|
ในบรรดาผลไม้ทั้งมวลผลไม้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น"ราชาของผลไม้"ก็คือ"ทุเรียน"ด้วยทั้งลักษณะภายนอกของผลที่เป็นหนามคล้ายมงกุฎของพระราชาและเนื้อในที่มีรสชาติที่แสนอร่อยที่ยากจะหาผลไม้อื่นมาเทียบได้ขณะเดียวกันในบรรดาผลไม้ทั้งมวลผลไม้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น"ราชินีของผลไม้"ก็คือ"มังคุด"ด้วยลักษณะภายนอกของผลที่มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่หัวขั้วของผลคล้ายมงกุฎของพระราชินีส่วนเนื้อในก็มีสีขาวสะอาดมีรสชาติที่แสนหวานอร่อยอย่างยากที่จะหาผลไม้อื่นมาเทียบได้เช่นเดียวกัน |
|
|
คนไทยเราจึงโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่เมื่อย่างเข้าฤดูฝนก็จะมีทั้งราชาและราชินีของผลไม้ออกมาให้ได้รับประทานกันอย่างเต็มอิ่มแถมยังมีราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ จนเป็นที่อิจฉาของชาวต่างประเทศในหลายประเทศถึงขนาดที่พวกเขายอมลงทุนขึ้นเครื่องบินมากินทุเรียนและมังคุดในเมืองไทยกันปีละครั้งกันเลยทีเดียวเพราะมีไม่กี่ประเทศในโลกที่ปลูกทุเรียนและมังคุดได้และทุเรียนและมังคุดของไทยก็จัดว่าอร่อยที่สุด |
|
|
มังคุดเป็นไม้ผลเมืองร้อน แต่ชอบฝนชุ่มฉ่ำจึงปลูกมากทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นไม้ยืนต้น ต้นตั้งตรงสูง 10 - 12 เมตรทุกส่วนจะมียางสีเหลืองมีใบเดี่ยวรูปไข่เนื้อใบหนา ค่อนข้างเหนียวคล้ายหนังสีเขียวเข้มเป็นมัน ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกคู่ที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่งกลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดงฉ่ำน้ำเนื้อในของผลมังคุดสีขาวห่อหุ้มด้วยเปลือกหนาสีม่วงอมแดงหรือม่วงอมน้ำตาลอันมีกระจุกของกลีบเลี้ยงของดอกติดอยู่ที่ขั้วของผลอันเป็นเอกลักษณ์ของมังคุด |
|
|
มังคุดเป็นผลไม้ยอดนิยมที่สุดชนิดหนึ่งของคนไทยจะมีออกมาให้เราบริโภคเพียงปีละครั้งคือช่วงย่างเข้าฤดูฝนด้วยเอกลักษณ์ของผลกลมขนาดไม่ใหญ่ไปกว่ากำมือมีกลีบเลี้ยงของดอกสีเขียวเป็นกระจุกด้านบนและกลีบดอกสีแดงแข็งเหลือติดอยู่ด้านล่างของผลสีของเปลือกสีม่วงอมแดงหรือม่วงอมน้ำตาลอันเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งหากเสื้อผ้าหรือสิ่งของมีสีม่วงแดงหรือน้ำตาลก็จะเรียกว่าสีเปลือกมังคุดเมื่อบิเปลือกของผลมังคุดออกสองซีก และพบเมล็ด 6 - 8 เมล็ดที่มีเนื้อนุ่มฉ่ำน้ำสีขาวสะอาดเบียดกันอยู่ภายในวงล้อมของเปลือกหนาสีม่วงเมล็ดที่มีเนื้อนุ่มสีขาวนี้แหละที่มีรสอร่อยหวานอมเปรี้ยวได้กินแล้วก็แสนจะชื่นใจ |
|
|
หากเป็นคนสังเกตสักหน่อยก็จะพบว่าจำนวนของเนื้อสีขาวภายในผลมังคุดนี้จะมีจำนวนเทากับกลีบดอกสีแดงที่เหลือติดอยู่ด้านล่างภายนอกของผลผู้ใหญ่ที่ทราบเรื่องนี้ก็มักจะเล่นทายจำนวนเนื้อภายใน ของผลมังคุดกับ เด็กๆ โดยจะแอบดูจำนวนกลีบดอกที่ติดอยู่ภายนอกของผล อันเป็นความเพลิดเพลินเล็กๆ น้อยๆก่อนที่จะได้ลิ้มรสอันแสนอร่อยของเนื้อในมังคุด |
|
|
การบริโภคมังคุดทำให้เราได้กากใยจากเนื้อของมังคุดที่ช่วยในการขับถ่าย และยังได้สารอาหารวิตามินและเกลือแร่อื่นๆ อีกหลายชนิด เช่น น้ำตาล กรดอินทรีย์ แคลเซียม ฟอสฟอรัสและเหล็กประโยชน์ของมังคุดมิได้มีอยู่แค่เนื้อในของมังคุดที่เราใช้เป็นอาหารเท่านั้นเปลือกของมังคุดกับมีประโยชน์มากมายที่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคอย่างได้ผล |
|
|
คนไทยรู้จักการใช้ประโยชน์จากเปลือกมังคุดมาเป็นยารักษาโรคมานานแล้วเพราะคนไทยสมัยโบราณค้นพบว่าเปลือกมังคุดรสฝาดสมานจึงนำเปลือกมังคุดมาใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย แก้ท้องร่วงเรื้อรัง ถ่ายเป็นมูกเลือดโดยการใช้เปลือกสดหรือเปลือกแห้งฝนกับน้ำรับประทานหรือจะใช้เปลือกแห้งต้มกับน้ำรับประทานก็ได้ผลเช่นเดียวกัน |
|
|
เปลือกมังคุดยังมีสรรพคุณในการสมานแผลช่วยให้แผลหาเร็ว เช่นใช้รักษาบาดแผลผุพอง แผลเน่าเปื่อย แผลเป็นหนองโดยการใช้เปลือกมังคุดฝนกับน้ำปูนใสทาบริเวณแผลน้ำต้มเปลือกมังคุดแห้งต้มน้ำล้างแผลใช้แทนการด้วยน้ำยาล้างแผลหรือด่างทับทิมได้ด้วย |
|
|
สรรพคุณที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเปลือกมังคุดที่มีการใช้กันมาตั้งแต่อดีตก็คือการใช้เปลือกมังคุดรักษาโรคผิวหนัง เช่น กลากเกลื้อนบรรเทาอาการผดผื่นทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดีโดยใช้เปลือกมังคุดแห้งต้มน้ำอาบหรือใช้น้ำต้มเปลือกมังคุดทาบริเวณที่มีอาการ |
|
|
สรรพคุณในการรักษาโรคผิวหนังของเปลือกมังคุดนี้ได้รับการพิสูจน์และยืนยันจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบว่ารสฝากในเปลือกมังคุดนี้มีสารแทนนิน (Tannin) และสารแซนโทน (Xanthone) ที่มีชื่อเรียกเฉพาะชื่อเดียวกับมังคุดว่า สารแมงโกสติน (mangostin) สารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นสารแมงโกสตินมีฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบ และต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองสารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังและกลากได้ |
|
|
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้ช่วยยืนยันและช่วยรื้อฟื้นให้ภูมิปัญญาพื้นบ้านให้กลับมาเข้ายุคเข้าสมัยได้อีกครั้งหนึ่งปัจจุบันวงการเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้ให้ความสนใจนำสารสกัดจากเปลือกมังคุดไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่น สบู่เปลือกมังคุด ที่ช่วยดับกลิ่นเต่าช่วยบรรเทาโรคผิวหนัง รักษาสิวฝ้าซึ่งใช้ได้ผลดีและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค |
|
|
ฤดูฝนนี้เมื่อได้ลิ้มรสของเนื้อในของมังคุดอย่างอิ่มเอมแล้วก็อย่าได้ทิ้งขว้างเปลือกมังคุดให้เป็นขยะเน่าเหม็นโดยเปล่าประโยชน์เลยรวบรวมแล้วตากให้แห้งสนิทเก็บใส่ขวดโหล ไว้ใช้ทำยาแก้ท้องเสีย ยารักษาแผลยารักษาโรคผิวหนัง หรือแม้แต่นำไปทำสบู่เปลือกมังคุดสำหรับอาบน้ำดับกลิ่นตัวก็จะเพิ่มค่าอีกมากโข คุ้มเกินคุ้มกว่าราคากิโลละ 25 บาทที่เราซื้อมาเสียอีกหากเผลอไผทิ้งขว้างไป เมื่อผ่านพ้นฤดูของมังคุดไปก็จะหามังคุดอีกไม่ได้จะมาเสียดายภายหลังต้องรอถึงฝนหน้าจึงจะได้ยลโฉมราชินีของผลไม้อีกที |
|
|
เอกสารอ้างอิง "สมุนไพรน่ารู้" วันดี กฤษณพันธ์สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2541 |
|
ขอบคุณค่ะ ครูอ้อยชอบกินมังคุดมากค่ะ
สวัสดีค่ะ ดูจากทีวีเห็นมีอาหารเสริมเป็นผลิตภัณฑ์จากมังคุด ราคาแพงเหมือนกัน ช่วยปรับสมดุลของภูมิต้านทานในร่างกาย เขาว่าทำให้อาการป่วยดีขึ้นจนหาย เช่นพวกโรคภูมิแพ้ แต่ยังไม่เคยลองค่ะ
ว่ากันว่าให้เคี้ยวเมล็ดมังคุดด้วย จะได้อะไรน๊า
ช่วงนี้ไม่รู้ทำไมค่ะ
ซื้อมังคุด ม้นแข็งกินไม่ได้ เค้าเรียกว่ามันเป็นหิน
เลือกกันเหนื่อยค่ะ