30 ข้อต่อไปนี้ เป็นการรวบรวมมาจากงานเขียนของ ดร.วรภัทร ภู่เจริญครับ อ่านแล้วคงจะสะกิดใจใครหลายคนขึ้นมาบ้างนะครับ

1. การแก้ปัญหาต่างๆในเมืองไทย บ่อยครั้งมักใช้อารมณ์ในการแก้ ทำให้แก้ไม่ออก
2. ถ้าผู้แก้ปัญหาไม่มีอัตตา ไม่มีผลประโยชน์อื่นแอบแฝง การแก้ปัญหาจะแก้ได้
3. ชีวิตของเราทุกคน ย่อมเผชิญปัญหายุ่งยาก และหาวิธีแก้ไขปัญหาอยู่ทุกเวลา
4. คนที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาระยะยาว มักจะประสบผลสำเร็จมากกว่าคนที่ตกอยู่ในวังวน และอับจนในวิธีการแก้ไขปัญหา
5. บางคนโง่เขลา ยอมดับชีวิตของตนเอง เพียงเพราะปัญหาที่ใครหลายคนอาจมองเป็นเรื่องไร้สาระ
6. มีหลายวิธีกานรการแก้ปัญหา ที่คำนึงถึงการแก้ปัญหาหนึ่ง เพื่อสร้างอีกปัญหาหนึ่ง
7. บางคนมุ่งแก้ปัญหาตน โดยลืมมองผลกระทบต่อส่วนรวม
8. บางคนสร้างปัญหาให้กับส่วนรวมเพียงเพื่อสร้างประโยชน์ส่วนตน
9. บางวิธีการแก้ปัญหา ก็มุ่งแก้ปัญหาในอนาคต แต่ลืมมองความหายนะที่อยู่เบื้องหน้า
10. กรแก้ปัญหาเป็นศิลปะเชิงกลยุทธ์ที่ต้องผ่านกระบวนการคิด การใช้สมองตรึกตรอง เพราะปัญหาย่อมมีความซับซ้อนและการตีความประเด็นที่ซับซ้อนเหล่านั้น

11. การแก้ปัญหาต้องวางอยู่บนสัมปชัญญะ มากกว่าการใช้อารมณ์ เพราะอารมณ์ คือ เชื้อเพลิงที่ดีของปัญหา
12. วิธีการแก้ปัญหามิอาจสำเนา (Copy) ให้เหมือนต้นฉบับได้
13. นักแก้ปัญหาที่ดี จึงมิเฉพาะการพยายามคลี่คลายปัญหาเฉพาะหน้าของตนเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงผลระยะยาว และคำนึงถึงความเบ็ดเสร็จในการแก้ปัญหา นั่นคือ การยุติของปัญหา
14. ต้นตอของสาเหตุหลักที่เราปวดหัวกันตอนนี้ คือ การแก้ปัญหาที่หลายครั้ง "แก้ไม่ออก" แก้ไม่ถูก แก้ผิดจุด และบ่อยครั้ง ไม่มีใครแก้
15. พวกเราหลายคนไม่รู้ว่า "ปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว" แต่ไม่รู้ว่า นี่คือปัญหา , กำลังมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นแล้ว หรือ ไม่รู้ว่า กำลังจะเกิดปัญหาอยู่ จึงไม่คิดจะแก้
16. ที่ใดมีปัญหา ที่นั่นจะต้องมีคนหาเงินกับปัญหานั้นได้
17. สินค้าและบริการต่างๆถูกสร้างขึ้นมาเพราะปัญหา หรือมีปัญหาก็มีทุกข์ เมื่อมีทุกข์ก็ต้องหาทางดับทุกข์นั้นๆ
18.องค์กรที่น่ากลัวที่สุด คือ องค์กรที่บอกว่า ตัวเองไม่มีปัญหา แต่มหาวิทยาลัยดังๆ โรงเรียนดังๆ ไม่ค่อยจะยอมรับว่า ตัวเองมีปัญหา ดังนั้น พวกนี้พัฒนายาก!!

19 การกลัวปัญหา เป็นเรื่องที่ติดแน่นในอารมณ์ (Fixation)
20. การที่บุคคลหาปัญหาไม่พบ แสดงว่า ขาดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และความรู้เชิงวิชาการหมดแล้ว
21. ปัญหาที่ไม่รีบแก้ ต่อมาจะเป็นความเคยชิน และกลายเป็น "ไม่เป็นไร" ประเทศไทยถึงได้ย่ำแย่อย่างนี้
22. เด็กต่างชาติบางประเทศ ถูกฝึกเรื่องการหาปัญหามากกว่าเด็กไทย เด็กฝรั่งจะมีการบ้านประเภท สร้างโจทย์เอง วิจัยเอง ค้นคว้ามากมาย เด็กไทยมีแต่ครูไทยป้อน
23.การเปรียบเทียบ ทำให้เรารู้ว่า เรามี"จุดอ่อน" (รู้ว่ามีปัญหานั่นเอง)ตรงไหน จะได้ปรับปรุงต่อไป
24. การตีกอล์ฟออกรอบกับมืออาชีพ ทำให้รู้ว่าต้องแก้ไขอะไร
25. ลักษณะหนึ่งที่น่ากลัวและอาจทำให้ชาติไทยล่มจมได้ คือ การเบี่ยงประเด็นปัญหาหลัก การเปลี่ยนประเด็น หลักการสร้างข่าวใหม่กลบเรื่องเดิมๆ
26. หากแต่ละคน ฟุ้งซ่าน คือ มีปัญญามาก เรียนมาก แต่ขาดสมาธิ ไม่ามารถสรุปเรื่องที่จะแก้ไขได้ ก็จะแก้ปัญหาไม่สำเร็จ
27. หากแต่ละคนง่วงนอน คือ นอนหลับ เบื่อง่าย ขี้เกียจ ไม่มุ่งมั่น พลังถดถอย ไม่แข็งแรง เป็นม้าตีนต้นแต่แผ่วปลาย ก็จะแก้ปัญหาไม่สำเร็จ
28. หากแต่ละคน อาฆาต พยาบาท คือ พอแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ขุ่นแค้น โกรธ ด่า แค้นไปทุกเรื่อง ก็จะแก้ปัญหาไม่สำเร็จ
29. หากแต่ละคนลังเลสงสัย ไม่แน่ใจว่าทำลงไปถูกต้องไหม ทำแล้วสำเร็จจริงไหม ก็จะแก้ปัญหาไม่สำเร็จ

30. การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มี 6 ขั้นตอน
1. หาปัญหาให้พบ
2. ตระหนักว่า นี่คือปัญหา
3. ระบุปัญหาให้ชัดเจน
4. สร้างทางเลือกหลายๆทาง
5. ตัดสินใจว่าจะใช้ทางเลือกไหน
6. ลงมือแก้และควบคุมให้เกิดการแก้จริงๆจังๆ