ดอกไม้อะไรเอ่ย ทั้งสวย หอม และคงทนที่สุด ?
..
.
เฉลย ดอกไม้ที่ว่า ก็คือกล้วยไม้นั่นเองค่ะ^^
ก็แน่ล่ะ บล็อกเรานำเสนอเรื่องกล้วยไม้ จะถามถึงดอกอื่นไปได้ยังไง
ใช่ไหมคะ
อ้อ ! เกือบลืมแนะนำตัว ในบันทึกนี้
ทุกท่านจะได้อ่านจากการเขียนของฟลอยนะคะ ฟลอยก็เป็นสมาชิกคนที่ 4 แล้วที่ได้มาเจอะเจอกับท่านผู้อ่านในบล็อกกล้วยไม้นี้ ส่วนฝีมือการทำบล็อกของฟลอยจะสู้เพื่อนๆคนอื่นในกลุ่มได้หรือไม่นั้น ก็ลองอ่านบันทึกนี้ดูนะคะ
จากคราวที่แล้วที่เราได้ไปเห็นการเพาะพันธุ์กล้วยไม้ ตั้งแต่แรกเริ่ม จนโตขึ้นมาเป็นต้น อ๊ะๆ แต่ชีวิตของกล้วยไม้ที่อยู่ในฐานเรียนรู้กล้วยไม้ไทย ที่แม่โจ้แห่งนี้
ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้นะคะ เรามาตามติดชีวิตของกล้วยไม้ไปพร้อมๆกับฟลอย กันดีกว่าค่ะ
เริ่มจากรูปแรก ที่เห็นอยู่นี่คือการอนุบาลหมู่ ซึ่งเป็นการเพาะพันธุ์กล้วยไม้อีกวิธีนึงค่ะ ทำได้โดยการใช้กาบมะพร้าวที่สามารถเห็นได้ทั่วๆไปในบ้านเรานี่เอง
มาดูรูปใกล้ๆกันค่ะ ดูเผินๆเหมือนหญ้าเลยค่ะ ^^
การอนุบาลหมู่ เป็นการเพาะพันธุ์ที่เราสามารถทำได้เองที่บ้าน สำหรับผู้ที่ชอบหรือรักกล้วยไม้ก็จะทำได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยห้องแล็ป
แต่ถึงอย่างไรนั้น ไม่ว่าจะปลูกแบบไหน กล้วยไม้ก็ต้องได้รับการดูแลที่ดี
และสม่ำเสมอด้วยนะคะ
ไปกันต่อเลยค่ะ..
ที่เห็นอยู่นี่คือ การเลี้ยงกล้วยไม้ก่อนนำออกสู่ป่าค่ะ
จากที่กล้วยไม้ใช้เวลาเนิ่นนานอุดอู้อยู่ในขวดแก้ว
( ซึ่งพี่เจี้ยบได้บอกกับพวกเราว่า ใช้เวลาราวๆ2-3 ปี )
ซึ่งนานมากเลยใช่ไหมคะ และที่สำคัญกล้วยไม้ที่อยู่ภายในขวดแก้ว ไม่ได้มีชีวิตรอดทั้งหมดนะคะ บางขวดที่ติดเชื้อโรคหรือตายไปก็มี น่าสงสารจัง
เห็นไหมล่ะคะ ว่ากล้วยไม้มีความอดทนมากแค่ไหน มิน่า เค้าถึงเรียกมันว่า งามอย่างคงทน^^
สำหรับในภาพนี้ พี่เจี๊ยบคนสวยก็ได้อธิบาย เกี่ยวบกับกล้วยไม้ที่เห็นอยู่
สรุปได้ดังนี้นะคะ กล้วยไม้ที่มีอายุได้ 2-3 ปี และสามารถนำออกคืนสู่ป่าได้ ก็จะต้องนำมาติดกับเศษไม้ ดังในรูป ซึ่งไม้ที่ใช้นั้นก็อาจจะเป็นไม้สัก และที่ๆนี่ใช้คือ ไม้สักทองค่ะ ซึ่งเศษไม้ที่ได้ ก้ไม่ได้เป็นการไปตัดมาจากป่าแต่อย่างใดนะคะ
แต่เป็นการขโมย เอ๊ย! ได้มาจากโรงเลื่อยไม้ เป็นเศษที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว
ซึ่งทางพี่เจี๊ยบก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
เป็นการประหยัดไปในตัว ดีจริงๆค่ะ
นอกจากจะมีกล้วยไม้ และเศษไม้แล้ว ก็ยังต้องมีขุยมะพร้าวด้วยนะคะ
ซึ่งก็หาได้ตามโรงงานที่ทำกะทิ หรือหาได้ตามบ้านค่ะ
จากนั้นก็นำมาประกอบกันดังรูป ซึ่งกล้วยไม้จะต้องอยู่อย่างนี้อีกประมาณ 1 ปี
( นานได้อีก )
1 ปีผ่านไป กล้วยไม้จะเปลี่ยนแปลงไปยังไง ไปดูกันค่ะ
..
.
โอ้โห นี่โตจนมีนวดมีเคราเป็นปู่เลยเหรอเนี่ย อิอิ
และนี่คือกล้วยไม้ที่มีอายุโดยรวมประมาณ 3-4 ปีค่ะ สามารถนำออกสู่ป่าได้
นอกจากวิธีที่ผ่านมานั้น กล้วยไม้บางชนิดก็สามารถปลูกในกระถางได้ด้วยนะคะ
ดั่งที่เห็นเลยค่ะ ซึ่งบริเวณที่เพาะพันธุกล้วยไม้แห่งนี้มีให้ชมแทบจะทุกวิธี
และสถานที่ก็กว้างและชุ่มฉ่ำมาก อยากให้ทุกคนมาสัมผัสค่ะ
รับรองว่าจะต้องชอบจนไม่อยากออกจากที่นี่เลย^^
ส่วนด้านบนที่เพาะพันธุกล้วยไม้นั้นเป็นส่วนสำคัญที่ลืมไม่ได้เลยนะคะ ก็คือจะต้องมุงแสลม หรือต่าข่ายที่พอจะให้กล้วยไม้ได้รับแสงในปริมาณที่พอเหมาะ รวมไปถึงแดดด้วยค่ะ
เพราะถ้าหากไม่มุงตาข่าย เวลาที่ฝนตกหรือแดดจัดๆ กล้วยไม้ก็จะตายได้ค่ะ
และก็จบกับบันทุกของฟลอยแล้วค่า
สนุกกันบ้างไหมเอ่ย
รายละเอียดเกี่ยวกับกล้วยไม้มีอีกมากมายเลยนะคะ จนพวกเราไม่รู้ว่าจะนำเสนอ
ในเรื่องไหนก่อนดี แต่รับรองว่ามีแน่นอนค่ะ โดยคราวหน้าก็จะพบกับสมาชิกคนสุดท้ายนั่นก็คือแพรค่ะ
สุดท้ายนี้ขอลาไปพร้อมกับรูปนางแบบสวยๆ ซึ่งไม่ทราบว่าจะถูกตาท่านผู้อ่านหรือไม่ แต่ก็เต็มใจนำเสนอค่ะ ^^
แหละนี่คือโฉมหน้าของสมาชิก(ส่วนหนึ่ง)
ไม่ต้องเดานะคะว่าฟลอยคนไหน ฟลอยก็คือคนที่สวยที่สุดนั่นแหละค่ะ^^
สุดท้ายจริงๆ พวกเรายินดีที่จะตอบคำถามทุกท่านนะคะ
มีข้อข้องใจสามารถฝากคำถามไว้ได้ตลอดค่ะ
และก็ยินดีที่จะได้รู้จักกับผู้รักกล้วยไม้ หรือผู้ที่สนใจนะคะ
ลองฝากคำถามไว้ หรือไม่ก็ลองอ่านบันทึกของพวกเราย้อนหลังได้ค่ะ
แล้วคุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่รักในกล้วยไม้ เหมือนพวกเราที่ตอนนี้ผูกพันกับกล้วยไม้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ
สำหรับวันนี้ฟรอยด์ต้องขอตัวก่อน เจอกันในครั้งต่อไปค่ะ
พบกับความรู้ เพลิดเพลินกับความสวยงามของกล้วยไม้
สวัสดีค่ะ
มาอ่านเรื่องราวของกล้วยไม้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
น้องเขียนได้น่ารักนะคะ ได้ความรู้มากค่ะ ขอบคุณนะคะ
ตอนนี้ผมมีฝักกล้วยไม้อยู่มากใครสนใจที่จะนำไปเพาะเพื่อขยายพันธุ์บอกหน่อยครับมีข้อแม้ว่าขอคืนเป็นขวดแค่ 2-4 ขวด /ฝ้กมีทั้งหมดตามรายละเอียดดังนี้
1.ไอยเรศป่า(ไม่มั่นใจได้มาจากเพื่อน) 6-8ฝักติดฝักประมาณ ตุลาคม 2553
2.ลูกผสมสายปอยหลวง 3-4 ฝัก ประมาณพฤศจิกายน 2553
3.ลูกผสมสายปอยดง 3-4 ฝัก ประมาณพฤศจิกายน 2553
4.หวายม่วงเข้มไปทางดำ 3-4 ฝัก ประมาณพฤศจิกายน 2553
น่าจะสามารถเพาะได้ประมาณ มีนาคม 2554
ติดต่อได้ที่ศุภกฤต 081-6843063
[email protected]