วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใจไร้เมฆฝน
มองไปทางไหนก็สดชื่นแจ่มใสด้วยสีเขียวขจี
แห่งท้องทุ่งตามธรรมชาติแบบฉบับของชนบท
ทำให้ใจที่โง่พลอยอิ่มเอิบสดชื่นไปตามธรรมชาติ
บันทึกนี้จะเล่าเรื่อง..ไก่ใต้ต้นมะขาม.แห่งท้องสนามหลวง..
เมื่อวานอ่านข่าวของเดลินิวส์เจอข่าวหนึ่ง
ของ..ทีมงาน เดลินิวส์วาไรตี้..
พาดหัวว่าจัดระเบียบสนามหลวง
คืนความขลังโบราณสถานของชาติ
ในข่าวมีการพูดถึง..ไก่ใต้ต้นมะขาม..ซึ่งอาจจะเป็น
สัญลักษณ์ของสนามหลวงอีกอย่างหนึ่งที่มีคู่กันมานาน
เขาถามประมาณว่าทำไมถึงต้องมาเป็นไก่ใต้ต้นมะขามที่นี่ละ..
หญิงสาวที่ถูกถามพูดว่า..เพราะไม่มีทางเลือก..
และทางเลือกที่มีก็ไม่พอที่จะเก็บเงินส่งทางบ้าน ซึ่งเป็นหนี้สินอยู่มากมาย
เป็นคำตอบที่มองได้หลายแง่หลายมุมมอง..
แต่ที่ธรรมฐิตจะเล่านะเกิดกับลูกศิษย์มีว่า ครั้งที่ธรรมฐิตอยู่ที่มหานครแห่งนั้น
ใช้เวลาหลายปีเดินเทียวไปเทียวมาแถวๆระหว่างสนามหลวง
ในการที่จะศึกษาหาความรู้ใส่ตน และวันหนึ่งมีลูกศิษย์
(เป็นสามเณร)มาเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืน(คืนไหนจำไม่ได้แล้ว)
เดินกลับจากวัดมหาธาตุฯ ลัดทางสนามหลวง
อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาดี(เณรบอก)
มาชวนคุยแล้วชวนสามเณรไปเล่นเป่ายิ้งฉุบกัน(๕๕)
สามเณรบอกตกใจเลยรีบเผ่นเลย
ธรรมฐิตนึกในใจว่า..ไก่ใต้ต้นมะขาม..นั้นพูดหยอกสามเณร
หรือว่าเคยมีชายคลุมเหลืองหัวลื่นโล้นเคยจับไก่ใต้ต้นมะขามกันแน่
ดีนะที่สามเณรตกใจเผ่นซะก่อนไม่งั้นละก็..ไม่อยากนึกขอรับ..

จบข่าว
ธรรมะสวัสดีขอรับ
น่ากลัวจริงๆนะคะท่าน
เพื่อนหนูเคยไปเดินซื้อของมือสองที่สนามหลวง
พอกำลังกลับ โดนดึงแขนเลยค่า
เพื่อนบอกตกใจแทบช็อค"มาในสภาพดีๆหน่อยก็ไม่ได้"
..สาธุ..ดีว่าเป็นเณรนะเนียะ...พุทโถ่..พุดถัง
นมัสการพระคุณเจ้า
นมัสการค่ะ...หลวงพี่
ไม่เว้นเลยนะเจ้าค่ะ...แม้แต่ลูกเจี๊ยบ...แม่ไก่ใต้ต้นมะขามก็ยังจะจิกกิน ฮ้าย!! สังคม...ดีนะคะที่ลูกเจี๊ยบไม่บินหนี แล้วไปเจอผีขนมที่คลองหลอดอีก...
ขอบพระคุณเจ้าค่ะ
บางครั้งถ้าพูดได้จะบอกว่า..ไม่ต้องใส่ดีกว่ามั้ง..
สาธุขอรับพี่ครู..
ถ้าเป็นพ่อเจี๊ยบ..น่าดู..
สาธุขอรับอาจารย์..