พี่เคยพูดกับน้องว่า "ที่ไหนอยู่แล้วมีความสุข ....ให้อยู่ที่นั่น  อยู่กับคนที่เห็นคุณค่าของเรา" แล้วภาพแห่งความสุขก็จะอยู่กับเราเสมอ

 

                นึกย้อนไป...สมัยเป็นเด็ก น้องสาวคนนี้ เคยทดสอบหัวใจของตนเอง  ด้วยการเดินเท้าจากบ้านในตลาด ถึงบ้านในสวน(ช่วงที่ย้ายมาจากนครปฐมใหม่ ๆ บ้านในสวนยังสร้างไม่เสร็จ) อายุน้องสาวตอนนั้นประมาณ 5 - 6 ขวบ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สมาชิกในครอบครัวบางส่วนต้องติดสอยห้อยตามไปกับพ่อที่บ้านในสวน ส่วนที่เหลือต้องอยู่กับแม่ 

                พี่จำได้ว่า....วันนั้นเป็นวันหยุดเรียน  พ่อเรียกลูก ๆ ที่พอจะช่วยพ่อได้ ให้ขึ้นรถไปบ้านในสวน ลูกที่ยังเล็ก ๆ ก็จะอยู่กับแม่  เมื่อพ่อออกรถไปแล้ว....ภาพเบื้องหลังนั้น... ตัวพ่อเอง และสมาชิกในรถหารู้ไม่ว่า...มีใครอีกคนที่ ตะโกน เรียก!!!!พ่อ  และโบกมืออยู่ไหว ๆ  เพื่อบอกอะไรบางอย่าง  แต่...ก็ไม่มีใครได้ยิน หรือสังเกตเห็นได้

.....

.....

                เมื่อมาถึงสวน ต่างคนก็จับโน่น ทำนี่กันตามความสามารถที่แต่ละคนจะทำได้ ตามคำสั่งของพ่อ   พี่ยังคงระลึกถึงวันนั้นได้ดี และไม่เคยคิดเลยว่า...หัวใจของน้องสาวคนนี้จะแข็งแกร่งกว่าที่คิด... ด้วยวัยเพียงแค่นั้นกับระยะทางจากบ้านในตลาดถึงบ้านในสวน  ระยะทางหาใช่แค่เพียง 1 หรือ 2 ก.ม.ไม่..... แต่ระยะทางตลอดเส้นทางนั้นร่วม 20 ก.ม.

                สิ่งทุกคนตกใจ!!  เพราะเบื้องหน้าของพวกเรา คือ...ภาพของน้องสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า ด้วยเนื้อตัวกร้านแดด.... เพราะอะไรหรือ? น้องถึงทำได้ขนาดนี้   มันผิดวิสัยของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเดินตามทางกลางแดดตลอดเส้นทาง 20 ก.ม. เพื่อ...มาให้ถึงตามความตั้งใจของตนเอง

                พ่อเข้าไปอุ้ม...น้อง  .... "มาได้อย่างไร?  แล้วแม่ไปไหน?  ใครมาส่ง?"  แล้วอีกหลาย ๆ คำถาม

                พี่จำได้ ว่า น้องพูดทั้ง ๆ น้ำตา...ว่า  "หนูเรียกพ่อแล้ว  แต่พ่อไม่หยุด หนูอยากมากับพ่อ หนูเลยวิ่งตามรถ" และเดินมาตลอดทาง เมื่อหิวน้ำก็แวะเข้าไปบ้านข้างทาง  ขอน้ำเขากิน.....  วันนั้น พ่อต้องรีบขับรถกลับบ้านในตลาด เกรงว่าเรื่องราวจะมากไปกว่านี้  เพราะรู้ว่าแม่ต้องเป็นห่วงและเป็นกังวลมากแค่ไหน

....

....

....

....

                ย้อนเรื่องราวในอดีต....เมื่อนำมาใคร่ครวญกับหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

                พี่รู้ว่า...หัวใจของน้องเจ็บปวดแค่ไหน? บนเส้นทางของชีวิต ที่บางครั้งยากที่จะปฏิเสธ  ยากที่จะโยนทิ้ง  แม้นจะไม่ยินดีที่จะรับ...แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัยโดยแท้

                ชีวิต..... มีเพียง สิ่งสองสิ่งที่สลับกันไปมา..ให้เราเรียนรู้

                เมื่อยอมรับได้     "สุข..ก็รู้ว่าสุข  ทุกข์...ก็รู้ว่าทุกข์"

                มาถึงวันนี้ พี่ยังคงนับถือหัวใจที่เข้มแข็งของน้องสาวคนนี้ เสมอ

 

             

                เบื้องหน้าอาจมีทั้งสิ่งที่ทำให้ใจเป็นสุข และทุกข์ ระคนกันไป  แต่เบื้องหลังหากเปราะบาง ก็คงเป็นเพียงน้ำแข็งที่ละลายแล้วเท่านั้น 

                พี่รู้เสมอว่า  "ธารน้ำแข็งที่สวยงาม ต้องยืนหยัดด้วยอุณหภูมิที่คงที่สม่ำเสมอ หากหลอมละลายแล้ว ธารน้ำแข็งจะไม่งามดั่งในรูป .....   ฝันที่วาดไว้...ก็คงเป็นเพียงแค่ความฝันหาเป็นจริงได้ไม่"

....

               ลูกเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ...ที่ยังคงเหลืออยู่ 

                น้องสามารถเริ่มต้นใหม่กับชีวิตได้เสมอ ตราบใดที่น้องยังมีความหวัง

            น้องเคยพูดกับพี่ว่า ลูกเรียนเก่ง...ลูกอยากเรียนแพทย์

....

 

                พี่และทุกคนในครอบครัวจะคอยเติมฝันให้น้องเสมอ  อย่าท้อทอย  อย่ายอมแพ้.... ต่อโชคชะตา

                อาจมีใครที่เคยผิดหวัง  อาจมีใครที่เคยล้มเหลว อาจมีใครที่เคยร้องไห้มาทั้งชีวิต

 

                แต่พี่เชื่อของพี่เสมอว่า...ความแข็งแกร่งของหัวใจที่น้องเคยแสดงออกมาให้ทุกคนเห็นในวัยเด็กยังคงอยู่ในตัวของน้องเสมอ   มาสร้างสิ่งมหัศจรรย์  ให้เกิดขึ้นเหมือนธารน้ำแข็งเบื้องหลัง   เพราะพี่รู้ว่าน้องของพี่ทำได้

 

 

 

และพี่หวังอยู่ในหัวใจลึก ๆ ของพี่เสมอ

ร้องไห้เสียใจได้ แต่อย่าหมดหวังและสิ้นหวังในหัวใจ

ความแข็งแกร่งทางจิตใจ แม้นมีสิ่งมากระทบให้สึกกร่อนลง

แต่ก็มิอาจทำลายสิ่งสวยงามที่ปรากฏอยู่ในจิตใจลงได้

และวันนั้น... หัวใจของ "แม่" คนหนึ่ง ก็จะมีความสุข

ดูธารน้ำแข็ง.... ที่อยู่เบื้องหลังของน้องซิ  หัวใจของน้องเท่านั้นที่จะรู้ว่า "งดงามเพียงใด"