เเด่ศาสดาขบถ..................................

 

 

ศาสดาขบถเป็นหนังสือเล่นหนึ่งที่อยากให้ทุกคึนอ่าน

เพราะเราทุกคนบนโลกใบนี้กำลังตกอยู่ภายใต้อำนาจมืด เราโดนมันครอบงำในภายสงคราม  การค้า  วัฒนธรรมและเทคโนโลยีที่เหนือกว่าเครื่องมืออื่นใด คุณคงไม่ปฏิเสธมัน หากแต่คุณกำลังตกอยู่ในกฏที่ว่าด้วย"ความจำเป็น"  คุณไม่ได้ตกอยุ่ในข่ายของความคิด แต่ทว่าคุณถูกทำให้ตั้งอยู่ในสภาวะจำยอม  และปฏิเสธไม่ได้ กับทุกสิ่งที่เกินความจำเป็นซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้ ประหนึ่งอาหาร อากาศ และน้ำซึ่งเป็นสิ่งประทังชีวิต..............เคยถามตัวเองหรือป่าวว่าเรากำลังตกอยู่ในอำนาจนั้นไปแล้วหรือยัง คุณเคยเอ่ยปากบอกใครบางคนไปแล้วหรือยังว่า มันเป็นสิ่งที่จำเป็น......ถ้าคุณเคยเอ่ยปากออกไป นั่นเเสดงว่า.....มันสิงอยู่ในตัวคุณไปแล้ว.......ซึ่งน่าสมเพทสิ้นดี  เมื่อนักล่าอาณานิคมไม่ได้มาในรูปแบบของสงคราม แต่กลับกลายเป็นวัฒนธรรม เทคโนโลยีอันไร้ขีดจำกัดต่างหาก เรากำลังตกเป็นทาส เรากำลังห่างไกลจาก  ศาสดาอันแท้จริง.................

 

                       การปลดปล่อยตัวเองออกจากจากความเป็นทาสทางความคิด

                              "   มิใช่ใครอื่น"  มีแต่เราเท่านั้นที่จะต้องกระทำ"

 

               นักกวีผู้หนึ่งนามว่า มาร์คัส การ์วีย์

No one can imprison the brain of man

That was never intended in God's plan

You may persecute,starve,even debase

That will not kill truth njor virtue efface

 

แปลว่า

ไม่มีใครสามารถลบล้างความจำสมองของมนุษย์ได้

ด้วยสิ่งนี้มิใช่เจตนารมณ์ตามเเผนการของพระเจ้า

คุณอาจเข่นฆ่า ตัดอาหาร หรือประจาน

แต่ก็มิอาจลบล้างสัจธรรมและความถูกต้องได้เลย.........................

 

แต่ละเผ่าพันธ์ควรยึดมั่นและภาคภูมิในตัวเอง

และนำสิ่งที่ดีที่สุดออกมาแสดง

เช่น นี้ ก็ไม่จำต้องขับขานเพลงแห่งความเกลียดชังใดๆ

มนุษย์ทุกผู้ควรยึดมั่นอยู่บนขาของตัวเอง

เพื่ออ้างสิทธิเหนือชาติและปิตุภูมิ

ทั้งผิวขาว ผิวเหลือง ผิวดำ ต่างก็สร้างกฏเกณฑ์ของตัวเองขึ้นเพื่อปกป้องความอิสสระเสรีภาพ

และไม่บังคับใช้ความอยุติธรรมอันลำเอียงนั้นเอากับใครก็ตามให้ด่างพร้อย

 

บ็อบ มาร์เล่ย์เคยร้องไว้ว่า

 

อย่ามองผมอย่างคนใจเเคบ

แล้วพูดจาว่าผมเป็นคนเลว

คุณเป็นใครที่มาตัดสินผม และชีวิตของผม

ผมรู้อยู๋ว่าผมไม่ใช่คนสมบรูณ์แบบ และผมเองก็ไม่เคยเที่ยวเอยอ้าง

เช่นนั้น ก่อนที่คุณจะชี้นิ้วประณามใคร

จงแน่ใจเสียก่อนว่ามือของคุณนั้นสะอาดพอ

 

อย่าด่วนตัดสินใครอื่น

ก่อนที่คุณจะพิษาตัวเอง

อย่าด่วนตัดสินใครอื่น

อาจตัวคุณเองก็ยังไม่เพียบพร้อม

ถนนแห่งชีวิตนั้นไม่เรีบยเเละสวยหลู ทั้งยังขรุขระ

แม้ตัวคุณเองก็อาจจะก้าวพลาดได้เช่นกัน

so เมื่อคุณกล่าวคำตำหนิผม

 

ใครบางคนอาจตัดสินคุณอยุ่ก็ได้................................คุณว่าจริงไม