เพราะนอนไม่หลับแถมตื่นสายแท้ ๆ เชียว เช้านี้เลยขึ้นมาปฏิบัติช้านิดนึง แต่ก็ยังมาทันทำวัตรเช้า โดยวันนี้มีหลวงพ่อวีระนนท์ลงมาที่ศาลาปฏิบัติธรรมด้วย เมื่อพระอาจารย์นำสวดเสร็จ พวกเราก็ทำสมาธิ โดยฟังธรรมบรรยายโดยหลวงพ่อวีระนนท์ไปด้วยพร้อมกัน ฟังธรรมไป เป็นเหน็บชาไป อู๊ย เหมือนหลวงพ่อจะรู้ว่าสมควรแก่เวลา (ของลูกศิษย์) ท่านจึงบอกว่าใครทนเวทนาไม่ไหว จะลุกเดินจงกรมก็ได้นะ เท่านั้นล่ะค่ะ เด้งเลย เด้งขึ้นมาเดินจงกรมเลย พอเดินแล้วค่อยยังชั่วหน่อย แต่พอกลับมานั่ง เอ มันก็ตึง ๆ บริเวณหัวคิ้วเหมือนเดิมแฮะ แต่ในระหว่างที่เดินและนั่งสมาธินี่ก็มีสมาธิดีนะคะ หรืออาจเป็นเพราะเราอยู่ในวัด อยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นได้ แล้วทำไมเรามีอาการแบบนี้ล่ะ หรือว่าเราทำผิด สงสัย... สงสัย ….
เมื่อทำจนครบเวลา พระอาจารย์ก็นำแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศล ดูเวลาก็เพิ่งหกโมงเอง เลยถามแม่ชีจี๊ดว่า จะทานอาหารเช้ากี่โมงคะ แม่ชีบอกว่าเจ็ดโมง ให้คอยฟังเสียงเอานะ ก็เลยถามว่างั้นช่วงนี้ให้ทำอะไรคะ แม่ชีบอกว่าก็ไปช่วยกันทำความสะอาด กวาดใบไม้ก็ได้ ก็เลยขอแม่ชีว่างั้นหนูขอไปล้างห้องน้ำนะคะ แม่ชีก็ตอบว่าได้ พวกเราก็เลยแยกกัน ระหว่างทางจะเดินไปห้องน้ำ เห็นหลวงพ่อวีระนนท์เดินมาที่กุฏิท่านพอดี เลยอาศัยช่วยชุลมุน เดินไปกราบท่านดีกว่า ขณะที่เราเข้าไปมีญาติโยมอยู่คณะนึงคุยกับท่านอยู่ก่อนแล้ว เมื่อท่านเห็นเรามารอเลยถามว่ามีอะไร ก็เลยกราบเรียนท่านไปว่า เมื่อเดือนที่แล้ว หนูพาเพื่อนมาถวายสังฆทาน และเคยเรียนหลวงพ่อว่าหนูมีอาการปวดท้องบ่อย ๆ เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แล้วหลวงพ่อบอกว่าเกิดจากกรรม หลวงพ่อบอกว่าถ้ามาครั้งหน้าแล้วจะบอกว่าเกิดจากกรรมอะไร ไม่ทราบว่าหนูเคยไปทำอะไรไว้คะ หลวงพ่อมองหน้านิดนึง แล้วก็บอกว่า “เคยทำกรรมกับแมวและวัวไว้ ” หือ !!แมวกับวัวเนี่ยนะ ! เป็นไปไม่ได้ เราไม่เห็นจำได้เลย ว่าเคยไปทำอะไรไว้ เลยถามว่า “แล้วหนูเคยไปผ่าท้องแมวหรือคะ ” ท่านก็เงียบไป บอกแค่ว่า “ก็เคยไปทำเค้าไว้น่ะ แล้วนี่จะอยู่ถึงวันไหน ” เราก็ตอบว่า “กลับวันพรุ่งนี้ค่ะ ” ท่านก็ว่า “แล้วมันจะได้อะไร ” คือในใจก็รู้ล่ะค่ะ ว่ามาแค่วันสองวันมันยังไม่ได้อะไร ก็เลยเรียนท่านว่า หนูลางานไม่ได้จริง ๆ ค่ะ มีลูกเล็กด้วย ท่านก็พูดแบบดุ ๆ ว่า “ก็เลือกเอาแล้วกัน ชีวิตน่ะ จะเลือกทางเดินเอง หรือให้เค้าเลือกให้ ถ้าไม่ใช้คืนเค้าด้วยจิตใจ เค้าก็จะมาทวงทางร่างกาย ไปเลือกเอาเอง ” อูย ท่านพูดแบบดุมากเลย ท่านคงเห็นเรานิ่งไป ท่านก็เลยพูดว่า “ถ้าทำไว้น้อย เค้าก็อาจจะแค่มาให้เห็น อโหสิกรรมแล้วก็จบกันไป ” เมื่อท่านไม่พูดอะไรต่อ เราจึงถามเรื่องบุญจังบ้าง ว่าหลวงพ่อเคยบอกเหมือนกันว่า ถ้ามาครั้งนี้จะบอกให้ว่าที่ลูกชายเจ็บป่วยบ่อยเกิดจากอะไร ท่านก็ตอบว่า “เหมือนกันนั่นแหละ แม่กับลูกก็ต้องแก้เหมือนกัน ” เฮ้อ เศร้าจัง สีหน้าท่านแลเด็ดขาดมากจากนั้น เราจึงขอตัวออกมา เพื่อเดินมาขัดห้องน้ำหญิง ขัดไปคิดไป เราไปทำอะไรไว้ว๊า เราออกจะรักแมวน๊า เลี้ยงแมวด้วย คุณแมวน่ะไม่เท่าไหร่ คุณวัวนี่ซิ เราไปทำอะไรไว้น๊อ อุ๊ย คิดมาคิดไป คิดไม่ออก ล้างห้องน้ำดีกว่า สบายใจดี (ไม่รู้เป็นอะไร ชอบขัดห้องน้ำวัด ตอนไปวัดปัญญาฯ ก็ไปขอพระท่านล้างห้องน้ำอย่างนี้ล่ะค่ะ ประหลาดคนเนอะ) เมื่อขัดห้องน้ำเสร็จก็เกือบได้เวลาทานอาหารเช้า วันนี้พี่อ้อยแม่ครัวทำข้าวต้ม + ผักกาดดอง+ผัดกระหล่ำปลีใส่เต้าหู้และก็ปลาทอดให้ทานกัน ด้วยจำนวนผู้ปฏิบัติธรรมที่เยอะ ตานี(ผู้ปฏิบัติธรรมหญิงชาวต่างชาติ) เลยบอกว่า ถ้าไม่พอก็ต้องทานมาม่ากันนะ พวกเราก็ตักกันแค่พอประมาณ กลัวไม่พอกินกัน จากนั้นพระท่านก็นำสวดถวายข้าวพระพุทธ ฯ และจากนั้นพวกเราก็ทานข้าวกัน เมื่อทานข้าวเสร็จก็เดินไปล้างตรงโรงครัว เมื่อมีโอกาสจึงเล่าให้อันและปรีชาฟังว่าไปกราบหลวงพ่อมา หลวงพ่อบอกว่าอย่างนี้ ๆ นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าไปทำอะไรไว้ ปรีชาเลยบอกว่า แมวอาจจะไปฉี่ใส่เสื้อผ้าเราก็ได้ แล้วเราเห็นเลยโกรธก็เลยไปตีมัน เออ มีเหตุผลแฮะ อาจเป็นได้นะ
ด้วยความเข้าใจผิด คิดว่าเค้าเริ่มปฏิบัติธรรมกันต่อตอน 8.30 น. เลยขึ้นไปช้านิดนึง จริง ๆ เค้าเริ่มตั้งแต่ 8.00 น.แล้วค่ะ พอขึ้นไปก็คือต่างคนต่างปฏิบัติกันเองนะคะ แต่มีพระอาจารย์ผู้สอนอยู่ด้วย เราก็ปฏิบัติกันหมือนเดิม เดินบ้าง นั่งบ้าง จับเวลากันเองแล้วแต่ใครถนัด แอร์เห็นบางคนก็ลงมาปฏิบัติข้างล่างบ้าง บริเวณรอบ ๆ ศาลาปฏิบัติบ้างก็มี ครั้งนี้ก็มีสภาวธรรมเหมือนเดิม ปฏิบัติจนถึงเวลา พระอาจารย์ก็นำแผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศลเช่นเดิม
ในช่วงทานอาหารเพล อาหารเยอะมาก ผิดกับช่วงเช้าเลย เราก็เข้าใจนะ ว่าญาติโยมคงสะดวกตอนเพลมากกว่า ก็เลยนำมาถวายกันเยอะ ช่วงเพลนี้หลวงพ่อวีระนนท์ก็ลงมาที่ศาลายาวด้วย หลวงพ่อให้คำแนะนำต่อผู้ปฏิบัติธรรมว่า ช่วงบ่าย ๆ เมื่อปฏิบัติแล้วมักจะง่วง ให้ใช้วิธีลงมาเดินข้างล่าง แล้วกำหนดไปด้วย แต่ให้เดินเร็ว ๆ ให้เดินจนกว่าจะหายง่วง จะดีขึ้น เราก็จำคำท่านไว้
เมื่อทานอาหารเสร็จ เราก็ฝากจานน้องอันไปล้าง เพราะจะล้างห้องน้ำชายต่อ จำได้ว่ามีห้องน้ำสองห้องแรกติดป้ายว่า “เสีย ” มีที่ใช้ได้อยู่สามห้อง ริมขวามือ เราก็รอให้ญาติโยมกลับก่อนจะได้ล้างห้องน้ำได้สะดวก พอจะเริ่มลงมือล้าง เทน้ำยาไปที่ชักโครกแล้ว มีคุณอาผู้หญิงท่านนึงบอกว่า ขอให้อาม่าเข้าห้องน้ำได้ไหมคะ อีกสองห้องเข้าไม่ได้ เอาล่ะซิ เทน้ำยาแล้วด้วย ก็เลยบอกว่างั้นเดี๋ยวรอสักครู่นะคะ หนูจะรีบล้างให้ ว่าแล้วก็รีบล้างโถแล้วเอาทิชชู่มาเช็ด ให้อาม่าเข้า จากนั้นก็มีคนเข้าต่ออีกสองคน ดีจัง ล้างห้องน้ำปุ๊บมีคนมาใช้ปั๊บเลย ไม่นึกรังเกียจหรอกค่ะ ถ้าคิดอย่างนั้นจริงก็คงไม่ทำ เพราะพระท่านก็ไม่ได้บอกให้เราทำ อยากทำเอง อยากให้พระ,ผู้ปฏิบัติธรรมและญาติโยมได้ใช้ห้องน้ำสะอาด ๆ เมื่อเห็นเค้าได้ใช้จริง ๆ ก็ดีใจ หลังจากนั้นก็ล้างห้องน้ำต่อจนเสร็จ แต่เอ๊ เราว่าห้องน้ำอีกห้องมันใช้ได้น๊า ทำไมเปิดไม่ได้ล่ะ งง ก็คิดในใจว่าอยากล้างห้องนี้ด้วย แต่เปิดไม่ออก เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ละกัน ถ้าเปิดไม่ออกจริง ๆ ก็จนใจ
พอขึ้นไปที่ศาลาช่วงบ่ายโมง ก็พบผู้ที่จะลากลับบ้านรอพบพระอาจารย์ปุนอยู่ เราจึงรออยู่ด้วย เมื่อพระอาจารย์ทำพิธีเสร็จก็เลยเรียนพระอาจารย์ว่า ได้ลองปฏิบัติตามที่พระอาจารย์สอนแล้ว ตอนเดินก็ยังไม่ค่อยมีอะไร เพราะจิตก็กำหนดอยู่ที่เท้า แต่ตอนนั่งนั้น ตอนแรกยังกำหนดพองหนอ ยุบหนอไม่ได้ จึงดูตามลมหายใจไปก่อน หายใจเข้า สังเกตว่าท้องพอง,หายใจออก สังเกตุว่าท้องยุบเมื่อหายใจเริ่มเข้าที่แล้วจึงค่อยกำหนด พอง, ยุบ คำเดียวก่อน จากนั้นสักพัก จึงกำหนด พองหนอ,ยุบหนอได้ ทั้ง ๆ ที่ภาวนาพองหนอ,ยุบหนอแท้ ๆ ก็ยังมีคิดเถลไถลไปเรื่องอีกอีก สักครู่เดียว เดี๋ยวก็กลับมาภาวนาใหม่ ก็ถือว่าพอทำได้ ไม่ถึงกับติดขัดอะไร แต่สงสัยว่าทำไมจึงมีอาการตึง ๆ บริเวณคิ้วจนถึงกลางจมูก ไม่เจ็บแต่ตึง ๆ ตอนเดินก็เป็นบ้างเหมือนกัน แต่จะรู้สึกมากตอนนั่งสมาธิ เมื่อเช้านี้ก็เป็น พระอาจารย์ก็ตอบว่า อาจเกิดจากความเคยชินที่เราเคยฝึกพุท-โธมา ถ้าฝึกพุท-โธมาจะรู้สึกตรงนี้ (พระอาจารย์ชี้ที่หว่างคิ้ว) เราก็พยักหน้าว่าใช่ ก็ถามท่านว่าเป็นอะไรไหมคะ ท่านบอกไม่เป็นไร แต่ให้มากำหนดจิตที่เท้ามากขึ้น เวลาขยับเท้า ยก เดิน ให้จิตอยู่ที่เท้ามากขึ้น และเวลานั่งก็ให้กำหนดจิตอยู่ที่ท้องให้มากขึ้นจะช่วยได้ เราก็รับคำท่านแล้วก็เข้าไปปฏิบัติต่อ ก็ลองทำตามที่พระอาจารย์บอก เวลาเดินก็กำหนดตรงขาขวา-ซ้าย ให้มากขึ้น และเวลานั่งก็ดูที่ท้องให้มากขึ้น พอมือมันเมื่อย ๆ ก็เอามือมาจับท้อง ดูมันพอง-ยุบมั่ง, จับหัวเข่ามั่ง เออ ก็ดีขึ้นแฮะ ตึงที่คิ้วน้อยลงแล้วค่ะ จนถึงหมดช่วงเวลาเราก็แผ่เมตตาและก็อุทิศบุญกุศล เราไม่ลืมที่จะอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นแมวและวัวด้วยค่ะ ไม่รู้ล่ะว่าทำอะไรไว้ อุทิศให้ไปก่อนละกัน หลังจากนั้นแอร์และอันก็ได้ช่วยกันกวาดศาลาปฏิบัติธรรม .. ทำเพื่อคนอื่นนี่รู้สึกดีนะคะ