เราสูญเสียคนดี ๆจากการตัดสินใจของผู้บริหารมามากต่อมาก ไม่อยากให้เกิดอีกครับ"

ถึงเดือนนี้ผมรู้สึกลำบากใจ เจ็บปวดใจทุกทีครับที่ผมต้องพิจารณาขั้นพิเศษให้กับลูกน้อง ที่เจ็บปวดคือการที่เราต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่งหรือหรือสองสามคนในขณะที่อีกหลายคนเราต้องปล่อยหรือวางพวกเขาไว้ก่อน จริง ๆ ผมเองมีหลักในการพิจารณาความดีความชอบให้กับลูกน้องทุกคนครับวิธีการของผมคือผมให้ลูกน้องผมทั้งหมด 19 คนให้คะแนนกันเองรวมคะแนนทั้งหมดแล้วหารออกมาเป็นค่าเฉลี่ยจากค่าเฉลี่ยนั้นมาทำเป็น 75 % ครับส่วนตัวผมมีสิทธิให้อีก 25 % ครับรวมเป็น 100 % พอดี เมื่อได้คะแนนดังกล่าวแล้ว ผมจะมาดูครับว่า

1.คนที่ได้เป็นอันดับที่ 1  เป็นคนที่เคยได้ในครั้งทีแล้วหรือไม่ ถ้าเป็นเลื่อนคนที่ 2 ขึ้นมา ถ้าไม่ใช่ก็คงไว้

2.คนที่ได้อยู่ในคิวหรือลำดับที่เรียงไว้หรือไม่ ถ้าเป็นก็โอเคเลย ถ้าไม่ต้องไปดูว่าคะแนนคนในคิวห่างกันเกิน 10 % หรือไม่ หากว่าคนในคิวคะแนนต่ำเกินไปก็คงต้องถูกทิ้งไป

นี่เป็นหลักเกณท์ง่าย ๆที่ผมตั้งไว้ แต่มันไม่ง่ายตรงที่เรามาดูในรายละเอียดของคนครับ ที่ผ่านมาบางคนศักยภาพ ความสามารถและโอกาสไม่เท่าเทียมกัน ผมเคยเขียนว่าหน้าที่ของหัวหน้าอีกอย่างคือการให้โอกาส หากเราให้โอกาสแล้วเขาละทิ้งโอกาสนั้นไปนั่นก็ขึ้นกับตัวเขาเองครับ

ถึงกระนั้น.....

อย่างไรก็ตามครับทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูกาลพิจารณาแบบนี้ผมเห็นความเจ็บปวดเกิดขึ้นในสายตาของคนหลายคนครับ ผมเห็นใจพวกเขา ผมเองเข้าใจหลัก เข้าใจกฎของธรรมชาติ กฎของการเลือก แต่บางครั้งการเลือกไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานของธรรมชาติ "ฝืน" ตัวผมเองพยายามมองที่ความเป็นจริงคือ

"คนที่ควรได้ต้องได้

คนที่ไม่ควรได้ แต่ได้ ไม่เป็นไร

แต่หากคนที่ควรได้ไม่ได้นั้นจะมีผลตามมามากมาย 

เราสูญเสียคนดี ๆจากการตัดสินใจของผู้บริหารมามากต่อมาก ไม่อยากให้เกิดอีกครับ"

เมื่อไหร่หนา  จะเป็นเวลาแห่งการสร้างสรรค์เสียที

ความกล้า  ความแข็งแกร่งบนจิตใจได้เหือดหายไปหมดแล้ว

เราได้แต่เฝ้ามองด้วยความเวทนา......ขอให้เธอจงเข้มแข็ง

ยืนหยัดและสู้ต่อไปบนโลกอันโหดร้ายนี้.....