กว่าจะเข้าใจคนของสังคม : กรณีน้องหม่อง ทองดี

  ติดต่อ

  สื่อช่วยคลี่คลายอะไรได้หลาย ๆ อย่าง ช่วยให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย ช่วยให้เรื่องที่ถูกดองไว้หลายเดือนกลายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและต้องรีบทำมากที่สุด ดังเช่นเรื่องน้องหม่อง ทองดี  

ช่วง ๒ – ๓ วันนี้ตั้งใจจะทำงานอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ก็ไม่ได้ทำตามที่วางแผนไว้ เพราะคุยโทรศัพท์ทั้งวัน โทร.แบตหมดตลอด ไม่เคยต้องชาร์ตแบตมากขนาดนี้

เหตุเกิดจากข่าวเพียง ๑ หน้าเท่านั้น ซึ่งตอนที่เราเขียนข่าวนั้นไม่ได้คิดว่าข่าวจะดังถึงเพียงนี้ หลังจากที่ อ.พันธุ์ทิพย์ (อ.แหวว) ส่งข่าวที่เราเขียนไปถึงนักข่าวต่าง ๆ นั่นล่ะคือการจุดชนวนในวันนั้นทันที ครึ่งบ่ายวันนั้น และ อีกสองวันต่อมารู้สึกว่าปวดหัว ปวดหู และทำให้รู้จักใครต่อใครมากมาย ทั้งสื่อ ทั้งหน่วยงานราชการต่าง ๆ ทยอยโทร.เข้ามาไม่ขาดสาย

ข่าวที่ว่าก็คือ ข่าวเด็กคนหนึ่งที่ได้รับรางวัลเป็นตัวแทนประเทศไปแข่งเครื่องบินกระดาษพับ ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น แต่ยังไม่รับอนุญาตให้ออกนอกประเทศเสียทีซึ่งได้ทำเรื่องขออนุญาตไปหลายเดือนแล้ว เด็กคนนั้นก็คือ น้องหม่อง ทองดี ซึ่งตัวน้องหม่องเองก็ไม่ได้รับรู้เรื่องราวตรงนี้ด้วยเพราะทางครูที่โรงเรียนคงไม่กล้าบอกน้องเขากลัวน้องเขาจะไม่มีกำลังใจในการฝึกซ้อมต่อไป

ขนาดเราไม่ใช่น้องหม่องเองยังรับโทร.ไม่หยุด จึงคิดไปถึงน้องหม่อง หรือ ผู้อำนวยการบ้านห้วยทราย (ผอ.ดวงฤทธิ์ เกติมา) จะรับโทร.มากขนาดไหนกันเชียว จึงได้โทร.ไปสอบถามจึงรู้ว่า เป็นเหมือนกัน และโรงเรียนก็เต็มไปด้วยนักข่าวทั้งวันและทุกวัน เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้หันไปคิดถึงคนของประชาชนไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ดารา นักร้อง นักกีฬา ต่างก็จะต้องโดนสื่อติดต่อ สอบถาม ความเคลื่อนไหว ความเป็นอยู่อยู่เรื่อย ๆ จึงรู้สึกเห็นใจ คนของประชาชนขึ้นมาทันที

แต่ถึงอย่างไรก็คงต้องยอมรับว่าสื่อช่วยคลี่คลายอะไรได้หลาย ๆ อย่าง ช่วยให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย ช่วยให้เรื่องที่ถูกดองไว้หลายเดือนกลายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและต้องรีบทำมากที่สุด ดังเช่นเรื่องน้องหม่อง ทองดี

ไม่ว่าใครจะเป็นอย่างไร ใครจะได้รับผลกระทบอะไร แต่เราทุกคนก็คงต้องให้ความสำคัญ , สนใจกับเหตุการณ์ที่ถูกละเมิด และเผยแพร่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรแต่วันนี้คงต้องขอบคุณสื่อทุกแขนง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สนใจและร่วมกันช่วยแก้ปัญหา ผลักดันให้น้องหม่องได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเดินทางไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น สมกับที่น้องหม่องน้อยตั้งใจไว้  ขอบคุณจริง ๆ @@

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน bkk.legal-consult

หมายเลขบันทึก: 292415, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-12 09:05:55+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #สื่อ#ขอบคุณ#bkk.legalclinic#เด็กชายหม่อง ทองดี#โรงเรียนบ้านห้วยทราย

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (4)

ความสำเร็จอยู่ที่ (๑) ข้อเท็จจริงที่ถูกประมวลอย่างถูกต้องและนำเสนออย่างชัดเจน (๒) ความน่าเชื้อถือของผู้ส่งข่าว และ (๓) ความช่วยเหลือของสังคมรอบด้าน

มาส่งกำลังใจให้นะครับ  สู้ๆนะครับ

 

เม่น
IP: xxx.87.130.28
เขียนเมื่อ 

คงต้องรอดูผลว่าน้องหม่องจะได้เดินทางหรือไม่ แล้วรัฐไทยจะผูกมัดเด็กมากน้อยแค่ไหน ... เม่นเห็นว่าตอนนี้สื่อกำลังมุ่งไปประเด็นที่ว่า จะได้ไปหรือไม่ได้ไป ถ้าเด็กได้ไปคงไม่มีใครค้าน เพราะนำชื่อเสียงมาให้ประเทศไทย แต่ถ้าเด็กไม่ได้ไปนี่สิ!!.. สื่ออาจจะวกกลับเข้ามาเรื่องสัญชาติ และลามไปถึงเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

รุจน์
IP: xxx.131.212.103
เขียนเมื่อ 

ต้องขออภัยทีมงานด้วยครับ

เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่โทรไปสอบถามข้อมูล

จนเป็นเหตุให้แบตฯ ของทีมงานหมด :)

แต่เสียงที่ผมได้ยินตลอดการสนทนา

ไม่ได้เห็นถึงความอ่อนล้าจากคนปลายสายเลยแม้แต่น้อยนิด

สื่อก็ช่วยได้เยอะอย่างที่ว่าจริงๆ ครับ

สื่อมักจะชอบ "ความโรแมนติก"

แต่โรแมนติกมักจะ "อายุสั้น"

ดังนั้นในสายตาของสื่อ (จำนวนหนึ่ง)

เคอิโงะ (หาพ่อญี่ปุ่น)จึงมีได้คนเดียว

และน้องหม่อง ก็อาจจะมีได้แค่คนเดียว

ความท้าทายจึงอาจอยู่ที่

การช่วยกัน "ทำการบ้าน"

เพื่อควานหา "ประเด็นสื่อสาร"

ขึ้นมาจากทะเลของคนทุกข์ยาก