เติมเต็มสิ่งที่หายไป

โรคของคนไทยในปัจจุบัน คือ โรคขาดความรัก..ความเข้าใจ โรคนี้เมื่อเป็นแล้ว ต่อให้มีเงินมากสักแค่ไหนก็รักษาไม่หาย สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก คนส่วนใหญ่มุ่งหวังความสุข และตั้งเข็มทิศไปหาความสุข โดยเข้าใจว่า ทางที่จะๆไปถึงความสุขต้องผ่านการหาวัตถุให้เพียงพอเสียก่อน จึงจะไปถึงจุดหมายได้ คนมากมาย...จึงหลงอยู่ในวังวนนั้น...จนลืมไปว่าเป้าหมายเมื่อเริ่มเดินทางนั้นต้องไปทางไหนและเพื่ออะไร...
เราวุ่นวายอยู่กับหน้าที่การงาน ด้วยการโถมใจลงไปทำมันทั้งตัวและหัวใจ หน้าดำคร่ำเครียด หน้าตายุ่งอยู่ตลอดเวลา แล้วบอกคนอื่นว่ายุ่งเหลือเกิน ไม่มีเวลาคุย...เดี๋ยวจ้องทำโน่นทำนี่อีก....กลับบ้านก็คิดถึงเรื่องที่จะต้องทำพรุ่งนี้....รุ่งขึ้นก็ทำ ๆ ๆๆ... เป็นวงจรอยู่อย่างนั้น....

ไม่มีใครกล้าพอที่จะเอามือมาสะกิดหรือบอกเขาว่า“หยุดเสียหน่อยไหม.... พักสักนิดเถอะ....แล้วหลับตา...สัมผัสกับสิ่งรอบตัว....รู้สึกถึงลมเย็นๆ ที่มากระทบผิว รับรู้เพลงเบาๆ ที่มีกระทบหู...รู้ถึงลมหายใจที่ปลายจมูก...รู้สึกถึงใจที่มันหนักอึ้ง...แล้วนึกให้ดีๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่....ทำไมต้องไปทำมากมายขนาดนั้น...”
เราตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินมาตลอดทั้งชีวิต เพื่อผ่อนรถ ผ่อนบ้านหลังใหญ่ๆ เพื่อให้ครอบครัวสุขสบาย แต่..ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่เคยมีเวลาอยู่กับครอบครัวเลย.. ลองพิจารณาดูดีๆ ว่าทุกอย่างที่เราทำไปนั้น เพื่ออะไร เพื่อใครกันแน่...
ถามใจเราดูว่า วันนี้เราจะเลือกมีชีวิตอย่างคร่ำเครียด กับความหวังลมๆ แล้งๆ ตลอดชีวิต หรือจะมีชีวิตที่รายล้อมด้วยคนที่เรารัก.....
ลองให้เวลากับคนที่เรารักให้มากขึ้น..มีเวลาคุยกัน ฟังในสิ่งที่แต่ละคนเล่า...เข้าใจในสิ่งที่เขาอยากให้เรารับรู้ คุยถึงความรักกับคนใกล้ตัวให้มากที่สุด
เราก็จะรู้ว่า..จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนั้น เพื่อที่จะหาเงิน จนวันหนึ่ง คนที่เรารักต้องจากไป อย่างโดดเดี่ยว...กว่าจะรู้ตัวมันก็สายไป
ชีวิตของเรายังมีอะไรอีกตั้งมากมายให้ทำและค้นหา ไม่ได้มีแต่ งาน งาน งาน เพียงอย่างเดียว เรายังมีครอบครัว มีพ่อ แม่ ลูก คนรัก ซึ่งทุกคนรักเราและอยากอยู่กับเรา ดังนั้น อย่าให้สิ่งที่คิดว่าเราทำเพื่อเขามาทำลายสัมพันธภาพ ทำลายความสุขของคุณและคนที่คนรัก เพราะมันอาจสายจนเกินไป
¬จำได้ไหมว่า....เมื่อไหร่คือครั้งสุดท้ายที่คุณกอดคนที่คุณรัก...ทำเสียตอนนี้ ก่อนที่คุณจะไม่ได้มีโอกาสทำ
¬ให้ความสำคัญกับการใช้เวลากับเวลากับครอบครัว ปิดมือถือ แล้วสนใจกับคนที่อยู่ตรงหน้าคุณ
¬ถามตัวเองเสมอ เมื่อพูดคำว่า “ยุ่งมาก อย่างพึ่งกวน” ว่าขณะนี้เราทำงานเพื่อครอบครัว หรือ เพื่อจะลืมครอบครัวกันแน่
¬ถามคนที่เรารักว่าเขาต้องการอะไรในชีวิต
¬ย้ายโทรทัศน์ออกจากห้องนอน เพราะห้องนอนเป็นห้องที่คุณสามารถเข้าใจคนที่คุณรักและตัวคนเองได้มากที่สุด
¬หาเวลาไปออกกำลังกายร่วมกัน แล้วให้รางวัลการออกกำลังด้วยการหาอะไรอร่อยๆ ทานกัน หรือไปร้านหนังสือ ตบท้ายด้านหาหนังสือดีๆ ติดมือกลับบ้านคนละเล่ม
¬เลิกใช้การเดินช้อปปิ้งตามห้างฯ เป็นทางเลือกในวันหยุดของครอบครัว ลองเลือกใช้สนามหน้าบ้าน สวนสาธารณะ หรือชายหาด เป็นทางเลือกแรกที่จะใช้เวลาด้วยกันดีกว่า
¬ปัดฝุ่นเกมเศรษฐีแล้วชวนกันเล่นทั้งครอบครัว
¬ชวนกันนอนนับดาวกันที่สนามหญ้าในเวลาเดือนมืด… ความอบอุ่นจะแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจของทุกคนในบ้าน...ของเรา

ขอบคุณ เข็มทิศหัวใจที่ช่วยชี้นำแนวทางดำเนินชีวิต
บันทึกนี้ดีครับ
ทำให้หันกลับมามองครอบครัวและตัวเอง
ความสุขไม่ใช่อยู่ที่ใหนไกลตัวเลยนะครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับครูใจดี
สวัสดีค่ะพี่ครูใจดี
แวะมาเยี่ยมค่ะ สบายดีนะค่ะ
คิดถึงค่ะ ^_^
ไม่มีใครรักเราเท่ากับคนในครอบครัว
ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนเสมอๆ ค่ะ
น้องอาร์มสบายดีนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาทักทายค่ะ
แวะมาอ่านเรื่องราวดีดี..เห็นทีจะพักงานไว้บ้างสักหน่อยนะคะแล้วหันไปกอดคนรอบตัวที่อยู่ใกล้ๆ..คุยกันให้เข้าใจและที่สำคัญคงหาโอกาสไปนอนนับดาวบ้างนะคะ..ขอบคุณค่ะ
เขียนยาวกว่าเจ้าของบล็อกอีกแล้วคะ ไปก่อนนะคะ บาย บายๆ คะ
ครูใจดีคะ ลบออก ซักอันหน่อยนะคะ คนดี ดีนะที่พี่สุเขียนไว้ไม่หายไปด้วย พอกด มันก็มีลักษณะแปลกๆ อันเขียนยาวๆนี่ใจหายแวบ ถ้าเห็นเรื่องผลุบโผล่ ไม่หาย แต่กลายเป็น สองบท ลบออกหน่อยนะคะคนดี ไม่ใช่คิดถึงมาก เลยเขียนสองบท ไม่ใช่ มันวูบๆวาบๆ จะเป็นเพราะครูใจดี ดึงภาพโหลดมาหรือเปล่า มันเป็นเช่นนี้แหละ ถ้าใครโหลดภาพมาเลย ระวังเรื่องเขียนในเม้นท์จะเป็นแบบนี้แหละคะ ทีละ 2 ครั้งเลย จะมีอีกไหม สังเกตุดูนะคะ ภาพที่หามาประกอบ ซึ้งและน่ารัก ดูบล็อคมีชีวืตชีวาคะ ไปแหละ
ข้อ ความที่ ครูให้ มา
หมายถึง การดูแล ครอบครัว
การเอาใจใส่ คนที่เรา รัก
อย่าคิด ถึง แต่ งาน งาน งาน อย่าง เดียว ...!!
ถ้าเรา คิด ถึง แต่ งาน
และไม่คิดถึง คนที่เรา รัก
เราจะเสีย ใจพายหลัง
ว่า วัน นั้น คุณ
จะเสียใจ มากที่ สุดๆ
เพราะ
คุณไม่ สน ใจ คนที่ คุณ รัก เลย
คุณ เก็บเงิน อย่างเดียว ที่ชัวิต
แต่ คน ที่คุณ รัก
เค้า ต้อง การ อะไร คุณ
ได้ ถาม เค้า หรอ ยัง ....????
ขอบคุณที่มาทักทายค่ะ
"ภาพที่หามาประกอบ ซึ้งและน่ารัก ดูบล็อคมีชีวืตชีวาคะ "
สวัสดีค่ะ แว้วมาเยี่ยม ขอบคุณที่ แว้วมาเยี่ยม
แล้วมาใหม่นะ...555
สวัสดีค่ะ
ชอบข้อคิดหลาย ๆ ข้อในบันทึกนี้ค่ะ
ส่วนตัวแล้ว เป็นจำพวก หมกมุ่น ครุ่นคิด บางทีก็ลืม ๆ ไปหลายอย่างค่ะ ข้อที่ทำบ่อย ๆ กับหลาน ๆ ก็คือ...
¬ชวนกันนอนนับดาวกันที่สนามหญ้าในเวลาเดือนมืด…
มีหน้าที่ต้องเล่านิทานและดูแลเด็ก ๆ ก่อนที่แม่เขา (หลานสาว) จะมีเวลาว่างมาดูเด็ก ๆ ค่ะ
อีกข้อหนึ่งก็คือ จะหาเวลาเขียนการ์ดทำมือ...ส่งให้คนที่เรารัก เพื่อน ๆ พี่ ๆ เสมอ เมื่อมีโอกาสค่ะ
ขอบคุณข้อคิดดี ๆ ค่ะ
(^___^)
อิอิ พี่สุนี่เม้นยาวจริง ๆ ค่ะพี่ครูใจดี
ภาพนี้ก็น่ารักค่ะ ว้าววววววนอนนับดาว