จำได้ว่าเมื่อเดือนก่อน อ.หมอธิดา...โทรหาข้าพเจ้าว่า ทางบุรีรัมย์อยากจะเชิญไปพูดเรื่อง R2R แต่เนื่องด้วยกำหนดการนัดชนกัน ข้าพเจ้าไม่สามารถขยับหรือเลื่อนนัดตามวันเวลาได้...
แต่ด้วยใจที่อยากจะไปร่วมแบ่งปัน-แลกเปลี่ยนเรียนรู้...
ข้าพเจ้าจึงให้น้องโย๋ - ชลภัสสร ลองประสานเพื่อเลื่อนวันใหม่...ก็ได้ลงตัวที่วันที่ 1 กันยายน 2552 นี้...
ก่อนไปในความคาดหวัง เพียงแค่ใจปรารถนาที่อยากจะไปแบ่งปันเรื่องราวการขับเคลื่อน R2R ที่ยโสธร...ที่เป็นแบบไร้รูปแบบ ไร้กรอบ หากแต่เป็นไปในลักษณะ ของ "ใจ" ที่คนหน้างานอยากจะลุกขึ้นมาทำ และเราก็ดำเนินกลุ่มและการขับเคลื่อนไปในลักษณะนี้ ปราศจากการบังคับ และลดสภาวะความกดดันให้มากที่สุด เพราะลำพังภาระหน้างาน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพอื่นๆ ก็กดดันคนหน้างานพอสมควร ข้าพเจ้าจึงไม่ปรารถนาที่จะนำ R2R นี้ไปกดดันคนหน้างาน หากแต่อยากให้เป็นกิจกรรมที่คนหน้างานได้มองเห็นความดีความงามของการทำ R2R ด้วยตัวของเขาเอง และเป็นการทำที่ไม่โดดเดี่ยว หากแต่มีกัลยาณมิตรคอยเกื้อหนุนกันและกัน จูงมือกันไปเท่านั้น หวังเพียงให้คนทำงานประจำ มีความสุขในการงานที่ทำ แม้ว่าภาระงานนั้นจะไม่ได้จางหายไปเสียทีเดียว แต่อย่างน้อยช่วงชีวิตที่มีอยู่ ก็ให้เขาได้อยู่กับภาระงานที่หนักนี้อย่างที่มีใจที่เป็นสุขเท่านั้นเอง...
พอได้ไปถึง...ได้ไปพบกับคนหน้างานโรงพยาบาลบุรีรัมย์...
รู้สึกดีใจและประทับใจในการต้อนรับ และยิ่งมีคุณค่ายิ่งที่ได้กราบท่านผู้อำนายการ ... อ.หมอพิเชฐ ที่สมัยที่ท่านอยู่โรงพยาบาลยโสธร ท่านเกื้อหนุนให้ข้าพเจ้าได้ทำในสิ่งที่ข้าพเจ้าปรารถนาอยากจะทำ... ณ วันนี้ท่านมาเป็นผู้อำนวยการที่นี่ (บุรีรัมย์) และจะเกษียรอายุราชการในอีกไม่กี่วัน...นี้ เป็นเหมือนข้าพเจ้ามาทำงานตอบแทนคุณท่านที่บุรีรัมย์นี้ ...ข้าพเจ้าถือว่าการงานที่มาเชียร์ R2R ที่บุรีรัมย์ที่นี่ คือ การได้แสดงมุฑิตาจิตต่อท่าน...
บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ... มีพลัง และเป็นพลังแห่งความสุข ไม่ใช่พลังแห่งความกดดัน เรื่องเล่าเร้าพลังของ อ.หมอธิดา ทำให้ใจนี้ฮึกเฮิม...ประสบการณ์และเส้นทางการเข้าสู่ R2R ของคนหน้างานโรงพยาบาลยโสธร...เป็นเส้นทางที่นำไปสู่สภาวะ "จิตเจริญ"...
แม้การเดินทางไปร่วมเชียร์ R2R ที่นี่...หนึ่งวัน
แต่ในหนึ่งวันให้อะไรมากมาย...
เป็นความโชคดีที่ว่าทีม R2R-Facilitator ของบุรีรัมย์นำทีมโดย อ.หมอเอ๋ พี่ต้อยติ่ง และน้องโบว์...ได้ผ่านเส้นทางการเรียนรู้ที่ R2R ศิริราชมาแล้ว
ดังนั้น..ภาระกิจต่อจากการเชียร์ครั้งนี้เสร็จสิ้น ทีม R2R-Far นี้จะต้องสานต่อ ...โดย
1. ชี้ชวนคนหน้างานที่มาเข้าร่วมครั้งนี้ สกัดหน้างานนำไปสู่โจทย์วิจัย...ที่จะนำไปสู่การพัฒนางานประจำของตนเอง
2. ช่วยสนับสนุนให้คนหน้างานได้มีแรงใจ มีกำลังใจในการทำ ... ต่อเติมองค์ความรู้ที่พร่องหรือมีน้อย หรือขาดหายไป...และช่วยกันทำ R2R ให้ผ่านไปได้...
3. เชื่อม ... นำพาคนหน้างานให้ได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกัน ระหว่างคนภายในองค์กรด้วยกัน อย่างน้อยเดือนละครั้งคนหน้างาน - R2R น่าจะได้มาเจอกัน มาพูดคุยกัน มาแบ่งประสบการณ์กันและกัน ว่าทำอะไรถึงไหน เป็นอย่างไรบ้าง...ให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่ทิ้งหรือปล่อยมือออกจากคนหน้างาน และอาจนำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนหน้างานนอกองค์กรด้วยก็ได้...อย่างเช่นการมาของคนหน้างาน R2R ของยโสธร..ก็ถือได้ว่าเป็นการมาเชื่อมโยงกันและกันได้
4. ใช้... งานของใครที่มีอยู่แล้ว เข้าข่ายว่าเป็นงาน R2R ก็ชี้ให้เห็นถึงการนำไปใช้ หรือว่าเมื่อทำ R2R เสร็จ...ต้องมีการนำมาใช้ในงานประจำของตนเองได้ และสามารถต่อยอดพัฒนาต่อไปได้
ก่อนกลับ...ข้าพเจ้าได้เน้นกับ อ.หมอเอ๋ และพี่ต้อยติ่งว่า...ทำต่อ...
และที่สำคัญอย่าได้กดดันคนหน้างาน R2R อย่าเร่งหรือมุ่งเอาเฉพาะผลงานว่าจะต้องได้วิจัยเท่านั้นเรื่องเท่านี้เรื่อง... เพราะการทำ R2R นั้นมีคุณค่าที่เป็นได้มากกว่าการทำวิจัย



เห็นแล้ววว..สองรูปสุดท้าย..คุณเพื่อนแมวและคุณเพื่อนจันทร์ใช่หรือเปล่า?? ^_^
ภาพอีกคนคือ...น้องหน่องค่ะ
ไม่ใช่เพื่อนจันทร์ค่ะ และเจอแต่สามีต่ายค่ะ
อ้าว! คิดว่าเพื่อนจันทร์นะนี่ ดีจังไม่ได้เจอต่าย ได้เจอคุณต้น ก็เหมือนได้เจอต่ายเน๊อะ ^_^
5555
ไม่คิดว่า...เพื่อนต่ายเราจะได้แต่งงาน..(แซว)
มีพี่เดินมาบอกว่าเพื่อนต่ายมารอที่หน้าห้องประชุม แต่เราเลิกช้าต่ายต้องไปทำธุระก่อนก็เลยไม่ได้เจอกันกับเรา...
งาน บุรีรัมย์ งาน บุรีรัมย์ งาน บุรีรัมย์