หลังกว๊านมีอะไรอีกตั้งเยอะ

         คราวก่อนพาไปดูไผ่ซาง..ที่มากคุณค่าทั้งตัวไผ่เองและการสร้างป่า...

วันนี้จะพาไปชะโงกดูไผ่อีกชนิด (ที่ไม่ให้กินหน่อเช่นเคย..)

         ไผ่รวกตาแดง สำหรับทำเข่งสุโขทัย หรือเข่งกระโจน...ที่บ้านดอกบัว ตำบลตุ่น หลังกว๊านพะเยานี่เองครับ..

          ก่อนไปก็เติมพลังงานที่ริมกว๊านให้เรีนบร้อย...

เติมอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด...เติมกำลังใจให้เต็มฝัน...

พร้อม...สำหรับการชะโงกดูงานวันที่สอง..

เข้าไปถึงหมู่บ้านปุ๊ป...ก็ได้เห็นการสาธิตปั๊ป...เพราะชาวบ้านทำเป็นกิจวัฒน์ประจำวันอยู่แล้ว...

 เริ่มจากการผ่าลำไม้ไผ่รวกออกเป็นแปดเส้น ใช้เศษไม่ไผ่ 4 อัน..สอดเข้าไปในร่องที่ผ่า..

นำไม้ไผ่สอดเข้าไปในรูของเสาไม้...ดันแรง ๆ ให้เศษไม้ไผ่ที่สอดไว้กระแทกกับต้นเสา...ไผ่ก็จะแตกออก..เป็นแปดเส้นตามที่ตั้งใว้..

อีกคนคอยรับด้านหน้า..ใช้กระสอบรองมือกันไผ่บาด...

แล้วดึงให้สุดลำไผ่..

จากนั้นใช้มีดริดข้อออกบ้าง..เพื่อถนอมเครื่องจักตอกไม่ให้ทำงานหนักเกินไป...(เครื่องรุ่นใหม่มีโช้ค..ไม่ต้องเอาตาออกก็ได้ แต่ถ้าเอาออกบ้างก็ดี)

 สอดไม้ไผ่เข้าไปในเครื่องจักรตอก...นี่เป็นการสาธิตเครื่องจักตอกรุ่นใหม่..ในกลุ่มนี้เป็นครั้งแรก..

เครื่องจะแบ่งไม้ไผ่ออกเป็นสามส่วน ส่วนที่ 1 กับ 2 จะบางได้ขนาดที่ตั้งไว้ แต่ส่วนที่ 3 จะเป็นไม้ที่หนา..สามารถนำมาเข้าเครื่องรอบใหม่ เรื่อย ๆ จนบางได้ขนาดเท่ากันหมด..(ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถจักตอกได้ยาวสุดลำไม้ไผ่ได้ทีละ 3 เส้น อาจารย์ท่านเก่งจริง ๆ )

นี่เป็นเครื่องจักตอกรุ่นเก่าที่กลุ่มนี้เคยใช้อยู่ จักได้ทีละเส้น ใช้พลังไฟสูง และต้องริดตาออกให้หมดจริง ๆ จึงจะผ่านเครื่องได้(เครื่องรุ่นใหม่จึงได้รับเสียงหัวเราะร่าจากสมาชิกกลุ่มที่เห็นว่าได้งานเพิ่มขึ้น 3 เท่า ใช้ไฟฟ้าน้อยลง)

ขั้นต่อมาคือขึ้นรูปเข่งกระโจน...(สมัยก่อนกองโจรใช้เข่งแบบนี้บรรทุกเสบียง บ้างก็เรียกเข่งสุโขทัย เพราะต้นแบบมาจากที่นั่น..แต่ปัจจุบันสุโขทัยไผ่หมด...พะเยาคือแหล่งใหญ่..แต่ยังเรียกกันว่าเข่งสุโขทัย) ต้องมีเข่งที่ทำจากเปลือกไผ่ที่แข็งเป็นแบบอยู่ด้ายล่าง..

ขึ้นรูปเสร็จ ถอดออกจากแบบ นำมาเก็บปาก..ใครปากไม่ดีบอก...เดี๋ยวให้พ่อใหญ่เก็บปากให้ ^^

แผนกใส่หู...ใส่อย่างเดียว แต่ 2 หู..ฮิฮิ

แม่อุ้ยนั่งเล่นโดยมีเข่งกระโจนวางรอบ ๆ เงินทั้งนั้น...แต่ละปีน่าจะมีเงินหมุนเวียนในแต่ละกลุ่มไม่น้อยกว่า 2-3 ล้านบาท (ในหมู่บ้านมีหลายกลุ่ม)

ที่สำคัญคือไม่มีการอพยบแรงงาน ครอบครัวอบอุ่น ไม่ว่างงาน..จิตรไม่วุ่น..สุขภาพจิตรดี...

บ้านข้าง ๆ มีพื้นปูนที่มีลายเป็นวง ๆ ..เดาสิครับว่าเพื่อความสวยงามหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น...

ครับ...เกี่ยวกับไผ่แน่นอน..แต่เป็นการสานสุ่มไก่เงินล้าน..ที่บอกว่าเป็นอาชีพรอง..แต่ส่งลูกหลาน เรียนมหาลัยวิทยาลัยได้ 3 -4 คน

เห็นประโยชน์ของไผ่รวกตาแดงกันแล้ว...มาดูแปลงไผ่กันบ้างครับ...

เป็นไผ่ต้นเล็ก เมื่อเทียบกับไผ่ซางเมื่อวันที่แล้ว....แต่หน่อยังมีค่าปรับหน่อละ 500 บาท ช่นเคย..

เฮ้อ..กะจะให้ลงแดงกันเลยรึไง..เห็น ๆ แต่ชิมไม่ได้..แง ๆ

ที่มาของชื่อไผ่รวกตาแดง ก็เพราะตาของไผ่ชนิดนี้มีสีแดง..และมีกาบหุ้ม...ส่วนไผ่รวกตาเขียวจะไม่ค่อยมีกาบหุ้ม...(ฮิฮิ แต่ถ่ายออกมาไม่ค่อยแดง...อยากรู้ว่าแดงจริงหรือไม่..ต้องไปดูเอง...555)

ข้อดีของไผ่พันธุ์นี้ก็คือเข้าตัดง่าย ไม่มีหนาม..แต่ข้อด้อยก็คือได้เนื้อไม้น้อยกว่า..เมื่อเปรียบเทียบกับไผ่ซาง...

แต่ถ้าเทียบกับสวนสักด้านซ้ายมือ...อายุนับ 10  ปี ยังไม่ได้ตังค์ ไผ่รวกตาแดงกินขาด...

เป็นไงครับ..อยากปลูกไผ่รวกตาแดงรึยัง...หรือยังติดใจไผ่ซาง..กันอยู่...บันทึกหน้ามีอีกหลายไผ่ให้ตามต่อครับ..ถ้ายังไม่เหนื่อย

ขอบคุณเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา และเกษตรอำเภอเมืองพะเยาอย่างสูงครับ...

ท่านเกษตรจังหวัดหนองคาย ท่านสมศักดิ์ อาศรัยจ้าวมอบหลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านชาวหนองคาย ...รุ่นรองผู้ว่าตกเครื่อง..แล้วไม่เป็นไร...แค่ต้องหาเครื่องใหม่ไปให้ทันประชุม กทม...555