วันที่ 1 กันยายน 2552 ในช่วงกระชั้นชิดกับการรับรองคุณภาพซ้ำ องค์กรของผมเค้าเลือกใช้การประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นการพัฒนาคุณภาพของทุกส่วนงานขององค์กรโดยมีสื่อเสียงตามสาย
ดำเนินรายการโดยนักจัดรายการในท้องถิ่นหรือแม้กระทั่งในองค์กรของเราเอง
การทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ในองค์กรของเราจำเป็นต้องมีการปรับปรุงต่อเติมอุปกรณ์ที่มีอยู่ให้สามารถตอบสนองกับความต้องการด้วย อุปสรรคก็จะมีให้เห็นเป็นปกติธรรมดาซึ่งเป็นธรรมชาติของงานที่เกิดใหม่ๆ
บางครั้งอุปสรรคก็เกิดจากการสร้างจุดสนใจให้กับงาน บางครั้งก็เกิดจากตัวทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ
หรือความสามารถของบุคลากรที่ปฏิบัติงานนั้นๆ
แต่ในแง่ของการบริหารจัดการ บางทีก็มีไหวริบดี เชี่ยวชาญการใช้ศิลปะในการบริหาร
คนทำงานก็จะต้องทำงานให้บรรลุผลต่อไป เนื่องจากเงื่อนไขที่ตั้งมันไม่เป็นเงื่อนไข
และบางครั้งก็เลยไปถึงจะเป็นจุดอ่อนได้
ตามปกติ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดกันทุกที่ทุกเวลา ก็เขียนจากมุมมองที่เห็น และบันทึกไว้อ่านนะครับ
ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนทำงานและก็เป็นส่วนสร้างอุปสรรคในการบริหารเช่นเดียวกัน
งานของผม จากการไตร่ตรองดูก็คิดว่าไม่ค่อยสำคัญเท่าไร และก็เป็นงานที่มีข้อจำกัดค่อนข้างมากทีเดียว เนื่องจากต้องทำการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลผ่านระบบทีวีวงจรปิดซึ่งมันมีทั้งภาพและเสียง
อุปกรณ์ก็ไม่ครบจำเป็นต้องมีการประยุกต์สิ่งของที่มีอยู่ทำให้สามารถใช้งานได้
งานนี้ผมก็ใช้เครื่องวิชวลไลเซอร์(เครื่องที่มาทำหน้าที่แทนเครื่องฉายแผ่นใส)มาทำเป็นตัวสลับภาพไปมาระหว่างกล้อง 2 ตัว และตัวเครื่องเองก็ทำหน้าที่เป็นกล้องตัวที่สามใช้นำเสนอข้อมูลจากสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ และใช้กล้องอีกตัวทำหน้าที่ในการบันทึกรายการดังกล่าว
ส่วนเรื่องของเสียงก็ใช้มิกเซอร์ และใช้ไมค์โครโฟนแบบมีสาย ทำเป็นระบบเสียงที่สามารถควบคุมความแรงค่อยของสัญญาณที่เข้าสู่ตัวบันทึก
ก็ดูโดยรวมก็จะเห็นถึงการนำสิ่งต่างๆ มาผสมกัน และก็สามารถตอบสนองความต้องการที่ตั้งได้
ก็รู้สึกดีมากครับ
และวันนี้ก็บันทึกกันไป 5 รายการ ผลงานก็ออกมาใช้ได้ดี จะขาดก็เรื่องของเทคนิคในการตัดต่อ แต่งเติม เพื่อให้งานน่าสนใจขึ้น ส่วนนี้ถ้าผมทำก็จะเกิดความล่าช้าในการเผยแพร่ก็พยายามทำล่ะครับเท่าที่สามารถทำได้
การเผยแพร่ทีวีวงจรปิดกับองค์กรของผม จากการสอบถามและดูสภาพการทำงานที่เป็นจริง
ข่าวสารจะไม่ค่อยไปถึงเจ้าหน้าที่กลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องภาระงานที่เต็มมือ ไม่มีเวลามาชมทีวีกันหรอก แต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่สามารถรับชมไปพลางทำงานไปพลาง อย่างนี้ก็คงได้บ้าง
แต่ในปัจจุบันองค์กรเค้ามีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ก็ธรรมดาเดี๋ยวนี้เป็นยุคคอมพิวเตอร์
เรามีอินทราเน็ตใช้กัน จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันก็เลือกที่จะนำคลิปวีดีโอเผยแพร่ผ่านระบบอินทราเน็ต ก็ทำให้เกิดสิ่งหนึ่งขึ้นนั่นก็คือ ทุกคนสามารถรับชมได้ในทุกที่ทุกเวลาภายในองค์กร
และยังมีข้อมูลการเข้าชมให้รู้อีกว่าจำนวนเท่าไร
นี่ก็เป็นมิติใหม่ขององค์กรของเรา
อ้อผมลืมบอกไปว่าที่ทำมานี้ ผมค่อยๆ ทำไปคนเดียวเลยครับ เพราะสามารถทำได้ ..
จริงๆ อยากได้คนช่วย แต่เนื่องจากแต่ละคนก็มีภาระงานกัน การขอคนมาช่วยค่อนข้างยุ่งยากทีเดียว
ก็ทำคนเดียว และพอเราทำงานซึ่งเป็นงานขององค์กรมันก็จะเกี่ยวข้องกับหลายส่วน ก็มีหลายคนอาสาเต็มใจเข้ามาช่วย เนื่องจากต้องการมีส่วนในการรังสรรค์งาน คนช่วยก็จะมาในลักษณะแบบนี้ และเขาก็จะได้สิ่งตอบแทนก็คือความสุข ความปลื้มใจที่ได้จะบอกกล่าวกับคนอื่นว่า ถ้าเค้าไม่ได้เข้ามาช่วยจัดนะ ภาพรายการที่ออกมาก็จะดูไม่สวยอย่างนี้หรอก ตรงนั้นน่ะความคิดของชั้นเลย..
นี่ก็เป็นวัฒนธรรมขององค์กรเรา ผมว่าดีมากๆ เนื่องจากมันเป็นศิลปะในการทำงานครับ