ยุทธศาสตร์การบริหารอุดมศึกษาในกระแสโลกาภิวัตน์

     การประยุกต์ใช้ความรู้หลักการบริหารงานสมัยใหม่ มาเสนอยุทธศาสตร์การบริหารอุดมศึกษาในกระแสโลกาภิวัตน์เพื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารสถาบันอุดมศึกษารวมทั้งผู้ที่อยู่ในแวดวงอุดมศึกษา       โดยขอเริ่มจากการมองภาพรวมของอุดมศึกษาไทยในปัจจุบันว่าแนวโน้มและทิศทางความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับอุดมศึกษามี 8 ข้อ คือ 1.การขยายจำนวนรับนักศึกษา (enrolment growth) คือจำนวนนักศึกษาระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมาก  2. การขยายโอกาสและความเสมอภาค (mass access and equity)         3. ความหลากหลายของลักษณะเฉพาะและความต้องการของนักศึกษา (increased diversity  of student characteristics and needs)    4. ความคาดหวังและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การบริโภคนิยม และความรับผิดชอบ (stake-holder expectations, consumerism, and accountability)  5. การผสมผสานของภาครัฐและภาคเอกชนในอุดมศึกษา (public-private mix in higher education)         6. การเข้าสู่โลกาภิวัตน์ของอุดมศึกษา (globalisation of higher education)     7. การปฏิวัติด้านเทคโนโลยี ( technological revolution)     8. การศึกษาและงานอาชีพ (education and work) (http://www.dpu.ac.th/rihepp/upload/userfiles/File/article.pdf )

      สำหรับปัจจัยจากเทคโนโลยีที่มากับกระแสโลกาภิวัตน์มี 3 ข้อสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย คือ 1. เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology) เทคโนโลยีนี้ครอบคลุมเรื่องการทำให้ตัวเลข ตัวอักษร หรือข้อความ สัญลักษณ์ รวมทั้งภาพและเสียง ที่ผ่านการวิเคราะห์ จัดกลุ่มเลือกสรรแล้ว โดยระบบคอมพิวเตอร์ (Computerized System) 2. เทคโนโลยีโทรคมนาคม ส่วนนี้คือ สะพานหรือทางเดินของข้อมูลข่าวสาร ภาพ เสียง จากผู้ส่งไปยังผู้รับ ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้ทั้งทางอากาศ ผ่านเครือข่ายดาวเทียม (Satellite Systems) หรือทางบก ทางน้ำ ผ่านเครือข่ายสายใยแก้ว (Fiber optics) 3. เทคโนโลยีอื่นๆ อาทิ เทคโนโลยีการผลิตสินค้า ทำให้ผลิตได้มากๆ โดยมีมาตรฐานคุณภาพเหมือนกัน ใช้หุ่นยนต์ (Robot) และแรงคนประกอบกัน เทคโนโลยีการเรียนการสอน ครูคนเดียวสอนผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ เครือข่ายดาวเทียม สายใยแก้ว ไปถึงนักเรียนจำนวนมากๆ ได้ในเวลาเดียวกันดังนั้นยุทธศาสตร์การบริหารงานอุดมศึกษาต้องพยายามใช้ยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อมุ่งบรรลุเป้าหมาย 3เรื่องคือ


1.ใช้คนเท่าเดิมทำงานได้มากขึ้น หรือ2.งานเท่าเดิมแต่ใช้คนน้อยลง หรือ3.คุณภาพของงานต้องดีเท่าหรือดีกว่าเดิม

    โดยการจะบรรลุเรื่อง3เรื่องดังกล่าวนั้นยุทธศาสตร์ที่เสนอไว้มี  9 ข้อ  คือ 1.การใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศ (Information Utilization) เพื่อประกอบการตัดสินใจให้มากขึ้น 2. การบริหารงานที่อยู่ไกลกัน (High-Technology Administration) 3. การหาความรู้ทำงานกับระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Literacy) 4. การมองการณ์ไกล (Introspection) ผู้บริหารและคณะต้องมีวิสัยทัศน์ (Vision) กว้างไกล  5. การกระจายงานให้หน่วยงาน/องค์กรอื่นทำงาน (Decentralization) 6. การจัดรูปองค์กรที่ทำงานได้ฉับไว (Organization Development) 7. การพัฒนาบุคลากร (Personnel Development) บุคลากรในหน่วยงานควรได้รับการศึกษา ฝึกฝน อบรมอย่างสม่ำเสมอ ให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และความต้องการของหน่วยงาน( http://knowledgeplan05.blogspot.com/2009/02/blog-post_2669.html)

       สุดท้ายมีสรุปและข้อเสนอแนะว่า  ระบบอุดมศึกษาของทุกประเทศในปัจจุบันต่างเผชิญหน้ากับความท้าทายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อ เป้าหมาย ภารกิจ และยุทธศาสตร์ของตน ดังนั้นการบริหารงานอุดมศึกษาให้มีประสิทธิภาพจึงจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัตน์ที่จะต้องมีการพัฒนาทั้งคน วิธีการ เครื่องมือเทคโนโลยี และระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อทำงานได้สำเร็จรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยใช้ต้นทุน ทุนด้านแรงงาน และทรัพยากรอื่นน้อยลงได้ นั้น มีสิ่งที่ควรคำนึงที่เป็นข้อเสนอแนะหลายประการ คือ1. การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น 2. การถนอมใช้ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสภาพแวดล้อม 3. การปลูกฝังจริยธรรมและคุณธรรมต่อ ผู้บริหารอุดมศึกษาและผู้ใช้เทคโนโลยี 4.ยุคโลกาภิวัตน์เป็นยุคที่ผู้ด้อยโอกาสไม่ได้รับความเสมอภาคตามสิทธิของตนเองซึ่งอันที่จริงตามหลักธรรมาภิบาลในยุคนี้ ต้องคำนึงถึงหน่วยย่อย ธุรกิจย่อย ที่เป็นองค์ ประกอบสำคัญของแต่ละสังคมด้วย ซึ่งสิ่งเล็กๆ เหล่านั้น ควรมีความดีงาม ความพอเพียงเป็นหลักแฝงอยู่

     ยุคโลกาภิวัตน์ เป็นยุคที่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวิธีการจัดการสมัยใหม่ โดยเฉพาะการคมนาคม ขนส่ง การติดต่อสื่อสาร ที่ทำให้สามารถดำเนินกิจการต่างๆ ได้รวดเร็ว สะดวก มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  ดังนั้นการบริหารในยุคนี้มุ่ง ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณ และคุณภาพต่อสิ่งผลิต และการบริการที่ดี ให้กระจายไปอย่างกว้างขวางได้ โดยใช้บุคลากรบริหาร ควบคุม ดูแล ไม่มาก นักบริหารที่เก่งต้องสามารถคาดการณ์ไกลได้ชัดเจน ทำงานให้สำเร็จโดยลงทุนอย่างเหมาะสม ใช้ยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด แต่งานนั้นให้ประโยชน์ทางสร้างสรรค์แก่องค์กรของตนเองและแก่ส่วนรวมมากที่สุดและยังเป็นผู้มีจริยธรรมและคุณธรรม

By:Rain