การเลียนแบบสิ่งที่ดีและนำไปปฏิบัติย่อมเกิดผลดีเสมอ แต่ทุกสิ่งอย่างที่ทำลงไปต้องมีสติด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี

เมื่อวานตอนเช้าได้มีโอกาสตาม อ.พันธุ์ทิพย์ (อ.แหวว) ไปทำบุญที่วัดสระเกศ เนื่องในโอกาสนักเรียนสถาบันพระปกเกล้าหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๑ (สสสส.) ได้ทำบุญวันเกิดให้กับนักเรียนที่เกิดเดือนสิงหาคม คนที่ไปร่วมงานก็มีทั้งคนที่เกิดและไม่ได้เกิดเดือนสิงหาคม แต่ทุกคนล้วนตั้งใจไปทำบุญด้วยกันทั้งสิ้น

ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปกับอ.แหวว แต่มีเหตุที่ต้องไปช่วยถือเครื่องสังฆทานเลยตามไปด้วย และจะได้ทำบุญให้กับญาติและพี่ใหญ่ด้วย

คิดไม่ผิดเลยที่ได้ตามอ.แหววมาร่วมงานด้วย ได้รู้จักคนมากขึ้น ได้รู้จักสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น เปิดโลกในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ได้แนวคิดอะไรมาเยอะมาก ผู้ใหญ่แต่ละท่านก็มีแนวคิดมาแลกเปลี่ยนกัน มาพร่ำสอนเด็ก ๆ ในงานมีความเป็นกันเองมาก

แต่ที่ได้ในวันนี้มากเลย คือทฤษฎีเลียนแบบ : เกิดขึ้นมาได้อย่างไร อยากเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในทฤษฎีนี้

เริ่มมาจากโทร.เครื่องหนึ่ง ซึ่งเจ้าของฝากไว้กับคนหนึ่ง ก่อนที่จะแยกจากกัน คนนั้นก็ได้คืนโทร.ให้กับเจ้าของ

ต่อมาเจ้าโทร.เครื่องเดิมถูกเจ้าของลืมไว้ในรถยนต์คันเก่ง แต่มีคนหนึ่งเห็นจึงให้คนที่สองเอาออกมาจากรถ หลังจากที่คนที่สองเอาออกมาก็เก็บไว้ที่ตัวเอง แต่พอทั้งสามแยกจากกันคนที่สองลืมส่งมอบโทร.ให้กับเจ้าของ

เหตุการณ์นี้ทำให้เราทั้งสามมาถอดบทเรียนซึ่งกันและกัน ได้ข้อสรุปดังนี้

-          คนหนึ่งที่คืนโทร.ให้เจ้าของนั้นเพราะยังมีสติ

-          คนหนึ่งที่ให้คนที่สองเอาโทร.ออกมาจากรถนั้นเพราะเคยเห็นเจ้าของทำ และเจ้าของเคยบอก

-          คนที่สองที่ลืมคืนโทร.ให้เจ้าของนั้นเพราะขาดสติ ไม่มีสมาธิ

การเลียนแบบสิ่งที่ดีและนำไปปฏิบัติย่อมเกิดผลดีเสมอ แต่ทุกสิ่งอย่างที่ทำลงไปต้องมีสติด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี