วัฒนธรรมจีนที่ลงตัวของมุสลิมภาคเหนือ
วัฒนธรรมจีนที่ลงตัวของมุสลิมภาคเหนือ
วันนี้ต้องขออนุญาตินำเรื่องราวบรรยายกาศ การละศีลอดของมัสยิดบ้านฮ่อ ของครูเงาะ ซึ่งท่านเป็นกรรมการมัสยิดแก่นี้ หลาย ๆ เรื่องราวของครูเงาะน่าสนใจมาก และเรื่องราวต่อไปนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะมีการเผยแพร่ ให้พี่น้องมุสลิมในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ รับชมและทราบเร่องราวของพี่น้องทางเหนือ ก็ขอขอบคุณครูเงาะที่สร้างสรรค์ ผลงานดี ๆ มาให้ เราได้เรียนรู้กัน ขออัลลอฮฺตอบแทนครับ
ชาวจีนที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยทางด้านเหนือของประเทศด้วยสาเหตุต่าง ๆ กัน ปัจจุบันมีลูกหลานคนไทยเชื้อสายจีนกระจายอยู่ตามหัวเมืองภาคเหนือทั่วไป
ชาวจีนมุสลิมก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน
ความเป็นมาของการอพยพดูได้จาก
www.oknation.net/blog/hidayatool/2008/04/10/entry-2
สิ่งหนึ่งที่ชาวจีนนำติดตัวมาด้วยคือวัฒนธรรมการกินเลี้ยง
ชาวจีนมุสลิมก็เช่นเดียวกัน มัสยิดใดที่มีชาวจีนมุสลิมเป็นสัปบุรุษ(สมาชิก)อยู่มาก วัฒนธรรมการกินเลี้ยงจึงยังคงอยู่อย่างเหนียวแน่น
วันนี้จะนำเสนอมัสยิดเฮดายาตุ้ลอิสลามบ้านฮ่อ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นมัสยิดของชาวจีนสืบเชื้อสายมาจากยูนานเป็นส่วนใหญ่ ในการละศีลอดในเดือนรอมฎอน 52 ในวันแรก

มัสยิด(สุเหร่า)เฮดายาตุ้ลอิสลามบ้านฮ่อ
ในวันแรกของการถือศิลอดของพี่น้องมุสลิมชมบรรยาการหน้ามัสยิด





จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาขายลูกชิ้น น้ำเต้าหู้ ให้กับผู้มาละศีลอดที่มัสยิด
ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นเด็ก ๆ เสียเป็นส่วนใหญ่

บรรดาผู้อาวุโสชายเมื่อมาแล้วจะจับจองบันไดมัสยิด นั่งพูดคุย
รอเวลาละศีลอด และละหมาดมักริบร่วมกัน
ส่วนสุภาพสตรีจะไปนั่งบริเวณโต๊ะอาหาร





มีทั้งผู้อาวุโส เด็ก ผู้ใหญ่
ขอแนะนำ
คุณยายจันทรา มาไพโรจน์ อายุ 99 ปี น่าจะTopสำหรับสมาชิกมัสยิดบ้านฮ่อ
ถึงจะเดินเหิรลำบากตามอายุ ก็มาด้วยใจ โดยใช้รถเข็นซึ่งลูก ๆ หลาน ๆ พามา


สำหรับชายหนุ่มตัวจิ๋ว ในงานนี้คงอายุน้อยสุดแล้ว
เป็นลูกของครูซาอีด หวังอีน โรงเรียนศูนย์การศึกษาประจำมัสยิดบ้านฮ่อ


โดยมีทีมงานอาหารจัดการลำเลียงอาหารมาตั้งที่โต๊ะอาหาร
ในปี 2552 นี้ เตรียมตั้งโต๊ะไว้สำหรับผู้มาละศีลอดจำนวน 100 โต๊ะ
*************
สำหรับค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงอาหารในแต่ละวันตกประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท
จะมีเจ้าภาพจองล่วงหน้าก่อนเดือนรอมฏอน ใครจองก่อนก็เลือกวันก่อน
ทุก ๆ ปีจะมีการจองเต็มก่อน 2 เดือนจะถึงเดือนรอมฎอน
สืบเนื่องจากการเลี้ยงอาหารผู้ถือศีลอดตามทัศนะของมุสลิมถือว่าได้บุณกุศลยิ่งใหญ่
**************
มาดูว่าเขามีอาหารอะไรกันบ้าง

ไก่ต้ม + น้ำจิ้ม

แกงชิ้นวัว

ซุปเนื้อใส่ถั่ว

ยำวุ้นเส้น

มาดูหน้าตากันทั้งหมด

อาหารพร้อมแล้วครับ
ในขณะที่รอเวลาที่จะละศีลอด และละหมาดมักริบ
นักเรียนของบ้านฮ่ออ่านอัลกุรอาน
(บางวันก็จะเชิญผู้รู้มาบรรยายศาสนา)


ถึงเวลาละหมาดมักริบก็จะละศีลอดโดยการดื่มน้ำชาพร้อมกับผลไม้อินทผาลัม
ไปละหมาดมักริบร่วมกัน
เมือละหมาดเสร็จก็จะเป็นการรับประทานอาหารร่วมกัน


หลังจากรับประทานอาหารประมาณ 30 นาที
ก็ถึงเวลาที่ผู้อาวุโสประกอบไปด้วย อิหม่าม ครู กรรมการ ฯ
นำนักเรียนอ่านอัลกุรอาน ก่อนที่จะละหมาดอีซา และละหมาดอื่น ๆ ร่วมกัน


นี่คือบรรยากาศของชาวมุสลิมเชื้อสายจีนที่ผสมผสานวัฒนธรรมกับศาสนาอิสลามอย่างลงตัว
วัฒนธรรมการเลี้ยงแบบนี้พบเห็นได้ตามหัวเมืองภาคเหนือที่พี่น้องมุสลิมเชื้อสายจีนอาศัยอยู่
เช่น
มัสยิดอัลเอี๊ยห์ซาน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง
มัสยิดอัลอีมาน ตั้งอยู่ในตัวอำเภอฝาง
มัสยิดอัลอักซอ ตั้งอยู่บนดอยอ่างขางตำบลแม่งอน อำเภอฝาง
มัสยิดอัสซะฮาดะฮ์ ตั้งอยู่หัวฝาย ตำบลโปร่งน้ำร้อน อำเภอฝาง
มัสยิดอัลเราะฮ์มะ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย
ขอได้รับความสันติ
วัสสลาม
ครูเงาะ
ที่มา
http://www.oknation.net/blog/my/2009/08/23/entry-1

ในวันแรกของการถือศิลอดของพี่น้องมุสลิมชมบรรยาการหน้ามัสยิด





จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาขายลูกชิ้น น้ำเต้าหู้ ให้กับผู้มาละศีลอดที่มัสยิด
ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นเด็ก ๆ เสียเป็นส่วนใหญ่

บรรดาผู้อาวุโสชายเมื่อมาแล้วจะจับจองบันไดมัสยิด นั่งพูดคุย
รอเวลาละศีลอด และละหมาดมักริบร่วมกัน
ส่วนสุภาพสตรีจะไปนั่งบริเวณโต๊ะอาหาร





มีทั้งผู้อาวุโส เด็ก ผู้ใหญ่
ขอแนะนำ
คุณยายจันทรา มาไพโรจน์ อายุ 99 ปี น่าจะTopสำหรับสมาชิกมัสยิดบ้านฮ่อ
ถึงจะเดินเหิรลำบากตามอายุ ก็มาด้วยใจ โดยใช้รถเข็นซึ่งลูก ๆ หลาน ๆ พามา


สำหรับชายหนุ่มตัวจิ๋ว ในงานนี้คงอายุน้อยสุดแล้ว
เป็นลูกของครูซาอีด หวังอีน โรงเรียนศูนย์การศึกษาประจำมัสยิดบ้านฮ่อ


โดยมีทีมงานอาหารจัดการลำเลียงอาหารมาตั้งที่โต๊ะอาหาร
ในปี 2552 นี้ เตรียมตั้งโต๊ะไว้สำหรับผู้มาละศีลอดจำนวน 100 โต๊ะ
*************
สำหรับค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงอาหารในแต่ละวันตกประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท
จะมีเจ้าภาพจองล่วงหน้าก่อนเดือนรอมฏอน ใครจองก่อนก็เลือกวันก่อน
ทุก ๆ ปีจะมีการจองเต็มก่อน 2 เดือนจะถึงเดือนรอมฎอน
สืบเนื่องจากการเลี้ยงอาหารผู้ถือศีลอดตามทัศนะของมุสลิมถือว่าได้บุณกุศลยิ่งใหญ่
**************
มาดูว่าเขามีอาหารอะไรกันบ้าง

ไก่ต้ม + น้ำจิ้ม

แกงชิ้นวัว

ซุปเนื้อใส่ถั่ว

ยำวุ้นเส้น


อาหารพร้อมแล้วครับ
ในขณะที่รอเวลาที่จะละศีลอด และละหมาดมักริบ
นักเรียนของบ้านฮ่ออ่านอัลกุรอาน
(บางวันก็จะเชิญผู้รู้มาบรรยายศาสนา)


ถึงเวลาละหมาดมักริบก็จะละศีลอดโดยการดื่มน้ำชาพร้อมกับผลไม้อินทผาลัม
ไปละหมาดมักริบร่วมกัน
เมือละหมาดเสร็จก็จะเป็นการรับประทานอาหารร่วมกัน


หลังจากรับประทานอาหารประมาณ 30 นาที
ก็ถึงเวลาที่ผู้อาวุโสประกอบไปด้วย อิหม่าม ครู กรรมการ ฯ
นำนักเรียนอ่านอัลกุรอาน ก่อนที่จะละหมาดอีซา และละหมาดอื่น ๆ ร่วมกัน


นี่คือบรรยากาศของชาวมุสลิมเชื้อสายจีนที่ผสมผสานวัฒนธรรมกับศาสนาอิสลามอย่างลงตัว
วัฒนธรรมการเลี้ยงแบบนี้พบเห็นได้ตามหัวเมืองภาคเหนือที่พี่น้องมุสลิมเชื้อสายจีนอาศัยอยู่
เช่น
มัสยิดอัลเอี๊ยห์ซาน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง
มัสยิดอัลอีมาน ตั้งอยู่ในตัวอำเภอฝาง
มัสยิดอัลอักซอ ตั้งอยู่บนดอยอ่างขางตำบลแม่งอน อำเภอฝาง
มัสยิดอัสซะฮาดะฮ์ ตั้งอยู่หัวฝาย ตำบลโปร่งน้ำร้อน อำเภอฝาง
มัสยิดอัลเราะฮ์มะ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย
ขอได้รับความสันติ
วัสสลาม
ครูเงาะ
ที่มา