“มะเอ๋ยมะรุม

เริ่มมะตุ้มตื่นเต้นตาโตใหญ่

สรรพคุณเหลือล้นล้วนโดนใจ

อยากสวยใสให้รีบกินมะรุม

ในวาระที่ไข้หวัด 2009 มาเยือนพลโลก

ไวรัสคนกำลังแข่งกับไวรัสคอมฯ

หน้าตา มีหน้ากาก ดูเหมือนมนุษย์ต่างดาว

ควรมีมาตรการอะไรหรือเปล่า

หมู่นี้กระแอมใกล้ใคร หัวใจเพื่อนหล่นไปอยู่ตาตุ่ม

จึงควรไอน้อยๆเบาๆ หรือไม่ก็หันไปไอเลิฟยู

คนที่ไอเป็นกิจวัตรประจำวันก็ต้องทำการบ้านสิครับ

มันมียามีสารอะไรนะที่มาช่วยสะกดสกัดการไอ

วานพี่น้องช่วยกันคิดหน่อยเถอะ

จะป้องกันระบบหายใจหายคอของชาวเราอย่างไร

ในหมู่การแพทย์แผนไทยตีปิ๊บเรื่องสมุนไพร บ้านเราเห่อเป็นยุคๆ..น้ำ ลูกยอ กระชายดำ ขมิ้นชัน กระวานฮ๊อก ฯลฯ ตอนนี้กำลังสนใจมะรุมกันใหญ่ มีการตีแผ่ข้อมูลดีๆ ครูปูอาการหนัก ได้กินยอดมะรุมไม่กี่ครั้ง ชอบมากสนใจที่ศึกษาและหาต้นไปปลูก

เรื่องที่ว่าด้วยมะรุม

มะรุม เป็นผักยืนต้นที่ปลูกง่าย กินง่าย อร่อยง่ายที่สุดในโลก เป็นผักที่เอาใจคนกิน ยามหน้าแล้งขาดแคลนผัก มะรุมก็จะผลิใบออกดอกมาให้เก็บ สรุปว่ากินได้ทั้งใบอ่อน ดอก ฝักอ่อน ฝักแก่ คนหนุ่มกินได้ คนแก่กินดี ยายชี พระสงฆ์ก็เหมาะนะ

: มาถึงยุคนี้ มีการศึกษาหาประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง

ทำ ชามะรุมไว้ชงดื่ม ทำมะรุมแคปซูลไว้กิน สกัดเป็นน้ำมันมะรุมไว้ทา เก็บเมล็ดแก่ไว้กินวันละเม็ดสองเม็ด ดอก ฝัก แกงส้ม ใบเอามานึ่ง-ลวก-จิ้มน้ำพริก จุดเด่นอยู่ที่การปลูกการกินสะดวกไปเสียทุกอย่าง ตัดกิ่งมาจิ้มลงดินหน้าฝนก็เกิดเป็นต้นใหญ่ ตัดกองทิ้งไว้เป็นเดือนยังแตกยอดออกมาโชว์อีกแน๊ะ

: ผมเคยไปเดินตลาดสดในฟิลิปปินส์ แม่ค้าจะเอาใบแก่มามัดเป็นกำๆวางขาย ยังแปลกใจว่าคนฟิลิปปินส์กินใบมะรุมแก่ทำไม ส่วนอินเดียจะมีฝักมะรุมงามมาก อ้วน-ยาวกว่าของเรา แสดงว่ามะรุมเป็นผักอินเตอร์ ที่บ้านสวนปลูกมะรุมไว้เป็นผักบรรเทาทุกข์ แก้ไขแก้ขัดได้ทุกสถานการณ์ บางช่วงออกดอกขาวเต็มต้น เก็บแจกคนกรุงเทพฯ แม้กระนั้นก็ยังมะรุมมะตุ้มติดฝักบางคราวถึงกับกิ่งหัก มะรุมเป็นผักยืนต้นที่ปลอดสารพิษแน่นอน ไม่มีโรคแมลงอะไรไปรบกวน เว้นแต่ฝักแก่ควรรีบเก็บ ไม่งั้นจะมีหนอนเจาะกินเมล็ด >> แสดงว่าหนอนมันรู้ดีกว่ามนุษย์เสียอีก รู้ว่าสารในเมล็ดมะรุมมีคุณค่า จึงเฮโลมากินตัดหน้าเรา

: เท่าที่สังเกตที่สวนมีมะรุม2พันธุ์ มะรุมกระดูก ฝักเล็กเนื้อน้อย มะรุมเนื้อฝักอ้วนเนื้อมาก แต่งานวิจัยบอกว่ามะรุมมีทั้งหมด 14 สายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นำมาทดลองใช้มากที่สุดคือสายพันธุ์ “โอริเฟอร่า” แต่สบายใจได้ มีผู้สันทัดกรณีบอกว่า มะรุมในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์โอริเฟอร่าอยู่แล้ว อิอิ.. มะรุม นี่นะ ปลูกปีเดียวก็ออกดอกแล้ว หมั่นตัดกิ่งบ่อยๆ จะแตกใบอ่อนตลอดปี ทำให้ต้นเตี้ยเก็บง่าย แม้แต่คนขาสั้นก็เก็บสะดวก ไม่ต้องง้อคนขายาวมาช่วยเก็บ

: มะรุมเป็นผักพื้นบ้าน ที่ควรมีไว้ประจำทุกครัวเรือน ในเมื่อมันดีไปเสียทุกอย่าง กินก็ได้ ทาก็ได้ จะเอายังไงอีก..มีผู้รวบรวมคุณประโยชน์ไว้บ้างแล้ว ดังจะขอยกมาพอสังเขป

ใบมะรุม

เปรียบเทียบคุณค่าสารอาหารในใบมะรุมจากน้ำหนักเท่า ๆ กันกรัม:กรัม ใบมะรุมมี>>

มีไวตามินซีมากกว่าส้ม 7 เท่า

มีแคลเซียมมากกว่านม 4 เท่า

มีไวตามินเอมากกว่าแครอท 4 เท่า

มีโปแตสเซียมมากกว่ากล้วย 3 เท่า

มีโปรตีนมากกว่านม 2 เท่า

เห็นไหมครับ กินใบมะรุมเหมือนกินผักผลไม้ทั้งตลาด อิ อิ ใครอยากสวยพริ้งเหมือนป้าจุ๋ม แข็งแรงเหมือนอาม่า ยิ้มเยือกเย็นเหมือนหนูเบิร์ด ว่องไวเหมือนครูปู กินใบมะรุมวันละ 4 ก้านก็เริ่ดแล้ว

: มะรุม เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต้านอนูมูลอิสระ เพราะมีคาโรตินอยด์ในปริมาณสูง ใบสดจะมีรสเผ็ด แต่เมื่อนำมารับประทานกับข้าวหรือแซนวิชจะไม่รู้สึกเผ็ดเลย รูดใบสดๆโรยบนข้าวรับประทานง่ายดี หรือจะไปตั้งโต๊ะใต้ต้นแล้วโน้มกิ่งมะรุมลงมาเด็ดกินพร้อมกับข้าวก็ได้ ถ้าจะให้ได้ผลเร็วแนะนำให้คั้นน้ำ ถ้าคั้นเป็นน้ำควรใส่ 2-3หยด ผสมอาหารหรือเครื่องดื่ม ยกเว้นเด็กขาดสารอาหารรุนแรงจึงควรเพิ่มขนาดตามสมควร ผู้ใหญ่ที่กินเพื่อการรักษาถ้าจะให้ได้ผลเร็วควรคั้นน้ำดื่มวันละ1 ช้อนโต๊ะ มีพระสงฆ์หลายรูปฉันประจำ 3-4 ปี ไม่เคยปวดศีรษะหรือเป็นไข้หวัด แม้แต่อาการปวดเมื่อยตามข้อกระดูกจะหายภาย1เดือนหลังจากรับประทานประจำ

น้ำมันมะรุม

เมล็ด มะรุมมีน้ำมันด้วยนะ แถมยังมีคุณสมบัติเป็นเลิศ ถูกค้นพบในคนอียิปต์โบราณ พระนางคลีโอพัตราสวยเช้งก็เพราะได้น้ำมันมะรุมนี่แหละบำรุงผิวพรรณ เห็นไหม..ครู ปูโยนเครื่องสำอางค์ทิ้งไปเลย น้ำมันมะรุมยังชะลอความชราได้ด้วย ใช้ทาโดยตรงหรือผสมโลชั่นหรือน้ำมันอื่นที่ชอบ เมื่อทาแล้วผิวหน้าจะเนียน นุ่มนวลง่ายต่อการแต่งหน้า ทั้งยังทำให้เครื่องสำอางติดทน ดูดซึมง่ายไม่เหนียวเหนอะหนะ ..ไม่ว่าจะนานเท่าใดน้ำมันชนิดนี้จะไม่เปลี่ยนสภาพสีและกลิ่น คนโบราณเรียกน้ำมันมะรุมนี้ว่า Ben Oil ปัจจุบัน นำไปใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นนาฬิกาชนิดดีที่สุดในโลก รวมทั้งใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางราคาแพง นำมันมะรุมยังใช้รักษาโรคน้ำกัดเท้า โรคผิวหนังอันเกิดจากเชื้อราต่าง ๆ รวมทั้งป้องกันโรคฉี่หนู ป้องกันพยาธิไชเท้า ถ้าทาก่อนย่ำน้ำ

สรรพคุณของน้ำมันมะรุม

· ใช้ปรุงอาหารได้ดีกว่าน้ำมันมะกอก เพราะไม่เหม็นหืนในภายหลัง

· ช่วยบำรุงรักษาผิวที่แห้งใช้ชุ่มชื่นอ่อนนุ่ม ชะลอความเหี่ยวย่นของผิว

· ช่วยรักษาเชื้อราตามผิวหนัง

· ช่วยรักษาแผลสด ถูกมีดบาด หรือแผลสดเล็ก ๆ น้อย ๆ

· ลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง อาการแพ้ผ้าอ้อมในเด็ก

· ลดอาการปวดบวมของโรคไขข้ออักเสบ เก๊าส์

· รักษาแผลในปาก ปากนกกระจอกเทศ

· ใช้นวดกระชับกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

· ช่วยบรรเทาอาการเกิดสิว

· ช่วยลดจุดด่างดำหลังจากโดนแดด หรือการเสื่อมตามวัย

· ใช้นวดศีรษะ รักษาราผิวหนังศีรษะ บรรเทาอาการผมร่วง คันศีรษะ

· ช่วยถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้ผลดีมาก

· บรรเทาอาการปวดเมื่อยบั้นเอวและขา ปวดไหล่ ปวดศีรษะ

· ใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ ประจำบ้าน ป้องกันสนิม

วิธีทำน้ำมันมะรุม

นำเมล็ดมะรุมแห้งที่สุกคาต้นมาบดให้ละเอียด ใส่หม้อ เติมน้ำให้ท่วมเป็น 2 เท่า ตั้งไฟ เดือดแล้วหรี่ไฟลง เคี่ยวไฟอ่อนๆไปเรื่อยๆพอน้ำเริ่มงวด น้ำมันจะซึมขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องรอจนน้ำแห้งสนิท ทิ้งให้เย็น นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง บีบเอาน้ำมันให้มากที่สุด นำน้ำมันไปตั้งไฟอ่อนๆอีกครั้ง เพื่อให้น้ำระเหย ทิ้งให้เย็นแล้วกรอกใส่ขวด เก็บไว้ใช้ได้นานปี ไม่ต้องใส่ตู้เย็น กากยังนำไปกรองน้ำให้สะอาด หรือทำปุ๋ย

ดอกมะรุม

ควรรับประทานสุกเท่านั้น ใช้ต้มทำน้ำชา ได้กลิ่นชาที่หอมหวานจะช่วยให้นอนหลับสบาย นอกจากนั้นยังนำมาชุบไข่ทอดหรือทำแก้งส้มได้อร่อย

เปลือกจากลำต้น

เอา เปลือกมาสับเป็นชิ้นเล็ก ถ้ามีเปลือกต้นปีบก็นำมาผสมด้วยก็ได้ นำมาห่อผ้าขาวบางทำเป็นลูกประคบ แก้โรคปวดหลังหรือปวดขา ร้านขายยาจีนส่วนใหญ่ จะนำเข้าเครื่องยารักษาโรคหลายชนิด

ประโยชน์ด้านเภสัช

1. รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ ลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดจากการขาดสารอาหาร ทำได้ดีโดยผ่านทางน้ำนมมารดา ที่รับประทานมะรุมอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานและเพิ่มแคลเซียมไปเสริมกระดูก

2. ช่วยผู้ป่วยเบาหวานให้อยู่ในภาวะที่คุมได้ สามารถลดการใช้ยาลงโดยความเห็นชอบของแพทย์ คณะแพทย์และนักวิจัยทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างสูง

3. ใช้ควบคุมความดันโลหิตสูงให้อยู่ในภาวะที่คุมได้ แต่ทั้งนี้ต้องช่วยตัวเองด้วยการคุมอาหาร บริหารร่างกายง่าย ๆ ประกอบด้วย

4. ช่วยเพิ่มและเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย รับประทานในระหว่างตั้งครรภ์ มารดาจะสุขภาพสมบูรณ์แล้ว มีผลต่อทารกด้วย ลดโอกาสที่เด็กจะติดเชื้อ HIV ถ้าคุณแม่รับประทานใบมะรุมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

5. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานต่ำของผู้ป่วยโรคเอดส์ ให้อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ มีการรักษาที่ประสบผลสำเร็จกว้างขวางในกลุ่มประเทศอาฟริกา

6. ถ้ารับประทานสม่ำเสมอช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และถ้าหากเป็นอยู่แล้วจะช่วยให้รักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น บางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของเนื้อร้ายได้ หากผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ขณะนี้มหาวิทยาลัยจอนฮอพกินส์และสถาบันวิจัยอื่นๆกำลังเร่งค้นคว้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง ติดตามรายละเอียดที่ WWW.PUBMED.GOV พิมพ์คำว่า MORINGA

7. ช่วยบรรเทาอาการปวดบวมของโรคเก๊าส์ โรคไขข้อและกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม

8. ช่วยรักษาโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดมัว โรคตาต้อ อาการสายตาสั้นดีขึ้นกว่าเดิม

9. รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง โรคพยาธิลำไส้

10. รักษาปอดให้แข็งแรง และช่วยรักษาปอดอักเสบ

11. รักษาโรคทางเดินหายใจอักเสบ โรคโพรงจมูกอักเสบ หอบหืด และโรคภูมิแพ้ ช่วยลดอาการไอ

12. ช่วยเชื่อมต่อกระดูกที่หักได้ผลรวดเร็ว

13. ช่วยรักษาโรคคอหอยพอกชนิดเป็นพิษ งานวิจัยด้านโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดัน คอหอยพอก โรคตับ และโรคตา

ชาวเฮเป็นพวกเฮไหนเฮด้วยอยู่แล้ว ถ้าใครมาสวนป่า จะได้ชิมยอดมะรุมผัดไข่ ดอก/ฝักมะรุมแกงส้ม ได้ปลูกต้นมะรุม ต่อไปก็จะชวนทำใบมะรุมอบแห้ง มะรุมแคปซูล หรือน้ำมันมะรุม ดูตามรายการต่างๆแล้ว ตรงกับอาการขี้โรคของผมทั้งนั้นเลย จึงคิดว่าจะเอาตัวเองเป็นหนูลองยา เริ่มกินใบมะรุม น้ำใบมะรุมคั้น แกงมะรุม และฝันหวานถึงมะรุมทุกคืน ๆ

โครงการวิจัยแบบไทบ้าน

เรื่องมะรุมมะตุ้มกับวิถีไท ดูๆไปแล้วมีผู้สันทัดกรณีในหมู่เฮาหลายท่าน หมอเจ๊ อาม่า ป้าจุ๋ม อุ๊ย อาราม ครูอึ่ง น้าอึ่ง ตาหวาน รอกอด ท่านบางทรายฯลฯ เป็นคณะวิจัย หาข้อมูลและคอยตรวจสอบข้อมูล วิเคราะห์สังเคราะห์รายละเอียดต่าง ๆ ในขณะเดียวกันเราก็เพาะต้นมะรุมขนานใหญ่ ชวนกันกินมะรุมให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะเรื่องมะรุมมันน่าระดมความรู้กันจริง ๆ นะขอรับ

· เป็นงานวิจัยที่อร่อย ชิมได้

· เป็นงานวิจัยที่สนุก จัดลำดับได้เองทุกขั้นตอน

· เป็นงานวิจัยที่เกิดประโยชน์ง่าย  ๆโดยตรง

· เป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคนทุกเพศทุกวัย

· เป็นงานวิจัยที่ลงทุนต่ำแต่ประโยชน์มหาศาล

· เป็นงานวิจัยที่เหมาะกับสุขภาวะของชาติในขณะนี้

· เป็นงานวิจัยที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับทั่วโลก

· เป็นงานวิจัยที่ช่วยให้คนวิจัยสวยคงทนแข็งแรงเหมือนแรด

ใครจะช่วย ยกมือขึ้น

เอามือลง !! อิอิ

นับไว้แล้วนะ

หมายเหตุ : เนื้อหาเอามาจากหนังสือเรื่อง มะรุม ต้นไม้เพื่อชีวิต โดย.วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

>> วันนี้ ทดลองวิจัยกแรก ให้แม่บ้านเด็ดยอดมะรุมกับยอดมะกล่ำมาลวกจิ้มน้ำพริก ยอดผัดสดๆหวานอร่อย โดยเฉพาะยอดมะกล่ำหวานกรอบ ส่วนยอดมะรุมก็ไม่ธรรมดา หลังจากรับประทานไปประมาณ 4 ชั่วโมง รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ ปกติผมเป็นคนท้องผูกอยู่บ้าง แต่วันนี้สงสัยจะเป็นฤทธิ์ของยอดมะรุมเป็นยาระบาย

: มีข้อสังเกตว่า ถ้าท่านใดท้องปกติลองทานปริมาณน้อยๆก่อนนะครับ ไม่งั้นจู๊ดๆอุตหลุด จะหาว่าหล่อไม่เตือน อิอิ