พลิกวิกฤติ ให้เป็นโอกาส จาก บรรยากาศการประชุม

    บันทึกนี้  ขอเล่าบรรยากาศการประชุมร่วมกับอำเภอบ่อไร่  ที่มีท่านนายอำเภอเป็นประธานการประชุม   ผู้เข้าประชุมเป็นหัวหน้าส่วนราชการ ทุกกกระทรวงทบวงกรม ที่อยู่ในอำเภอ  รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียนด้วยทุกโรงเรียน

    ก่อนประชุม ผมเปิดวาระการประชุมอ่านดู   พบวาระการประชุมครั้งที่แล้ว มีผู้เข้าประชุมกล่าวถึงเด็กนักเรียน   สรุปได้ว่า

     "พบเด็กนักเรียน  ไม่ไปเรียนหนังสือ  แต่อยู่ในร้านเกมส์   ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เข้ามาดูแลด้วย"

     ผมก็เลยนำประเด็นดังกล่าวจุดประกายเพื่อขยายผลต่อ เป็นการปรับวิกฤติให้เป็นโอกาสครับ

     ผมนำเสนอต่อที่ประชุมว่า   เด็กหนีเรียนไปเล่นเกมส์   มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนี้ครับ

     1.  โรงเรียน  ที่เกี่ยวข้อง คือ  เจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤติ (สารวัตรนักเรียนเดิม) จะต้องจัดให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤติออกตรวจ นักเรียนที่มีพฤติกรรมดังกล่าว

     2.   วัฒนธรรมอำเภอ  เกี่ยวข้องคือ การตรวจร้านเกมส์ที่ปล่อยให้เด็กเข้าไปเล่นในเวลาเรียน ถือว่าผิด

      3.  คณะอนุกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ระดับอำเภอ ที่มีท่านนายอำภอเป็นประธาน  จะต้องจัดประชุมเพื่อหาทางแก้ปัญหาเด็ก

       ผมจุดประกายไว้แค่นี้ ท่านนายอำเภอก็นำไปขยายผลต่อในที่ประชุม  พร้อมกับมีผู้อภิปรายกันอย่างหลากหลาย

      ประเด็นเนื้อๆ ที่ได้ ที่สำคัญและน่าสนใจ คือ

      1.  ผู้เข้าร่วมประชุมท่านหนึ่ง เป็นคณะทำงานของสถาบันรามจิตติ หรือ Child watch ของ ดร. อมรวิชช์ นาครทรรพ  ได้นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนไว้น่าสนใจมากครับ หลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่อง การท้องก่อนวัยอันควร ของ พ่อแม่วัยรุ่น โดยบอกว่าเป็นการท้องที่ไม่ได้เกิดจากความรัก (เกิดจากความใคร่) เป็นปัญหามาก

      2. ท่านนายอำเภอ ตกลงมีมติให้จัดประชุมคณอนุกรรมการคุ้มครองเด็ก ระดับอำเภอ ในเดือนตุลาคม  เพื่อวางแผนแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม   ผมแอบกระซิบเลขาฯ คณะอนุกรรมการชุดนี้ว่า จะประชุมเมื่อไร ให้ส่งข่าวบอกผมด้วย ผมจะขอเข้าร่วมประชุมด้วย

      ครับ  ก็เป็นการจุดประกายเล็กๆ เพื่อเด็กบ่อไร่ครับ  หลังจากประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองเด็กในเดือนตุลาคม คงมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ