เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชาวนาเริ่มดำนา วันนั้นแดดร่มลมตกก็เลยแว๊บ..ไปดูเค้าปลูกข้าว
ได้มีโอกาสไปนั้นคุยกับลุงๆป้าๆชาวนา ได้ความรู้เรื่องทำนาไม่มาก ส่วนมากถูกลุงๆป้าๆซักประวัติมากกว่า
เพราะเค้าสนใจว่าทำไมเราถึงสนใจไปดูเค้าทำนา แต่มีคำพูดที่ป้าเล่าให้ฟังและน่าเป็นห่วงที่สุดคือ
ลูกป้าเค้าไม่สนใจทำนาอีกแล้ว เค้าชอบไปค้าขายในเมืองและชอบไปซื้อข้าวกินนอกบ้าน หมดรุ่นป้าก็คงไม่มีใครทำนาต่อแล้ว
เกือบลืมค่ะ ชาวนาที่นี่ปลูกข้าวเก็บไว้กินเองตลอดทั้งปีไม่ต้องซื้อ ที่เหลือจากความ
ต้องการก็แบ่งขายเป็นรายได้ หมดหน้านาก็มีอาชีพรับจ้างทั่วไป กับข้าวก็เป็นผักข้างรั้วจิ้มน้ำพริก
ซื้อเนื้อหมู เนื้อไก่ บ้างบางโอกาส
ทำให้จินตนาการว่าอีกหน่อยใครเป็นชาวนา(ที่พัฒนาแล้ว) เค้าต้องรวยมากๆแน่เลย ข้าวน่าจะราคาแพงมากๆ เพราะปัจจัยทุกอย่างมีจำกัด รวมทั้งคนที่จะเป็นชาวนาด้วย รึไม่แน่..โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
ลุงๆป้าๆกำลังช่วยกันถอนต้นกล้า เตรียมไปปลูกต่อ (นาดำ)
ผมไม่ต้องต้องช่วยคร๊าบ..แค่เป็นกำลังใจ กับ เก๊กหล่อเท่านั้นอิอิ
สวยจริงๆ ต้นก้ามปูกลางทุ่งนา เอกลักษณ์ของเมืองเหนือเลย
ปล.ขอบ่นอีกนิด ต้นก้ามปูเนี่ยจริงๆแล้วมีบุญคุณมากมายในอดีต ให้อาชีพ ให้ที่อยู่ ฯลฯ
แต่เดี๋ยวนี้เค้าตัดก้ามปูทิ้งแล้วก็ไปปลูกลำไยกันหมด ...ธารเมฆ...
สวัสดีครับ
แวะมาชมชีวิตชาวนาร่วมสมัยครับ เรื่องและภาพน่าประทับใจมากๆ (แต่คุณหมาดันแย่งซีนภาพอื่น โดดเด่นกว่าใคร - คงเพราะจ้องกล้องนั่นเอง ;-))
ขอบคุณสำหรับเมฆ & ฟ้าแสนสวยด้วยครับ อาจแวะไปเล่าเพิ่มเติมนิดหน่อยว่าถ่ายจากที่ไหน เวลาประมาณเท่าไร บรรยากาศเป็นอย่างไร ฯลฯ
ที่นี่ครับ : http://gotoknow.org/blog/weather/291760
^__^
สวัสดีคุณ krutoi ค่ะ
ขอบคุณที่ชอบทุ่งนาที่ดูเหมือนพรมสีเขียวเหมือนกันค่ะ เลยมีรูปใบก้ามปูที่อยู่ระหว่างกระบวนการย่อยสลายเป็นปุ๋ยในทุ่งนามาฝากเพิ่มค่ะ :)
ขอบคุณอาจารย์บัญชาที่แวะมาเยี่ยมชมค่ะ และขอมอบภาพทุ่งนาและเมฆอ้วนๆแทนคำขอบคุณด้วยค่ะ
ชอบท้องฟ้า ท้องนา คิดถึงบ้าน คิดถึงเจ้าทุย แงๆๆๆๆ