พลิกด้านของวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยผู้บริหารต้องแสดงให้พนักงานเห็น “การร่วมทุกข์ร่วมสุข” ด้วยความจริงใจต่อกัน

1. ท่านมีวิธีการ สร้างสุขในองค์กรในยุควิกฤติเศรษฐกิจ อย่างไร ?         

วิธีการสร้างความสุขในองค์กรในยุควิกฤติเศรษฐกิจ

     ในภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อองค์กร ซึ่งอาจทำให้องค์กรได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย แนวทางที่บริษัทฯ ได้นำมาใช้เพื่อความอยู่รอด เช่น การปรับลดค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ เช่น งบประมาณค่าใช้จ่ายของหน่วยงาน, การที่มีพนักงานลาออกแล้วไม่รับทดแทน ทำให้บุคลากรในหน่วยงานดังกล่าวต้องทำงานและรับผิดชอบมากขึ้น, การโอนย้ายพนักงานระหว่างหน่วยงาน หรือการปรับโครงสร้างองค์กรให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่นำมาใช้ได้มีผลกระทบต่อบุคลากรภายในองค์กร และทำให้ความสุขของคนในองค์กรลดน้อยลง อย่างไรก็ตามในยุควิกฤติทางเศรษฐกิจก็ยังจะสามารถสร้างความสุขให้เกิดขึ้นได้ในองค์กรเช่นกัน โดยการพลิกด้านของวิกฤติให้เป็นโอกาส ดังนี้

§      ผู้บริหารต้องแสดงให้พนักงานในองค์กรเห็นถึง การร่วมทุกข์ร่วมสุข โดยการดำเนินการใดๆ ที่จะมีผลกระทบต่อพนักงาน ผู้บริหารต้องแสดงความรับผิดชอบก่อน และดำเนินการใดๆ ด้วยความจริงใจ

§        ผู้บริหารต้องเป็นผู้สื่อสารและเป็นตัวอย่างในการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพนักงาน

§     ปรับทัศนคติให้พนักงานมองโลกในเชิงบวกและมีความหวัง รวมทั้งแนะนำวิธีการทำงานอย่างมีความสุขในภาวะวิกฤติ

§    ใช้โอกาสในการสร้างแนวทางการดำเนินชีวิตในรูปแบบของเศรษฐกิจพอเพียงให้พนักงานได้เข้าใจ ในภาวะการณ์ดังกล่าวถือเป็นโอกาสที่ทุกฝ่ายต้องกลับมาทบทวนแนวทางการดำเนินชีวิตของตนเองบนพื้นฐานของความพอเพียง เช่น การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น, การรณรงค์สร้างจิตสำนึกในรูปแบบต่าง ๆ   

§    เน้นการมีส่วนร่วมจากพนักงานในการแก้ไขภาวะวิกฤติ เช่น การคิดนวัตกรรมเชิงสร้างสรรรค์ทั้งในรูปแบบของ ผลิตภัณฑ์, ขั้นตอนการทำงานและระบบงานใหม่ ๆ เป็นต้น

§    เน้นการสื่อสารทำความเข้าใจไปยังพนักงานให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน เช่น การออกนโยบายในการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ โดยให้พนักงานทราบขั้นตอน, รูปแบบการดำเนินการและประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับ หากสามารถสื่อได้ว่าองค์กรจะไม่ปลดพนักงาน หรือการปรับลดพนักงานจะเป็นแนวทางสุดท้ายที่จะนำมาใช้ ก็จะยิ่งทำให้พนักงานมีขวัญและกำลังใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น รวมทั้งหากจำเป็น ควรสื่อสารเรื่องของผลประกอบการที่แท้จริงให้พนักงานทราบและเข้าใจ และเข้ามามีส่วนร่วมกับบริษัทฯ มากขึ้น

§    หามาตรการลดความตึงเครียดในองค์กร เช่น การออกกำลังกาย หรือการจัดกิจกรรมนอกสถานที่บ้างเป็นครั้งคราวตามความจำเป็น เพื่อให้พนักงานได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบบ้าง

§    หากมีการดำเนินการที่เกิดผลกระทบต่อพนักงาน เช่น การไม่ปรับขึ้นอัตราเงินเดือน, ไม่มีโบนัส, ลดการทำงานล่วงเวลา, ให้หยุดงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะกระทบต่อรายได้ของพนักงานโดยตรง องค์กรควรสื่อสารความจำเป็นให้พนักงานทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนรวมทั้งให้มีการดำเนินการที่เป็นธรรม พร้อมทั้งหาแนวทางช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ เช่น การฝึกอาชีพเสริมระยะสั้นให้พนักงานและครอบครัวได้มีโอกาสหาความรู้และสร้างรายได้เสริม หรือการให้กู้ยืมเงินฉุกเฉินโดยไม่มีดอกเบี้ย เป็นต้น

 

2.   ท่านมีข้อเสนอในการขยายผล การสร้างสุขในองค์กร ให้เกิดขึ้นในองค์กรอื่น ๆ อย่างไร ?

1.      ร่วมมือกับหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสร้างสุขในองค์กร

2.      องค์กรต้องเรียนรู้รูปแบบ และประสบการณ์จากองค์กรอื่นๆ และนำมาประยุกต์ใช้

3.   ควรมีหน่วยงานกลางในการประสานงานและกระตุ้นผู้บริหารระดับสูงให้หันมาสร้างความสำคัญกับความสุขของบุคลากรในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เช่น    มีการแจกรางวัลให้กับองค์กรที่สามารถสร้างความสุขในองค์กรได้อย่างประสบความสำเร็จและเป็นตัวอย่างให้กับองค์กรอื่นได้ 

โดยผู้มอบรางวัลควรเป็นนายกรัฐมนตรี

          4.   หน่วยงานกลางควรมีกิจกรรมสร้างสุขในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดกิจกรรมและการเผยแพร่สื่อต่าง ๆ เช่น วิดีทัศน์, เอกสารเผยแพร่ เป็นต้น

          5.   ควรมีการขยาย Network โดยผ่านสมาคมและชมรมของ HR และให้ HR เป็นหน่วยงานที่ช่วย

           ประสานงานระหว่างหน่วยงานกลางกับผู้บริหารของแต่ละองค์กร