สมบัติแม้มีมากมายก็ไม่อาจสามารถหยุดยั้งเวลาและลมหายใจที่กำลังจะหมดไปของเราได้

.....จะมีสักกี่คนไหมที่มีโอกาสเตรียมตัวตาย จะมีสักกี่คนไหมหนอ ที่มั่นใจว่า ถ้าตายไปแล้วจะมีบุญพอที่จะเป็นเสบียงนำทางไปสู่สุคติสวรรค์ เพราะพญามัจจุราชไม่เคยปราณีใคร ความตายจึงเป็นสิ่งที่ใครๆ จะหลบหนีพ้นได้ยาก

ดังนั้น ผู้มีปัญญาเห็นคุณค่าของชีวิต จึงไม่ควรประมาทในชีวิต มุ่งสั่งสมบุญเพื่อเป็นเสบียงในการเดินทางข้ามวัฏสงสารให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้สั่งสมบุญ ไม่เห็นแก่ความสุขชั่วครั้งชั่วคราว และก็ไม่แสวงหาความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น แต่จะสร้างบุญบารมีในทุกโอกาส ส่วนผู้ไม่รู้ก็ปล่อยชีวิตไปวันๆ ไม่ได้มองไปในอนาคต ไม่ทำบุญกุศลอะไร นอกจากจะไม่ทำแล้ว ยังขัดบุญของคนอื่นอีกด้วย เมื่อละโลกไปแล้ว ก็ต้องไปเป็นเปรต ผู้หิวโหย ไม่ได้รับความอิ่มหนำสำราญใจแม้แต่วันเดียว


มีวาระพระบาลีที่ปรากฏในคาถาธรรมบทว่า ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมบันเทิงในโลกนี้ ละโลกไปแล้ว ย่อมบันเทิงยิ่งขึ้นไปย่อมชื่อว่าบันเทิงในโลกทั้งสอง เมื่อมองเห็นกรรมอันบริสุทธิ์ของตนแล้ว ย่อมร่าเริงบันเทิงใจมากยิ่งขึ้น

จะเห็นว่า สิ่งที่เราได้ทำเอาไว้ไม่สูญหายไปไหน ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว จะก่อตัวเป็นดวงบุญและดวงบาปติดอยู่ในกลางกายของเรา คอยวันเวลาที่จะส่งผล เหมือนผลไม้ที่สุกงอมแล้วก็ต้องร่วงหล่นจากต้น หรือเหมือนฝนที่ตกลงมาเต็มลำธาร แล้วจะไหลไปสู่แม่นํ้า เอ่อล้นไหลต่อไปถึงทะเลมหาสมุทร เพราะฉะนั้น บุญบาปที่สั่งสมในสมัยที่เป็นมนุษย์ แม้ไม่ทันส่งผลในชาตินี้ ก็จะตามไปให้ผลในภพชาติต่อไป

คนเราแม้ไม่อาจจะกำหนดความตายได้ แต่เราก็สามารถเลือกเกิดได้ ชีวิตของเราจะให้เป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับใจของเรา เมื่อเราละจากโลกนี้ไป โอกาสที่เราจะเลือกเกิดในสุคติภพก็ไม่ยาก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้ใช้โอกาสที่เป็นมนุษย์นี้ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับชีวิตของเราหรือเปล่า หากมีบุญเสียแล้วต้องเลือกเกิดได้ จะไปเป็นเศรษฐีหรือเป็นสหายแห่งเทพในโลกสวรรค์ หรือจะไปทนทุกข์ทรมานอยู่ในอบายภูมิ ก็อยู่ที่ตัวของเราเอง ชีวิตนี้แล้วแต่เราจะเลือกเดิน

เพราะฉะนั้น พวกเราทุกคนควรให้ความสำคัญกับการสั่งสมบูญให้มากๆ เพราะบุญเท่านั้นที่จะไปเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา บุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลาย ท่านรู้คุณค่าบุญ ลมหายใจของท่านเป็นไปเพื่อการสั่งสมบุญกุศลล้วนๆ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้กล่าวเอาไว้ว่า ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ เราก็ต้องสั่งสมบุญและก็ฝึกฝนอบรมตนเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งวิชชาและจรณะ เราจะต้องมีหัวใจของนักสร้างบารมีอย่างพระบรมโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย คือไม่ว่าจะเกิดกี่ภพกี่ชาติก็ตาม ต้องสร้างความดีไม่รู้จักหยุด ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ท้อก็ไม่ได้ ถอยก็ไม่เป็น เป็นแต่สร้างความดีให้เต็มที่ ในทุกที่ ทุกเวลานาที เราต้องสั่งสมบุญตลอดเวลาเหมือนกับการหายใจ ให้มีกระแสบุญคอยหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา เหมือนไฟไม่ขาดเชื้อ ถ้าหมดบุญก็หมดลม เราจึงไม่ควรหายใจเข้าออกฟรี เพราะเราเป็นนักสร้างบารมีพันธุ์อกาลิโก คือสั่งสมบุญกันทุกที่ ทุกเวลานาที เป็นนักสร้างบารมีพันธุ์อจินไตย ลมหาย! ใจนี้มีไว้เพื่อการสร้างบารมีอย่างเดียว...

 ขอบคุณเพื่อนแอนที่ส่งบทความดีๆ มาให้อ่านทำให้ได้คิดว่าถึงเวลาเริ่มสร้างสมบุญเป็นเสบียงแล้วสินะเรา...แถมงานนี้เพื่อนรัก...ยังชวนไปทำบุญด้วยการจัดทำหนังสือธรรมะบริจาคที่ลำพูนอีกด้วยค่ะ...ทำตอนที่เรายังมีลมหายใจน่าจะดีกว่า....