สมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ครั้งที่ 8 ณ ห้องประชุมชั้น 12 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพมหานคร วันที่ 26- 28 ส.ค. 52 ดิฉันเข้าร่วมการอบรมนี้ด้วย ได้รับความรู้ใหม่และได้รับการตอกย้ำถึงข้อมูลเก่าหรือสิ่งที่ควรปฏิบัติในการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์มากมาย มี Section ที่อาจารย์บรรยายเรื่องการป้องกันการติดเชื้อหลังสัมผัส ....
ทำให้นึกถึงเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว มีผู้รับบริการรายหนึ่งของดิฉันเป็นชายไทยอายุประมาณ 25 ปีถูกส่งมาจากคลินิก เพื่อมาพูดคุยรับบริการปรึกษาก่อนตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี เขาแจ้งว่าเมื่อ 3 เดือนก่อนมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนหญิงที่ทำงานโรงงานเดียวกัน แต่พอคุยไปซักระยะเขาก็ยอมรับว่าเพิ่งมีความเสี่ยงมา 2วัน ที่บอกว่า เสี่ยงมา 3เดือนเพราะเคยรู้มาว่ากว่าจะตรวจเจอต้องรอเวลา กลัวดิฉันไม่ตรวจเลือดให้ ท่าทางรวมทั้งคำบอกเล่าเต็มไปด้วยความกังวล เขาเล่าว่าที่พลาดพลั้งไปเพราะเมาสุรา ไม่ได้นึกถึงถุงยางอนามัยเลย พอสร่างเมาก็เริ่มเครียดเพราะเพื่อนหญิงคนนี้มีสามีแล้ว และไม่รู้ว่ามีเพศสัมพันธ์กับใครมาบ้าง เขากลัวมาก และที่สำคัญเขาก็มีแฟน ซึ่งเป็นคู่นอนประจำ กลัวแฟนจะติดเชื้อไปด้วย หลังจากการพูดคุยให้ข้อมูลในวันนั้นก็เจาะAnti-HIV เพื่อเป็น Base line ผล Negative และเสนอแนวทางป้องกันหลังสัมผัสเชื้อโดยการกินยาต้านไวรัส นาน 1 เดือน(ต้องเริ่มยาภายใน72 ชั่วโมงหลังมีความเสี่ยงในการรับเชื้อจึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ปลอดภัย 100%)ปัญหาคือเขาไม่มีเงินซื้อยาเพราะผลการตรวจเลือดปกติก็ต้องชำระเงินอย่างเดียวใช้สิทธิ์อะไรไม่ได้ แนวทางทางนี้ตรงกับที่อาจารย์สอนแต่ต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าช่องทางหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน กรณีMSM ชายที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก โดยไม่ได้ป้องกันเสี่ยงที่สุด ฝ่ายรับเสี่ยง(0.10-3.0%)มากกว่าฝ่ายรุก(0.06%) การใช้เข็มร่วมกัน(0.67-0.80%)ความเสี่ยงรองลงมาเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด(0.03-0.09%) การแพร่เชื้อจากชายไปหญิงมากกว่า ถ้ามีความเสี่ยงมากก็พิจารณาให้ยาแต่ต้องระวังlow adherence และอาการไม่พึ่งประสงค์จากการใช้ยาARV(adverse effect)แนวทางป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุด คือABC(ข้อมูลเพิ่มเติมในPWP)
กลับมาที่ caseของดิฉันไม่มีเงินซื้อยา ดิฉันเลยเสนอแนวทางต่อไปคือชวนเพื่อนหญิงคู่กรณีมาตรวจเลือด ถ้า ผลnegative ก็โล่งใจได้นิดนึง ถ้าไม่อยู่ในwindow period ก็ลุ้นน้อยลงหน่อย แต่ถ้าโชคร้ายเพื่อนหญิงPositive คือมีการติดเชื้อเอชไอวี เขาอาจจะพิจารณาใหม่อีกครั้งที่จะกินยาต้านไวรัสป้องกันหรือไม่ แต่ปรากฏว่าสาวเจ้าไม่เล่นด้วยเธอบอกว่าเธอไม่มาเพราะว่ากำลังจะแต่งงานถ้ามาตรวจกลัวเจอคนรู้จักเดี๋ยวความแตก จบกัน สรุปว่า ดิฉันและเขาก็ช่วยกันภาวนาให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อเอชไอวีและเขาก็เดินหน้าแห้งกลับบ้านไปรอลุ้น อีก 3 เดือนว่าผลเลือดจะติดเชื้อหรือไม่