...

อาจารย์แห่งเว็บไซต์ 'Fitsugar' ตีพิมพ์เรื่อง 'Your doctor hates theses 5 things about you. ' = "หมอของคุณเกลียด 5 สิ่งนี้(จริงๆ)" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

'Here are five things MDs hate about their patients.' = "นี่คือ 5 เรื่องพฤติกรรมคนไข้ที่หมอ (MD = ชื่อย่อหมอ, MDs = ชื่อย่อหมอหลายคน) เกลียด

(1). Patients who lie about their lifestyle. = คนไข้ (patient = คนไข้) ที่หลอกลวง (lie about = หลอกลวง) เรื่องไลฟ์สไตล์ (lifestyle = วิถีชีวิต)

  • ไม่มีใครอยากเป็นคนที่ทำตัวไม่ค่อยดี เช่น สูบบุหรี่ ดื่มหนัก ติดยา ไม่ออกกำลัง ฯลฯ ทว่า... พยาบาล-หมอไม่ใช่ผู้พิพากษา การถามคำถามเหล่านี้เพื่อจะได้รู้ว่า คนไข้เสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง และจะหาทางป้องกันอย่างไร ทางที่ดีคือ ตอบไปตามจริง
  • ผู้เขียนมีประสบการณ์ไปดูงานโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ในปี 2542, คำแนะนำคนไข้ที่นั่นมีคำเตือนสั้นๆ ว่า "คนไข้ที่ให้ประวัติทางการแพทย์เท็จมีความผิดทางอาญา"
  • การออกกฏหมายเช่นนี้เป็นไปตามหลักปรัชญาขงจื่อ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของสิงคโปร์ที่ว่า ผลประโยชน์ส่วนรวมควรมาก่อนส่วนตัว ทำให้พัฒนาชาติบ้านเมืองไปได้ไกล

(2). Patients who don't follow through with the care the doctor recommended. = คนไข้ (หลายคน) ที่ไม่ทำตาม (follow throught = ทำตาม) คำแนะนำ (care = แคร์ การดูแลตัวเอง) ที่หมอแนะนำ (recommend = แนะนำ)

  • คนไข้เบาหวานมีทั้งคนที่รู้จักกินลำไยมื้อละ 2-3 ลูก และทำตามที่หมอแนะนำ เช่น ออกกำลังเป็นประจำ ฯลฯ ทำให้ผลการรักษาค่อนข้างดีไปนับสิบๆ ปี 
  • ขณะเดียวกันก็มีคนไข้ที่ซัดลำไยมื้อละ 2-3 กิโล(กรัม) แล้วทำเป็นบ่นว่า อาการจากโรคเป็นผลจากยา! (เอะอะอะไรก็โทษคนอื่น...) 
  • โลกเรามียาเบาหวานสำหรับคนไข้ที่กินลำไยมื้อละ 2-3 คำ แต่ไม่มียาเบาหวานสำหรับคนไข้ที่ซัดลำไยมื้อละ 2-3 กิโลฯ คนไข้เบาหวานประเภท "ซัดลำไย" ด้วย ชอบโทษหมอด้วย ส่วนใหญ่จะรอดไปได้ไม่นาน

(3). Patients who'd rather pop pills or have surgery than take responsibility for their own well-being = คนไข้ (หลายคน) ที่ชอบใช้ยา (pop = นิยมใช้; popular = เป็นที่นิยม ป๊อปปูล่าร์ เช่น เพลงป๊อป ฯลฯ ; pill = ยา) หรือผ่าตัด (surgery = การผ่าตัด) มากกว่ามีส่วนรับผิดชอบ (take responsibility = แสดงความรับผิดชอบ) เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเอง (well-being = ความเป็นอยู่ที่ดี ความสบายดี)

  • คนไข้และญาติจำนวนมากไม่ยอมบริจาคเลือดให้ญาติตัวเอง... ผู้เขียนมีประสบการณ์ขอร้องให้ลูกบริจาคเลือดให้พ่อแม่, ขอให้ผัวเมียบริจาคเลือดให้กัน, ขอญาติบริจาคเลือดให้ญาติ ส่วนใหญ่จะไม่ให้ บอกตรงๆ ว่า "แล้งน้ำ(ใจ)" แบบนี้ไม่ชอบเลย
  • พยาบาลท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า นอกจากจะขอเลือดญาติไม่ได้แล้ว... บางทีญาติยังด่ากลับว่า ทำไมหมอไม่ไปหาเลือด
  • คำตอบคือ จะไปหาที่ไหนในเมื่อคนในโรงพยาบาลจำนวนมากก็บริจาคเลือดเป็นประจำอยู่แล้ว และหน่วยรับบริจาคเลือดก็ออกไปแทบทุกที่... จนไม่รู้จะออกที่ไหนแล้วเช่นกัน 
  • โรคส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น อาจารย์หมอท่านหนึ่งเป็นผู้บริหาร ลงพุงนิดหน่อย ดื่มเบียร์ ฯลฯ พอท่านรู้ว่า เป็นเบาหวานหลังเกษียณก็ "ลด-ละ-เลิก" อะไรที่ไม่ดีกับโรค หันไปขี่จักรยานทุกบ่าย ทำจนน้ำตาลในเลือดปกติ ไม่ต้องใช้ยา ฯลฯ
  • การปรับเปลี่ยนเช่นนี้มีผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการใช้แต่ยาอย่างมากมาย
  • อาจารย์โรงพยาบาลสมิติเวชเล่าในการประชุมวิชาการปี 2551 ว่า คนไข้ญี่ปุ่นมีวินัยสูงมาก มาพร้อมกระดาษ-ดินสอ ปากกา บางท่านมีเครื่องบันทึกเสียงมาขอบันทึกคำแนะนำด้วย
  • คนไข้ญี่ปุ่นจดคำแนะนำทุกอย่างหมด แถมยังจำได้หมดว่า เดือนไหนหมอแนะนำอย่างไร คุณลักษณะเช่นนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้คนญี่ปุ่นประสบความสำเร็จ

(4). Patients who insist they need a certain medication because they saw it on TV or the internet. = คนไข้ที่กดดัน (insist = รบเร้า กดดัน) ว่า จะเอายาแบบนั้นแบบนี้ (medication = ยา; certain = แน่นอน แบบนั้น) เพราะเห็นใน TV หรืออินเตอร์เน็ต

  • คนไข้จำนวนมากถือยาตัวอย่างมาแล้วบังคับให้หมอสั่งยาตามนั้น... คนในโรงพยาบาลก็เหมือนกัน ชอบทำ "ใบสั่งยา (= การเลือกใช้ยาควรอยู่ในดุลพินิจของหมอ)" ให้กลายเป็น "ใบสั่งแพทย์ (= บังคับ กดดันหมอ)
  • หมอจบใหม่ไฟแรงท่านหนึ่งเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า พยายามทำงานเต็มที่แล้ว แต่คนไข้ถือว่า ถ้าร้องเรียนอะไร... หมอผิดลูกเดียว มาถึงก็ด่า, ครั้งแรกลาพักผ่อนไป 7 วัน, ครั้งที่สองโดนด่า 2 ครั้งในวันเดียว คราวนี้ยื่นใบลาออกเลย, ลาไปทำคลินิกเสริมสวย ได้ขั้นต่ำเดือนละ 80,000 บาท ค่าคอมฯ (commission = ค่านายหน้า) อีกต่างหาก
  • ผู้เขียนเคยเห็นคนไข้มะเร็งขั้นสุดท้ายท่านหนึ่งเอะอะอะไรก็โกรธใส่พยาบาล ทำเหมือนพยาบาลมีไว้รองรับอารมณ์ แรงที่มีแสนน้อยก็ยังอุตส่าห์คว้าผ้าก๊อซ ขว้างใส่พยาบาล... คนที่มี "จิตตก" เช่นนี้คงจะหนีอบาย (ภูมิ) ไปได้ยาก เพราะไปโกรธพยาบาลที่มากด้วยกรุณา และที่สำคัญคือ พยาบาลท่านไม่ได้หวั่นไหว ยังคงทำหน้าที่ด้วยดี
  • สิ่งที่คนไข้มะเร็งควรทำคือ ถ้าเจ็บก็ขอให้บอกว่า "เจ็บเท่านั้นเท่านี้"... พยาบาลจะนำแบบประเมินความปวดมาให้ (ส่วนใหญ่จะเป็นสเกลจาก 0-10) และปรับเปลี่ยนยา ซึ่งควบคุมอาการปวดได้มาก 80-90%, อีก 10-20% คนไข้ควรใช้ยาทำใจ คือ สนใจอาการให้น้อยลง คิดดี-พูดดี-ทำดีให้มากขึ้น... เมื่อไม่หมกมุ่นกับตัวเองมากเกินไป เช่น เดินไปเดินมา หาความรู้ ฯลฯ อาการมักจะทุเลาลง
  • ยาส่วนใหญ่ทำให้อาการทุเลาลงได้ 80-90% โดยเฉพาะยาแก้ปวดแบบแรงนั้น... ถ้าให้จนความปวดหายไปเกือบหมด อาจทำให้หยุดหายใจแบบไมเคิล แจ็คสันได้

(5). Patients who rely on the internet, friends, or relatives for their health care. = คนไข้ (หลายคน) ที่อาศัยหรือใช้ (rely on = พึ่งพาอาศัย เชื่อถือ ไว้ใจ) อินเตอร์เน็ต, เพื่อนๆ หรือญาติๆ (relative = ญาติ) ในการดูแลสุขภาพ

  • ปกติหมอจะชอบคนไข้ที่สนใจใฝ่รู้ ค้นคว้า หาข้อมูลเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ... แต่ไม่ใช่ฝังใจว่า ถ้าญาติคนหนึ่งเป็นโรค หรือมีอาการคล้ายๆ กัน แล้วไปกดดันหมอให้วินิจฉัย หรือรักษาโรคเหมือนกันไปหมด
  • คนไข้บางคนมาถึงก็ไม่ทำอะไรเลย... บ่นไปเรื่อย โดยเฉพาะคนสูงอายุ เวลาหมอจะฟังปอด-หัวใจอะไรก็พูดๆๆ เจ้าหูฟังนี่เทียบได้กับเครื่องขยายเสียง เสียงในหูฟังจะดังคล้ายๆ คอนเสิร์ทเพลงร็อค (ไม่แนะนำให้ฟังเพลงดังๆ และไม่แนะให้พูดเวลาหมอใช้หูฟัง)
  • ทางที่ดีคือ หมอถามอะไรก็ตอบไปตามนั้น ตอบตามจริง ตอบให้ตรงเรื่อง และไม่มากเรื่อง เพราะมีคนไข้คนอื่นรอตรวจอีกมากมาย

...

ญาติคนไข้ไม่ควรหวังอะไรที่เป็นไปได้ยาก(มากๆ) เช่น คนไข้ระยะสุดท้ายแล้วยังคิดจะให้หาย ฯลฯ หรือทำอะไรเพียงเพื่อความสะใจ เช่น สามีคนไข้รายหนึ่งบอกให้ฉีดยาให้ภรรยาเงียบ และหยุดไปทุกอย่าง (หมายถึงให้ตาย) เพราะเสียงคนไข้ทำให้เขา (เฝ้าไข้) นอนไม่หลับ ฯลฯ

ญาติคนไข้แบบนี้... เป็นญาติที่หมอชิงชังรังเกียจเช่นกัน, ความจริง... ถ้ากลัวนอนไม่หลับ ควรลงทุนขอจ้างพยาบาลพิเศษ หรือผู้ช่วยพยาบาลเฝ้า ซึ่งจะทำให้ตัวเองหลับสบายที่บ้าน และช่วยให้คนไข้ได้รับการดูแลที่ดีมากๆ ด้วย

...

อาจารย์หมอท่านหนึ่งอาสาสมัครไปเป็นหน่วยแพทย์ในสงครามอิรัก... คนไข้ที่นั่นถือว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวย อะไรๆ ก็ฟรี พอมีหมอจากประเทศยากจนไปก็ใช้อำนาจ (หมอที่เข้าไปทำงานมักจะเป็นหมอที่จนกว่า เช่น อียิปต์ ฯลฯ) คนไข้คนหนึ่งคงจะขี้โมโหหน่อย เลยตบหมอเลย

ท่าน (อาจารย์หมอ) เห็นว่า พอจะช่วยได้... เลยเข้าไปดูแลคนไข้ให้แทน, โชคดีไม่โดนตบ ท่านเขียนเรื่องนี้ลงวารสาร อ่านแล้วทำให้รู้สึกดีกับคนไข้ไทยขึ้นแยะ และไม่สงสัยด้วยว่า ทำไมอิรักถึงไปได้ไม่ถึงไหน เพราะคนในชาติขาดวินัย 

...

การศึกษาเกี่ยวกับคนไข้โรคเอดส์ เปรียบเทียบกันหลายๆ ประเทศครั้งหนึ่งพบว่า คนไข้เอดส์ในไทยส่วนใหญ่มีวินัยดี ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะถ้าลืมกินยาวันเดียวก็ถึงตายได้ หรืออาจเป็นเพราะคนไทยมีวินัยจริงๆ ก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นจากอะไร... การมีวินัยพอประมาณในการใช้ชีวิตจะทำให้สุขภาพคนไทยดีขึ้นได้เสมอ

... 

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา                   

หัวข้อเรื่องนี้คือ 'Your doctor hates theses 5 things about you' = "หมอของคุณเกลียด 5 สิ่งเกี่ยวกับคุณ"

คลิกลิ้งค์ > ลำโพง/ธงชาติ > ฟัง + ออกเสียงตาม 3 รอบ + ย้ำเสียงที่พยางค์แต้มสี

ตัวอย่าง

  • That hospital has too many patients. = โรงพยาบาลแห่งนั้นมีคนไข้มากเกินไป.
  • Patience is a virtue. = ความอดทน (ขันติ) เป็นคุณงามความดี (virtue = ความดีงาม).
  • You must be patient! It will be your turn soon. = คุณต้องอดทน! คิวของคุณ (turn = คิว จังหวะ ตา ที เช่น เวลาเล่นหมากรุกต้องผลัดกันเล่น ทีใครทีมัน ฯลฯ) รอไม่นาน (soon = ในไม่ช้า)

ต้นฉบับตอนหนึ่งคือ ''Here are five things MDs hate about their patients.' ขอให้สังเกตว่า มีการใช้ MDs = ภาษาละติน 'Medicinae Doctor' = 'doctor of medicine' = "ดอกเตอร์ที่เป็นหมอ" เป็นคำใช้เขียนท้ายชื่อหมอ

หมอระบบยุโรปใช้เวลาเรียน 6 ปี ฝึกงาน 1 ปี ถ้าสอบผ่าน + ฝึกงานผ่าน จึงจะมีโอกาสขึ้นทะเบียนวิชาชีพได้

... 

หมอระบบอเมริกาต้องเรียนปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ แต่ต้องมีหน่วยกิตวิชาเคมี-ฟิสิกส์-ชีววิทยามากพอประมาณ 4 ปี เรียนต่อ 4 ปี ฝึกงาน 1 ปี

โลกเรามีดอกเตอร์ที่จบปริญญาเอก และลงท้ายชื่อด้วย 'Ph.D.' = 'doctor of philosophy' = ดอกเตอร์แห่งปรัชญา ซึ่งน่าจะมาจากระบบมหาวิทยาลัยแรกๆ ของโลกเป็นสถาบันทางศาสนา-ปรัชญามาก่อน ส่วนใหญ่ต้องจบปริญญาโทหรือเทียบเท่า แล้วเรียนเก่งด้วยทำวิจัยดีๆ ด้วยจึงจะได้เป็นดอกเตอร์

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ 

 [ Twitter ] > ThankFitsugar

ที่มา                                                                      

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า>23สค.52.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.