เมื่อวานโยมนำดอกไม้มาถวายพระ
สังเกตุเห็นมีแต่ดอกโตๆและกำลังตูมรอที่จะเบ่งบาน
ธรรมฐิตเลยนำไปใส่ในแจกันหน้าพระ
วันนี้ตอนนั่งสวดมนต์เห็นมันบานออกสวยงาม
ถ้าดอกตูมยิ่งใหญ่ ดอกบานจะใหญ่และงามตามไปด้วย
แล้วถ้าเราได้แกะดูภายในดอกตูมเรา จะเห็นเลยว่า ภายในดอกตูมจะมีกลีบดอกมากมาย ทับซ้อนและอัดกันแน่นมากๆ
ยิ่งดอกใหญ่เท่าไร มันก็จะมีกลีบที่อัดแน่นมากเป็นทวีคูณ
เปรียบเทียบ ดอกตูม เช่นเดียวกับชีวิตคนเรา ชีวิตคนที่ อัดแน่นไปด้วย ปัญหา ความทุกข์ ความขมขื่น บางครั้งเรารู้สึกว่าปัญหา
มันช่างทับถมเราตลอดเวลา บีบคั้นเรารอบด้าน
จนเราแทบจะถอดใจยอมแพ้!!
แต่จำไว้ ความทุกข์ไม่ทำให้เรา..ตาย.. แต่ทำให้เรา..โต..
(ถ้ารู้จักหาสิ่งดีๆกับมัน)
ชีวิต ที่เต็มไปด้วย ความเศร้า ความโศก ความทุกข์ ความขมขื่น ปัญหา
ความบีบคั้น ฯลฯ ก็จะทำให้ชีวิตของเรา งดงาม!!!
เมื่ออุปสรรค ความทุกข์ยาก ผ่านไป.. เราจะพบกับความหวานชื่น ความสุข.. แล้วดอกไม้ของชีวิตเราจะบานออกอย่างสวยงาม!!
และส่งกลิ่นหอมจรุงใจ... ยิ่งทุกข์มากเท่าใด
ชีวิตเราจะงดงามกว่าใครใคร...
ถ้าเรารู้จักวิธีบริหารจัดการกับมัน.แต่จะจัดการยังไงนี่สิน่าคิด.
เพราะคนเราเมื่อทุกข์แล้วจะเกิดท้อแท้เสียโดยมาก.....
มีปราชญ์อินเดียท่านหนึ่งสอนศิษย์ว่า
..ถ้าเธอรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับเธอนั้นมันมีหนทางที่แก้ไขได้
แล้วเธอจะทุกข์กังวลใจไปทำไมเล่า..
แต่ถ้าว่าเธอรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับเธอนั้นมันไม่มีหนทางที่แก้ไขได้
แล้วเธอจะทุกข์กังวลใจให้โง่อีกทำไม่เล่า..
ใครจะเลือกอย่างไหนก็เชิญตามสบายขอรับ
ธรรมะสวัสดีขอรับ..
นมัสการพระคุณเจ้า
..ถ้าเธอรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับเธอนั้นมันมีหนทางที่แก้ไขได้
แล้วเธอจะทุกข์กังวลใจไปทำไมเล่า..
แต่ถ้าว่าเธอรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับเธอนั้นมันไม่มีหนทางที่แก้ไขได้
แล้วเธอจะทุกข์กังวลใจให้โง่อีกทำไม่เล่า..
กำลังพิจารณาตามขอรับ
(กราบ 3 หน)
ความทุกข์เหมือนกลีบดอกไม้ ที่รอวันเบ่งบานออกมา
ขอยืมนำไปใช้ต่อนะครับ
นมัสการค่ะ...หลวงพี่
โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า โกรธโง่โมโหบ้า >> นำมาซึ่งทุกข์
จึงไม่โกรธ ไม่โมโห...เพราะไม่อยากโง่ ไม่อยากบ้า และไม่อยากทุกข์เจ้าค่ะ
ขอบพระคุณธรรมะเตือนใจค่ะ
สาธุขอรับ..
แต่ไม่รู้ทำไมยังโง่อยู่อีก..
ขออนุโมทนาขอรับอาจารย์..