อยากให้ทุกคนให้เวลากับตัวเองในเรื่องของสุขภาพให้มากขึ้น โดยอย่าบอกแค่ว่า ไม่มีเวลา เพราะการออกกำลังกายนั้น ไม่ได้รบกวนเวลาของเรามากมายอะไร และเราก็ทำเพื่อตัวของเราเอง

กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมาผมได้ใช้ความพยายามอย่างหนักและลดความพยายามลง เรื่อยๆ ในการที่จะลดน้ำหนักของตัวเองลง ซึ่งมากเกือบ 90 กิโลกรัม

ที่บอกว่าใช้ความพยายามอย่างหนักคือ การเริ่มต้นนั้นต้องเอาชนะใจตัวเองและสังขารที่ไม่เหมือนตอนหนุ่มๆ และที่ลดความพยายามลงเรื่อยๆคือ ความเคยชินกับการต้องไปออกกำลังการชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นกิจวัตรเลยทีเดียว

การลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองมีมูลเหตุ 2 ประการ

1. ร่างกายผิดปกติไป ทั้งรูปทรงและสมรรถนะ

2. อยากอยู่ในโลกใบนี้นานขึ้นอีกสักนิด

ก่อนที่จะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองในเรื่องสุขภาพนั้น พบว่าตัวเองมีรอบเอวที่มากถึง 38 นิ้ว และมีแนวโน้วที่จะถึง 40 นิ้วในอีกไม่นาน และบางครั้งเกิดอาการหน้ามืด หวิวๆ เป็นประจำ อาจเป้นเพราะคลอเลสเตอรัลในกระแสเลือดพุ่งทะลุเพดาน ... อันตรายเริ่มมาเยือน

คิดอยู่ในใจ ... หากตัวเราเป็นอะไรไป ภรรยาและลูก คงลำบาก และหากเป็นอะไรไปและอยู่เป็นภาระของเขาด้วยยิ่งแย่ใหญ่ เพราะปัจจุบันโรคหลอดเลือดสมอง ไขมันอุดตัน และโรคหัวใจ มีอัตราการเป้นโรคนี้มากมาย ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ผมต้องตระหนัก

และผมก็ทำสำเร็จ ถึงแม้ยังไม่ถึงเป้าที่คาดหวัง แต่ก็พอใจกับสิ่งที่ทำด้วยตั้งใจ

จากน้ำหนักเกือบ 90 กิโลกรัม สามารถลดลง ณ ปัจจุบัน ไม่ถึง 80 กิโลกรัม

... 10 เคจี (Kg)...หายไปแล้ว

วิธีการคือ วิ่งทุกเย็นหลังเลิกงานที่สนามจันทร์ 3 รอบในช่วงเริ่ม และปัจจุบันเพิ่มขึ้นถึง 6 รอบ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่พอดีไม่ตามใจปาก รวมถึงทานมื้อเย็นให้เร็วขึ้นในปริมาณที่พอเหมาะและเหมาะสม

วันนี้อาการผิดปกติที่เคยมี ทั้งรูปทรงของร่างกายและสมรรถนะ เริ่มดีขึ้น รอบเอวก็ลดลงเหลือ 34 นิ้ว  อาการหน้ามืดหวิวๆ ก็หายไป เช่นกัน

และผมก็เดินทางมาถึงจุดยากที่สุด ...คือการรักษาร่างกายไม่ให้กลับไปเป็นเช่นเดิม

อยากให้ทุกคนให้เวลากับตัวเองในเรื่องของสุขภาพให้มากขึ้น 

โดยอย่าบอกแค่ว่า ไม่มีเวลา

เพราะการออกกำลังกายนั้น ไม่ได้รบกวนเวลาของเรามากมายอะไร

และเราก็ทำเพื่อตัวของเราเอง