณีของนิสิตที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่ใน มมส.ตลอด จะพบตอนไหนก็ได้ สามารถพิมพ์ชื่อเดือนและส่งเอกสารให้เซ็นต์ชื่อได้ทันตามกำหนดเวลา แต่ใช่ว่านิสิตทุกคนจะเป็นแบบนั้นทุกคน....

แต่ปัญหาเกิดขึ้น เพราะเวลาที่มีจำกัด นิสิตซึ่งอยู่ต่างจังหวัด ต้องเดินทางมาติดต่อในเรื่องนี้ แล้วรีบกลับไปทำงาน
เวลาที่มีจำกัด ทำให้ต้องเร่งรีบ เกิดการพิมพ์นามสกุลของกรรมการท่านหนึ่งผิดไปบ้าง หรือพิมพ์ชื่อคณะ ชื่อสาขาผิดไปบ้าง

มีเวลาน้อยจึงต้องโทรนัดหมายอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งอยู่ต่างสถาบัน แล้วเดินทางไปขอลายเซ็นต์ เมื่อนำมาส่งให้ฝ่ายวิชาการที่คณะช่วยดำเนินการขั้นต่อไป เมื่อตรวจสอบความถูกต้อง เห็นข้อผิดพลาด พิมพ์บางคำผิด ก็รีบติดต่อ ให้ไปตามลายเซ็นต์ใหม่

บางที อาจารย์ที่ปรึกษาต่างสถาบัน มีภาระกิจต้องไปประชุมต่างจังหวัด หรือไปทำวิจัยหลายสัปดาห์  เลยแจ้งให้นิสิตมาพบก่อน ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับเอกสาร จะได้รีบเซ็นต์ไว้ก่อน

นิสิตจึงเตรียมใบเซ็นต์อนุมัติไปให้ท่านเซ็นต์ไว้ก่อน

แต่ก็เกิดข้อผิดพลาดบ่อยครั้ง เช่น เร่งรีบ จนพิมพ์ตัวสะกดตรงนามสกุลผิด ก็ต้องไปเซ็นต์ใหม่

และจุดที่ผิดพลาดบ่อยที่สุด คือ บรรทัดสุดท้าย ตรงมุมล่างขวา ที่ลายเซ็นต์ของคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ซึ่งสังเกตเห็นในวิทยานิพนธ์ของปีก่อนๆ มักจะพิมพ์ชื่อเดือน และ พ.ศ.ลงไปเลย เพื่อความเรียบร้อยสวยงาม ตรงวันที่ เว้นไว้ให้ท่านคณบดีเซ็นต์ และเติมวันที่

เมื่อนิสิตต้องเตรียมใบเซ็นต์ไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นต์ล่วงหน้า จึงลงชื่อเดือนไว้ล่วงหน้า
แต่คราวนี้ นิสิตแก้ไขวิทยานิพนธ์ไม่เสร็จตามที่ตั้งใจไว้ วันเวลาล่วงเลยจาก ที่กำหนดไว้

ใบเซ็นต์ที่ระบุเดือน ก็ใช้ไม่ได้ ต้องพิมพ์ใบใหม่ ใส่ชื่อเดือนถัดไป แล้วไปขอพบอาจารย์ที่ปรึกษาอีกครั้ง

นิสิตภาคพิเศษซึ่งมีภาระงานเยอะอยู่ตลอด จึงส่งงานช้ากว่ากำหนด และเกิดปัญหาเกี่ยวกับใบเซ็นต์อนุมัติ จึงต้องนัดหมายขอเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษาต่างสถาบัน ซึ่งอาจารย์ก็ต้องมานั่งรอ เพื่อเซ็นต์อนุมัติให้ แล้วท่านก็ตำหนิในเรื่องนี้ ทำไมถึงไม่มีความแน่นอนสักที ต้องมาเซ็นต์ให้บ่อยๆ ไม่จบสิ้นเสียที

รวมๆแล้ว ไปพบอาจารย์ที่ปรึกษา เพราะเรื่องนี้ ถึง 6 ครั้งเข้าไปแล้ว จนอาจารย์ที่ปรึกษาชักหงุดหงิด เสียเวลาทำงาน เพราะต้องมานั่งรอนิสิต ซึ่งนิสิตเดินทางมาจากต่างจังหวัด ท่านจึงต้องรออย่างเดียว.....


เจอเข้าไป 6 ครั้ง  โดนตำหนิจนเริ่มรู้สึก จึงเกิดความสงสัย มีผู้โทรไปสอบถามทางบัณฑิตวิทยาลัย มมส.ว่า จำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องพิมพ์ชื่อเดือนในส่วนมุมล่างขวาของใบอนุมัติ ได้รับคำตอบว่า ไม่จำเป็น จะเว้นไว้ก็ได้

แหม กว่าจะใจกล้า สอบถาม ก็ผิดซ้ำๆซากๆ ต้องไปขอลายเซ็นต์ใหม่ถึง 6 ครั้ง ถ้าสอบถามตั้งแต่ครั้งแรกๆ คงไม่ต้องไปพบอาจารย์ในเรื่องนี้ บ่อยมากถึงเพียงนี้

ปีก่อน วิทยานิพนธ์ มมส. จะต้องเข้าเล่มถึง 9 เล่ม นั้นคือ ต้องเซ็นต์ใบอนุมัติ 9 ใบ แต่นิสิตคนหนึ่งจะเตรียมใบอนุมัติที่พิมพ์ชื่อเดือนเผื่อไว้ด้วย บางท่านเตรียมเผื่อไว้ 2 เดือน 3 เดือนมั่ง แล้วนัดไปพบอาจารย์พร้อมกัน

อาจารย์ที่ปรึกษาจึงเซ็นต์ชื่อจนเมื่อย (9x2) + (9x3) = ต้องเซ็นต์ชื่อร่วม 40 ใบ จะไม่ให้อาจารย์ที่ปรึกษาตำหนิได้ยังไงครับ

บางครั้งก็ไปขอลายเซ็นต์ใหม่ ก็ print ไปเผื่อ ต่ำที่สุด เซ็นต์ถึง 18 ใบ

* * มีหลายครั้งทีเดียว ที่หลายคนมักจะตัดสินไปตามความเคยชิน หรือความเห็นส่วนตัว อย่างการพิมพ์ชื่อเดือนใต้ลายเซ็นต์ เพราะเห็นนิสิตรุ่นก่อนๆก็พิมพ์มาแบบนี้ ถ้าไม่ทำแบบนี้ ถือว่าไม่ถูกต้อง

ไม่คิดไปสอบถามให้รู้จริง จึงต้องยอมเสียเวลา และทำซ้ำๆอยู่บ่อยๆ
คราวนี้ เมื่อมีนิสิตพิมพ์ใบอนุมัติ และเว้นตรงชื่อเดือนไว้ ไม่พิมพ์ชื่อเดือนลงไป

เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการของคณะเห็น ก็ร้องทัก แบบนี้ใช้ไม่ได้นี่นา ต้องพิมพ์ชื่อเดือนลงไปด้วยสิ!!!

มีผู้เสนอแนะมาว่า จูงให้พาเจ้าหน้าที่ ไปสอบถามกับทางบัณฑิตวิทยาลัยให้รู้ความจริงกันไปเลย 
ปัญหาที่ไม่น่าจะเป็นปัญหา ก็เลยเป็นปัญหาขึ้นมาจนได้!!

* นี่คือกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ