เมื่อคืนถึงมืดด้วยเมฆฝนแต่ก็ยังพอเห็นดาวบ้าง

นั่งวิจัยลมเข้าออกแล้วออกมานอนข้างนอกระเบียง

แหงนดูดวงดาวบนฟากฟ้าเลยระลึกว่า

 ในสังคมปัจจุบันคนบางคน

เห็นใครดีใครเด่นเกินหน้าตัวเองเป็นไม่ได้
ภาษิตบุราณกล่าวไว้ว่า

...แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่อย่าแข่งวาสนาบารมีกัน...
ถึงกระนั้นก็ยังไม่วายแข่งขันประชันเด่นดังกันในทุกรูปแบบ
บ้างก็เอาเงิน เอาบ้าน เอารถ  เอาความรู้  ฯลฯ
มาเป็นดัชนีวัดบารมีกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
หรือมากกว่านั้นหน่อยก็เอาวิชามารมาเสริมช่วย ดับบารมีคนอื่น
เพียงเพื่อให้บารมีตนเด่นมากขึ้น
ยามค่ำคืนเราลองแหงนดูดาวแต่ละดวงในท้องฟ้าสิ

มันยังมีความสุกใสเปล่งประกายไม่เท่ากัน
แต่ทว่า...ดาวเหล่านั้นทุกดวงยังช่วยประดับตกแต่งฟากฟ้าที่มืดมิดในยามค่ำคืน ให้มีความสวยสดงดงามอย่างกลมกลืน

...ดุจดั่งเช่นบารมีของแต่ละคนที่ช่วยให้สังคมน่าอยู่มากขึ้น...
แต่กระนั้น...ยังมีดาว(นอกคอก)บางดวงคิดจะดับแสงดาวอื่น ๆ
เพียงเพื่อให้ตัวเองเด่นเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น...
จากการแข่งขันเลยกลับกลายเป็นการต่อสู้ในแทบทุกเรื่องไป
คงไม่ต้องรอให้มีสงครามเพื่อทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์หรอก
แค่การต่อสู้ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้และอื่น ๆ
ก็เพียงพอทำให้มนุษย์สิ้นโลกอยู่แล้ว...

สันติสุขที่แท้จริงจะมีได้ ต่อเมื่อสิ้นสุดการต่อสู้ในทุกรูปแบบ
และคนหันมามองกันเป็นพี่เป็นน้อง ...มากว่าจะเป็นคู่แข่ง...
แต่ในความเป็นจริงแล้ว

...คงยากที่สังคมแห่งมนุษย์เราจะไม่มีการแข่งขัน...
และคงจะหาความสงบสุขกันได้ยาก...ถ้ายังไม่รู้จักพอ..

ธรรมะสวัสดีขอรับ..