1. ท่านมีวิธีการสร้างสุขในองค์กรในยุควิกฤติเศรษฐกิจอย่างไร
ตอบ กลุ่มสถานประกอบการต่าง ๆ อาจแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
1) กลุ่มที่ไม่ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ หรือมีผลกระทบน้อย ยังมีกำไรจากผลการประกอบการแต่อาจลดลงบ้าง
2) กลุ่มที่ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ได้รับผลกระทบรุนแรง มีรายได้จากผลประกอบการลดลงมากจนอาจถึงภาวะขาดทุน จำเป็นต้องลดค่าใช้จ่าย ลดเงินเดือนพนักงาน เลิกจ้างพนักงาน หรือถึงขั้นยกเลิกกิจการ
องค์กรที่อยู่ในกลุ่ม 1 สามารถสร้างสุขในองค์กรได้ตามนโยบายหรือกิจกรรมตามปกติ แต่สำหรับในกลุ่มที่ 2 คงจะต้องใช้กลยุทธ์ในการสร้างความสุขในองค์กรชนิดที่ไม่ต้องใช้เงินทุน หรือยิ่งประหยัดเงินกว่าในภาวะปกติได้ก็จะยิ่งดี
การสร้างสุขในองค์กรในยุควิกฤติเศรษฐกิจ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุน
1. การให้ความรู้
2. แนะนำแนวทางปฏิบัติตัวอย่างขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ
3. การกระตุ้นให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมในการสร้างองค์กรแห่งความสุข
4. การให้รางวัล (Rewarding) ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเงินเสมอไป
5. การสร้างความยุติธรรมด้วยความโปร่งใส ความมีเหตุมีผล
6. การลดเวลาทำงานเพื่อให้พนักงานได้มีเวลาพักผ่อนและอยู่กับครอบครัวมากขึ้น
7. การให้คำปรึกษาและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
8. Communication and Human Touch ของผู้นำ หัวหน้างาน และ HR
2. ท่านมีข้อเสนอในการขยายผล “การสร้างสุขในองค์กร” ให้เกิดขึ้นในองค์กรอื่นอย่างไร
ตอบ ข้อเสนอ 1 สร้างแรงจูงใจในองค์กร (โดยเฉพาะ CEO) เห็นถึงประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ
- ในด้านชื่อเสียง เช่น มีการแจกรางวัลสถานประกอบการที่มีการดูแลคุณภาพชีวิตพนักงานยอดเยี่ยมระดับชาติประจำปี (มีหลายประเภทรางวัล เช่น ภาคอุตสาหกรรม, ภาคการให้บริการ, แบ่งตามขนาดจำนวนพนักงาน ฯลฯ)
- แรงจูงใจที่เป็นเม็ดเงิน เช่น การให้ส่วนลดภาษี แก่สถานประกอบการที่มีการดูและคุณภาพชีวิตพนักงานดีเด่นผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ ฯลฯ
ข้อเสนอ 2 สถานประกอบการส่วนมากมักจะต้องมีหน่วยงานหรือองค์กรที่คอยกำกับดูแลการดำเนินกิจการ ถ้าสามารถชักนำให้หน่วยงานกำกับดูแล เห็นความสำคัญและความจำเป็นในเรื่องการสร้างองค์กรแห่งความสุขและการดูแลคุณภาพชีวิตของคนทำงาน แล้วหน่วยงานกำกับดูแลก็จะสั่งการไปยังสถานประกอบการต่าง ๆให้จัดทำแผนงานที่จะดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดีขึ้น (เป็นลักษณะ Compulsory)
ข้อเสนอ 3 ขยายเวทีของการเสวนาไปเรื่อย ๆ โดยใช้สื่อประกอบ เช่น จัดทำ VCD บรรยายโดยวิทยากร (นพ. ชาญวิทย์) แล้วให้ตัวแทนหน่วยงานนำเรื่องที่เคยผ่านเวทีเสวนามาแล้วทำหน้าที่เป็น Facilitator ช่วยตอบคำถามให้คำแนะนำเบื้องต้นโดยจัดเป็นกลุ่มย่อย ๆ คราวละ 5-6 องค์กร และเพื่อให้ไม่รบกวนเวลาFacilitator มากเกินไปควรกำหนดให้ Facilitator ผู้ร่วมโครงการแต่ละคนร่วมกิจกรรมไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี โดยสามารถสร้าง Facilitator ใหม่ต่อไปได้เรื่อย ๆ

นายแพทย์คัคนันต์ กรีติสุนทร ร.น.