วันจันทร์ที่ ๑๐ ส.ค. ๕๒ ผมไม่มีนัด จึงอ่านหนังสือ The Next 100 Years อยู่ที่บ้านอยู่ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่น และอากาศไม่ร้อนนัก ทั้งวัน จบพอดี ระหว่างอ่านหนังสือเล่มนี้ ผมก็ไตร่ตรองไปด้วย ว่าความรู้เรื่องโลกอนาคตมันเตือนเราเรื่องอุดมศึกษาไทยอย่างไรบ้าง มันเตือนเราเรื่องปฏิรูปประเทศไทย อย่างไรบ้าง
อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ผมเกิดความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกมันถาโถมเข้ามา กระแทกสังคมไทยอย่างแรง และอย่างซับซ้อนซ่อนเงื่อน สภาพของสังคมไทยที่เป็นอยู่ใน ขณะนี้คือผล เป็นผลของการที่เรารับมือกระแสโลกไม่อยู่ เรากำลังซวนเซเพราะพายุ globalization ไม่ใช่แค่เพราะการแตกแยกฝ่ายเป็นเสื้อเหลืองเสื้อแดง นั่นมันอาการโรค ไม่ใช่ตัวโรค ตัวโรคคือ แพ้กระแสโลก
มองอย่างนี้แล้ว เราต้องไม่คิดแคบๆ กล่าวโทษคนบางคนหรือบางกลุ่ม เราต้องมองตัวเอง มองระบบที่ตนเกี่ยวข้อง ว่าได้มีส่วนสร้างปัญหา หรือมีส่วนแก้ปัญหา ผมเคยได้ยิน ศ. ดร. สมศักดิ์ ชูโต กระเซ้าลูกศิษย์ที่เป็นใหญ่ว่า Are you part of the problem or part of the solution? เป็นคำที่คมจริงๆ สมกับที่ ศ. นพ. ประเวศ วะสี ยกย่องว่า ท่านเป็นคนที่ฉลาดที่สุดคนหนึ่ง และสอบได้ที่หนึ่งของประเทศไทย
นำไปสู่ความเข้าใจ positioning ประเทศไทย/สังคมไทย ว่าเราไม่ใช่ประเทศใหญ่หรือมีบทบาทเชิงผู้นำในโลก แต่เราก็ไม่ต้องการให้สังคมของเราต้องเดือดร้อนเพราะมหาอำนาจเขารบกัน ไม่ว่าจะรบสงครามร้อนหรือสงครามเย็น และเราต้องฉลาดพอที่จะไม่รบกันเองจนบ้านเมืองล่มจม ผมหวังว่าประเทศไทยจะรอดพ้นหายนะของความขัดแย้งภายในโดยเร็ว โดยอุดมศึกษาต้องเข้าไปร่วมเยียวยาด้วย รวมทั้งเราต้องสร้างสรรค์และสั่งสมปัญญาในโลกยุคใหม่ สำหรับอยู่อย่างมีความสุขในโลกที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
Friedman มีวิธีคิดมากมาย และทำนายว่ารัสเซียจะล่มอีก และจีนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ยุโรปก็รวมกันไม่สนิท ในที่สุดกลางๆ ศตวรรษก็จะเกิดสงครามเย็นระหว่างมหาอำนาจหนึ่งเดียวคือสหรัฐอเมริกา กับโปแลนด์ฝ่ายหนึ่ง กับญี่ปุ่นและเตอรกีอีกฝ่ายหนึ่ง โดยที่เป็นการรบเพื่อหาทางต่อรองผลประโยชน์ใหม่ รบโดยเน้นทำลายกองฐานรบอวกาศ ระบบสื่อสารและตรวจจับสัญญาณ และกำลังเครื่องบินรบความเร็วเหนือเสียงไร้คน ไม่ฆ่าประชาชน ดังนั้น จะมีคนตายเพียง ๕ หมื่นคน เทียบกับ ๕๐ ล้านในสงครามโลกครั้งที่ ๒
เขาทำนายว่า สงครามจะกระตุ้นให้เกิดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากมาย โดยเฉพาะด้านพลังงาน ในที่สุดจะมีโรงงานผลิตพลังงานนอกโลก และส่งเข้ามาใช้เลี้ยงโลก
ที่น่าสนใจคือราวๆ ค.ศ. ๒๐๓๐ โลกจะขาดแคลนคนทำงาน ประเทศต่างๆ จะแย่งกันดึงคนเข้าประเทศ แต่ในปลายๆ ศตวรรษในสหรัฐอเมริกาจะมีหุ่นยนต์ทำงาน และไม่ต้องการแรงงานคนอีกต่อไป ก็จะกลับไปควบคุมจำกัดจำนวนคนเข้าเมืองอย่างเดิม
เขาบอกว่า อย่างไรเสียความเป็น nation state จะยังคงอยู่ ผลประโยชน์ของ nation state จะยังคงเป็นศูนย์กลางวิธีคิดของผู้คน และบอกว่าปัญหาเรื่องโลกร้อนจะคลายลง เพราะจำนวนประชากรโลกลดลง และมีแหล่งพลังงานที่ไม่ใช่ hydrocarbon
เขาทำนายว่า ปลายๆ ศตวรรษ จะเกิดความขัดแย้งระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐ โดยที่เม็กซิโกจะเป็นมหาอำนาจ และซ้อนอำนาจกับสหรัฐ เนื่องจากคนเม็กซิกันจำนวนหนึ่งจะมีอำนาจทางการเมืองในสหรัฐด้วย ผมแปลกใจที่เขาไม่เอ่ยถึงแคนาดาเลย ทั้งๆ ที่วิธีคิดของเขาใช้กรอบ geopolitics และบอกว่ามหาอำนาจต้องอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ เขาอาจคิดว่าแคนาดามีบุคลิกนิ่มนวลเกินกว่าจะเป็นมหาอำนาจโลกก็ได้ แต่ไม่ได้เอ่ย
ข้างล่างคือบันทึกระหว่างอ่านหนังสือ ที่ผมใช้ PDA HP iPAQ 2910 บันทึกประเด็นน่าสนใจ และบันทึกความคิดของตนเอง ท่านผู้อ่านไม่ต้องอ่านก็ได้
วิธีมองภาพใหญ่แนว international power มองวิธีดำรง และสร้างความเป็นใหญ่ของประเทศ ในท่ามกลางประเทศอื่น ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยบวกและปัจจัยลบ
ปัจจัยลบของประเทศ ได้แก่ borderland, ระบบเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
ได้ รร. ระบบ ศ. และการเงินของ ญ. ที่อ่อนแอ เพราะเกิด NPL ง่าย ต้องเน้นตลาดส่งออก คือวงการต่างประเทศเขารู้ใส้กันอยู่ และในที่สุดก็เกิดวิกฤตธนาคาร ที่ใช้เวลา ๒๐ ปีในการกู้ Friedman บอกว่าในปี ค.ศ. ๑๙๙๐ ญี่ปุ่นมี NPL ราวๆ ๒๐% ของ GDP แต่เวลานี้จีนมีราวๆ ๒๕ - ๔๐% เศรษฐกิจจีนจึงอยู่ในสภาพไม่มั่นคง
ผมชอบวิธีวิเคราะห์พัฒนาการของเศรษฐกิจ-การเมืองอเมริกันเป็นวงจรที่เริ่มต้นด้วยการสร้างสรรค์ระบบใหม่์ ใช้เวลาของวงจร ๓๐ - ๔๐ ปีก็เข้าสู่วิกฤต โดยที่ปัจจัยที่ก่อความสำเร็จของวงจร
เดิมนั่นเองที่เป็นตัวก่อปัญา และเข้าสู่วงจรใหม่ แต่ละวงจรกินเวลา ๔๐ - ๕๐ ปี
วงจรแรก จาก founders สู่ pioneers (1776 - 1828) หรืออาจเรียกว่า จากยุค pro rich สู่ยุค pro poor มี Andrew Jackson เป็นพระเอกแห่งวงจร และ George Washington เป็นเทพเจ้าแห่งยุค และจบที่ ปธน. John Quincy Adams
ยุคแรกนี้คนอเมริกันส่วนใหญ่เป็นคนอังกฤษ
วงจรที่ ๒ จาก pioneers สู่ small town America (1828 - 1876) หรืออาจเรียกว่ายุคเกษตรกรรมรายย่อย หรือยุคมุ่งตะวันตก มี Abraham Lincoln เป็นเทพเจ้าแห่งยุค และมี Andrew Jackson เป็นผู้เริ่มยุคนี้ด้วยการกำหนดระบบการเงินที่อุ้มชูคนเล็กคนน้อย ด้วยการทำให้ดอกเบี้ยต่ำ ยุคนี้จบที่ ปธน. Herbert Hoover ในปี ๑๙๓๒ ซึ่งเป็นยุคที่ดอกเบี้ยต่ำก่อปัญหาต่อเกษตรกรรมที่พัฒนาเป็นรายใหญ่ หรือเกษตรอุตสาหกรรม และยุคอุตสาหกรรม
ยุคที่ ๒ นี้มีคนจากยุโรปที่ไม่ใช่อังกฤษอพยพเข้าไปในสหรัฐมากมาย
วงจรที่ ๓ จาก small towns สู่ industrial cities เมื่ออุตสาหกรรมเข้ามา คุณค่าสังคมแบบ small towns ก็หมดยุค ระบบเศรษฐกิจการเงินที่หมดสมัยทำให้เกิด the Great Depression พระเอกของยุคคือ ปธน. Franklin D. Roosevelt ผู้เปลี่ยนมือความมั่งคั่งจากนักลงทุนสู่ผู้บริโภค และมีการลงทุนภาครัฐมากมายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นยุคที่เกิดสังคมคนชั้นกลาง
ระบบนี้ทำงานได้ผลจนราวปี ค.ศ. ๑๙๗๐ ก็มีปัญหา จนเกิดวิกฤตสมัย ปธน. Jimmy Carter ที่อัตราดอกเบี้ยสูงมากและมีวิกฤตพลังงาน
วงจรที่ ๔ จาก industrial cities สู่ service suburbs พระเอกคือ ปธน. Ronald Reagan ที่ดึงระบบเศรษฐกิจกลับมาให้ผลประโยชน์แก่ผู้ผลิตอีกครั้งหนึ่ง
วงจรที่ ๕ จาก service suburbs สู่ permanent migrant class ซึ่งจะเริ่มต้นราวๆ ปี ๒๐๓๐ ที่สหรัฐต้องมีมาตรการดึงดูดคนอพยพเข้าประเทศ เพราะทั้งโลกจะขาดแคลนแรงงาน
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ส.ค. ๕๒
ดีใจจังที่ได้อ่าน
จากบทความสิ่งที่หน้าสนใจ
1.สภาพของสังคมไทยที่เป็นอยู่ใน ขณะนี้คือผล เป็นผลของการที่เรารับมือกระแสโลกไม่อยู่ เรากำลังซวนเซเพราะพายุ globalization ไม่ใช่แค่เพราะการแตกแยกฝ่ายเป็นเสื้อเหลืองเสื้อแดง นั่นมันอาการโรค ไม่ใช่ตัวโรค ตัวโรคคือ แพ้กระแสโลก
ดีๆๆมากๆ ครับทำให้ผมได้เข้าใจถึงเศรษฐกิจและเรื่องการปกครองทั่วโลก ได้รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรต่อไปอีก
ในขณะนี้สภาพสังคมไทยไม่สามารถที่จะรับมือ ตามสภาวะกระแสโลกให้ทันเพราะคนไทยมักจะมีความแตกแยก เช่น เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ครอบครัว
จึงทำให้สังคมเกิดความวุ่นวาย อีกฝ่ายหนึ่งโต้อีกฝ่ายหนึ่งรับ ทำให้ประเทศต่างชาติ
เกิดความกังวนที่คนในประเทศไทยเกิดความขัดแย้งกัน ทำให้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก
เช่นการท่องเที่ยวภายในประเทศ
เราจึงต้องหันมาใช้ของไทย
อุดหนุดคนไทย
เพื่อนประเทศไทยที่มั่นคง
ได้เข้าใจการเมืองในประเทศของตนเอง
ได้เข้าใจถึงการเมืองในภายภาคหน้า
ได้สดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยที่ใช้ความคิดของตนเองกับคนอื่น
ได้รู้ว่าอนาคตประเทศประเทศอะไรที่อาจจะมีผลกระทบต่อสงครามบ้างและคนในอนาคตอาจจะตกงานเพราะใช่หุ่นยนทำแทน