อุ้มผางคี
อ.อุ้มผาง นอกจากความยิ่งใหญ่ของน้ำตกทีลอซูแล้ว สายน้ำอุ้มผางคี เป็นอีกหนึ่งเส้นทางผจญภัยที่ยิ่งใหญ่รุนแรงไม่แพ้กัน
เอ็ด แม่ปิง ... เรื่อง
นุ บางบ่อ ... ภาพ
ออนไลน์วันที่ 10 สิงหาคม 2548
สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน คราวนี้กลับพร้อมกับภารกิจ โหด มันส์ ฮา พาบุกป่าฝ่าดง ตะลุยท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนฤดูที่ทุกท่านอาจจะไม่อยากออกไปไหน แต่รับรองว่าถ้าท่านได้อ่านได้ชมภาพแล้ว หลายท่านอาจจะเปลี่ยนใจรีบเดินทางกันเลยทีเดียว (เวอร์ไปหน่อย) ซึ่งภารกิจครั้งนี้ผมได้รับมอบหมายให้พาคณะสื่อมวลชนไป มุดถ้ำ แช่น้ำแร่ เดินป่า พักบ้านกระเหรี่ยง ล่องแก่ง ในพื้นที่ อ.แม่สอด - อ.อุ้มผาง จ.ตาก เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่ยังคงมีความน่าสนใจอยู่มาก ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายๆ ท่านอาจจะยังไม่เคยรู้จัก หรือ ได้ยินมาก่อน
| 06.30 น. ณ สนามบินดอนเมือง คณะสื่อมวลชน และบริษัทนำเที่ยว ที่กล้าหาญชาญชัย ได้มารวมตัวโดยการนัดหมาย ที่หน้าบูธสายการบินภูเก็ตแอร์โดยมีคุณนวรัชต์ ทิมกระจ่าง ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด สายการบินภูเก็ตแอร์ และคุณอารีย์ เลาทวิช รอให้การต้อนรับ และร่วมเดินทางไปกับคณะด้วย ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ สายการบิน ภูเก็ตแอร์ ได้กรุณาให้ความอนุเคราะห์เกี่ยวกับตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ - แม่สอด - กรุงเทพ แก่คณะฯ (ขอขอบพระคุณครับ) ใช้เวลาบินประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงสนามบินแม่สอดแล้ว แป๊บเดียวจริงๆ (หลับยังไม่ทันเต็มตื่นเลย) |
ลงเครื่องที่สนามบินแม่สอด พร้อมสายฝนพร่ำๆ ซึ่งที่นี้ พี่วิสูตร บัวชุม (ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 4) รอให้การต้อนรับ (โธ่ เจอกันไม่เท่าไรไปซะแล้ว อยากรู้ไปไหนอ่านต่อ ?) และนำคณะเราเข้าที่พัก
| ซึ่งคราวนี้คณะเราได้ที่พักชั้นหนึ่งใน อ.แม่สอด คือ โรงแรมเซ็นทรัล แม่สอดฮิลล์ โดยมีคุณกิตติพร สุตสุนทร ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทรัล แม่สอดฮิลล์ รอให้การต้อนรับอยู่แล้ว และขอขอบพระคุณครับ ที่กรุณาให้ที่พักแก่คณะของเราซุกตัวนอนฟรี หลังเก็บข้าวของเปลี่ยนเสื้อผ้า เราก็เดินทางต่อประมาณ 20 นาที เพื่อปฎิบัติภารกิจแรก"ล่องแก่งลำน้ำแม่ละเมาตอนล่าง" กิจกรรม ล่องแก่งลำน้ำแม่ละเมาตอนล่าง ตั้งอยู่ในเขต ต.พะวอ เส้นทางการล่องเริ่มจากห้วยแม่หก ผ่านป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ไปสิ้นสุดที่สวนป่าพะวอ รวมใช้เวลาล่องประมาณ 1 ชั่วโมง ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายตลอดเส้นทาง ระดับความรุนแรงของสายน้ำอยู่ในระดับ 1 - 2 เหมาะสำหรับครอบครัว และผู้ที่มีเวลาน้อย แต่ถ้าใครต้องการล่องในระดับที่สูงขึ้น ที่นี่ก็มีจุดล่องที่เรียกว่า ล่องแก่งแม่ละเมาตอนบน ไว้ให้ท่านได้พิชิตอีกจุดหนึ่ง รับรองครับว่า โหดไม่แพ้ที่อื่นๆ เหมือนกัน |
| ช่วงบ่ายภารกิจที่สอง "เที่ยวถ้ำแม่อุษา อาบน้ำแร่แม่กาษา " ต.แม่กาษา อ.แม่สอด การเที่ยวชมถ้ำแม่อุษา ต้องติดต่อคนนำทางบริเวณบ่อน้ำร้อนแม่กาษาก่อน (ไม่งั้นหลง) ปากถ้ำอยู่บนเขาต้องเดินขึ้นไปตามบันไดประมาณ 800 ขั้น วันนี้สายฝนโปรยปรายทั้งวัน แต่ทุกท่านในคณะฯ ก็ไม่ถอย ผู้นำทางที่เป็นชาวบ้านใน ต.แม่กาษา บอกว่าใช้เวลาในการเดินเพียง 20 นาที ก็ถึงปากถ้ำแล้ว เริ่มเดินช่วงแรกพวกเราก็เกาะกลุ่มคุยกันสนุกสนาน เวลาผ่านไป 10 นาที เริ่มแตกกลุ่ม เสียงคุยเริ่มจางหายไป ความเหนื่อยเริ่มมาเยือน |
|
เมื่อเดินมาถึงจุดชมวิวใครบางคนในคณะของเราขอพักเพราะลมจะใส่ ก็ไม่มีใครค้านเห็นชอบด้วยทุกคน จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นพื้นที่ ต.แม่กาษา ได้ทั้งหมด หยุดนั่งพักสักประมาณ 10 นาที ก็เดินทางต่อ ระหว่างทางมีกล้วยป่าต้นเล็กที่กำลังแตกหน่อขึ้นเต็มดูงามตาพาให้เพลินหายเหนื่อย ถึงปากถ้ำต้องไต่บันไดเหล็กลอดลงไปในช่อง มุดรู ลงไปเรื่อยๆ ก็ได้กลิ่นที่ทุกถ้ำต้องมีนั้นคือ กลิ่นมูลค้างคาว เป็นห้องแรก มีค้างคาวอยู่นับล้านตัว จากนั้นต่อด้วยการไต่บันไดเหล็กลงไปก็พบอีกห้องหนึ่งซึ่งใหญ่มากๆ คงเป็นเพราะความใหญ่โตของแต่ละห้องภายในถ้ำ ทำให้อากาศภายในถ้ำไม่อับมีลมพัดผ่านตลอดเวลา พวกเรานั่งชื่นชมกับความใหญ่โต และหินงอกหินย้อย พักพอหายเหนื่อย |
| เดินต่อแต่ละถ้ำมีม่านหินงอกหินย้อยสวยงามแปลกตา เช่น ถ้ำนมสวย เป็นถ้ำที่มีลักษณะหินย้อยเหมือนนมผู้หญิงซึ่งมีทุกวัย จากนั้นต้องมุดออกตามช่อง เรียกว่าถ้ำช่องคลอด (ชื่อแปลกๆ นะ) โผล่ที่ถ้ำเสาเอก ซึ่งลักษณะเป็นเสาเอกจริง เหมือนมีไว้ค้ำยันเพดานถ้ำ จากนั้นเดินต่อไปดูม่านหินย้อยที่ถ้ำรันตู (พวนคำเอาเองนะครับ) เราต้องย้อนกลับอีกทางหนึ่งโดยผ่าน ถ้ำเห็ดหลินจือ , ถ้ำดอกกระหล่ำปลี และไปบรรจบกับที่ถ้ำใหญ่ แวะพักกันอีก ก่อนจะปีนกลับออกจากถ้ำโดยใช้เส้นทางเดิม พอพ้นถ้ำได้ก็เรียกหาน้ำกันเลย ทุกคนลงความเห็นว่า ถ้ำนี้ใหญ่ และสวยมากจริงสมกับที่บากบันขึ้นมาดู (เกือบโดนสกัมแล้วซิเรา) |
| ขากลับเมื่อเดินลงมาถึงบ่อน้ำร้อนแม่กาษา ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน บางคนลงแช่น้ำอุ่น ซึ่งไหลมาจากบ่อน้ำพุร้อน เพื่อคลายกล้ามเนื้อ บางคนนำขาลงไปต้ม ซึ่งบ่อน้ำร้อนนี้มีความร้อนประมาณ 70 - 80 องศา แล้วนำมารับประทานเพื่อเรียกพลังที่เสียไป (ฟิตจริงๆ) สิ้นสุดภารกิจวันแรกแบบสนุกสนาน และเดินทางกลับมานอนหลับสบายกับเตียงนุ่มๆ ที่ โรงแรมเซ็นทรัลแม่สอดฮิลล์ |
| ภารกิจ วันที่สอง "เที่ยวสวน ชมน้ำตก ที่ อ.พบพระ" อ.พบพระ ได้ชื่อว่า เป็นแหล่งที่ปลูกกุหลาบมากที่สุดในประเทศไทย แต่ อ.พบพระใช่ว่า จะมีแค่กุหลาบเท่านั้น ยังมี ไม้ดอก ไม้ผล อีกหลายอย่าง ซึ่งครั้งนี้เราได้มีโอกาสไปชม "สวนเทพพิทักษ์" บนเนื้อที่กว่า 900 ไร่ ซึ่งคุณลุงไพรัช ไชยนอก นักปราชญ์ทางการเกษตร ผู้คิดค้นทับทิมสายพันธุ์ใหม่ที่มีรสชาติหวาน กรอบ เมล็ดสีแดงสด ผลโต คือ "ทับทิมศรีปัญญา" |