GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ธรรมชาติคือครู (ตอนที่ 5) โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กวี วรกวิน

ระยะ
                      ธรรมชาติคือครูในวันนี้ขอนำเสนอเรื่องของระยะ ครั้งที่แล้วได้กล่าวถึงเรื่องเวลา เพราะว่าเวลาถ้าคนใช้ประโยชน์จากมัน ก็สามารถนำเวลานี้มาทำเป็นทรัพย์ได้ คือมาทำเป็นเงินเป็นทองได้ เวลานั้นก็จะกลายเป็นคุณค่าขึ้นมาทันที

                      เรื่องของระยะก็เช่นกัน เป็นเรื่องที่มีอยู่ในตามธรรมชาติ โดยแท้จริงธรรมชาติคือครูในตอนที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเรื่องของหลักวิธีคิดและเป็นหลักวิธีคิดที่พูดเกี่ยวกับธรรมชาติจริง ๆ บังเอิญสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติเหล่านั้น พวกเราส่วนใหญ่ที่เป็นคนไทยไม่ค่อยได้คิดเรื่องเหล่านี้และไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ สรรพสิ่งใดๆ ที่เกิดขึ้นมา ถูกมอบสมบัติมาให้ในเรื่องของตำแหน่ง แหล่งที่ กล่าวคือ พอเกิดมาเริ่มต้นก็ถูกมอบเวลาให้เป็นสมบัติ เมื่อกำเนิดมาเราก็ถูกมอบระยะมาให้เช่นกัน

                      เมื่อมีจุดเริ่มต้น คือเวลาเริ่มต้น ก็เป็นการเริ่มต้น ถ้าไปมีจุดสิ้นสุดเมื่อใดก็จะได้ระยะเวลาพอดี เพราะฉะนั้นจะเป็นช่วง เพียงแต่ว่าเราจะเอาคำว่าระยะไปใช้กับอะไร เช่น เอาระบบไปใช้กับเวลาก็เป็นระยะเวลา ถ้าเอาระยะไปใช้กับระยะทาง ใช้กับตำแหน่งแหล่งที่ มันก็จะเป็นระยะระหว่างสถานที่

                     เพราะฉะนั้นระยะในที่นี้ ก็เป็นคุณสมบัติของจุดหรือตำแหน่งระหว่าง 2 ตำแหน่ง

ระหว่างจุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุด โดยพื้นๆนั้น ลองสังเกตดูคนเราเกิดมา เราถูกมอบเวลาให้อายุขัยของเรา ตั้งแต่เกิดไปจนถึงตาย เป็นเวลาของระยะของเรา คุณสมบัติของระยะเวลานี้ มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีหด จนกระทั่ง 80หรือ 90 จนสิ้นชีวิต ไม่มีใครอายุสั้นลง ถ้าสั้นก็เหมือนกับยาวน้อยนั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่าพอจะอายุ 20 แล้วจะมา 15 ได้

                       จะเห็นว่าระยะที่ถูกมองมา ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาหรือระยะทาง สรรพสิ่งทั้งหลายเมื่อเกิดมาจะได้ตำแหน่ง แหล่งที่ และเมื่อขยับเดินมาสักก้าวหนึ่ง จะได้ระยะ เวลาทันที เป็นระยะ1 ก้าว และถ้าเผลอเดินไปรอบ ๆบ้าน ได้ระยะยาวได้ไปหลายเมตร หรือหากเดินทางไปท่องเที่ยวได้หลายจังหวัด ก็สะสมเวลาของระยะทางไปได้มาก จนกระทั่งรอบโลก ก็จะได้ระยะทางเดินทางรอบโลก

                        ระยะของคนเราจะแตกต่างกัน เพียงแต่ว่าเราจะเอาระยะทางไปใช้กับอะไร ตัวอย่างเช่น นักบิน ระยะชั่วโมงบินของเขามีความสำคัญ มีคุณค่ามาก ถ้าเขาสะสมระยะชั่วโมงบินของเขาได้มากเท่าไหร่ ตัวเขาเองจะมีราคาแพงมากขึ้นเท่านั้น ชั่วโมงบินมากประสบการณ์มาก หรือคนที่มีประสบการณ์ คนเกิดมาก่อนสะสมประสบการณ์มาก ๆ คือระยะประสบการณ์มาก คือ เขามีอายุมาก ประสบการณ์มาก ได้พบปะเห็นมาก ก็ราคาแพงอีก เพราะว่าสิ่งที่เขาแสดงออก สิ่งที่เขาได้พบเห็น สิ่งที่เขานำเสนอนั้นมีคุณค่า พื้นที่ระยะในช่วงระยะนี้ เขาได้บรรจุประสบการณ์สิ่งต่างๆไว้มากมายในช่วงมิติเดียวของระยะ ถ้าคนรู้จักใช้ประโยชน์ไม่ให้เกิดช่องว่างในระหว่างระยะ มีสิ่งต่างๆบรรจุไว้อย่าง เช่น  อายุขัยของคนเรา ตั้งแต่เกิดมากระทั่งแก่ตาย                     

                        ในช่วงอายุต่างๆเราทำงานเต็มที่ เรามีประสิทธิภาพเต็มที่ เราก็ได้ลูกศิษย์มาก ได้เนื้อหามาก เขียนหนังสือได้มาก ทำงานได้มาก ทรัพย์สินได้มาก ก็แสดงว่าสามารถ ตลอดระยะทางที่เราเดินมา ตลอดระยะประสบการณ์และระยะเวลาที่เราผ่านมา เราได้บรรจุพื้นที่ต่างๆเต็มระยะทาง ถ้าคนไม่คิดก็ไม่เกิดอะไรเหมือนกัน แต่ถ้าคนมาคิดให้ความสำคัญและพิจารณาก็จะมองเห็นคุณค่า

                        ระยะเป็นสิ่งที่มีมาโดยระบบของธรรมชาติ หากเราลองหันมาพิจารณาเหมือนกับเรื่องของเวลาในครั้งก่อนแค่ก้าวไปก้าวเดียว หรือขยับตัว เราได้ระยะแล้ว โดยที่ไม่รู้ตัว บางคนไม่ได้คิดว่าได้ระยะระยะของคนจะแตกต่างกัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันหนึ่งขึ้นอยู่กับระยะทางของสิ่งใด เช่น วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ ก็มีระยะด้วยกัน มีอายุขัยด้วยกันทั้งนั้น มีจุดเริ่มต้น ซึ่งไม่ได้หมายถึงตัวบุคคลอย่างเดียว

                   สรรพสิ่งทั้งหลายมีคุณสมบัติเชิงระยะอยู่ด้วยกัน เช่น ในทางของความว่างเปล่า ตั้งแต่ดั้งเดิมว่า มีเกิดจาก ไม่มี มีหนึ่งสิ่งเรียกตำแหน่ง เรียกจุดเริ่มต้น ถ้ามีสองสิ่งขึ้นไปเรามองความสัมพันธ์ของคน ถ้ากล่าวถึงความสัมพันธ์คน ก็จะมองไปว่า ผู้หญิงผู้ชายมีความสัมพันธ์กัน สัมพันธ์ด้วยความรัก พ่อ แม่ ลูก สัมพันธ์ด้วยความผูกพันทางครอบครัว เขาอาจจะมองพฤติกรรมมนุษย์เป็นเชิงความสัมพันธ์ แต่ท่านรู้ไหมว่าสิ่งๆหนึ่งที่มนุษย์ไม่ต้องแสดงไม่ต้องพิจารณาเรื่องของความสัมพันธ์เรื่องของความผูกพันอันใด ถ้ามีสิ่ง 2 สิ่งเกิดขึ้น ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติด้วยระยะ สรรพสิ่งทั้งหลายถ้ามีมากกว่า 1 ขึ้นไป คือ 2 สิ่ง 3 สิ่งความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นคือ มีระยะเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์ สิ่งนี้กับสิ่งนี้ว่าอยู่ใกล้ สิ่งนี้กับสิ่งนี้ว่าอยู่ไกล จะเห็นว่าสรรพสิ่งทั้งหลายมีระยะเป็นคุณสมบัติอยู่ในตัวเอง ใกล้ก็มีความหมาย ไกลก็มีความหมาย สั้นก็มีความหมาย ยาวก็มีความหมาย มันทำให้เกิดมากน้อย งานได้มากได้น้อย เกิดในเชิงปริมาณได้ ไม่เกิดอะไรก็ได้ เกิดอะไรก็ได้ เรื่องของระยะนี่ใช้ได้กับทุกสรรพสิ่งเหมือนกัน

   ที่กล่าวมาไม่ได้อธิบายเรื่องของคนอย่างเดียว แต่อธิบายเรื่องสรรพสิ่งทั้งหลายด้วย เช่นระยะ

ระหว่างดาวเคราะห์ และระยะระหว่างดาวฤกษ์มีผลต่อพลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานจากดวงจันทร์มายังโลก ดังนั้นระยะมันจะมีความหมายกับสรรพสิ่งทั้งหลาย เพียงแต่ว่าเราเอาระยะมาใช้ด้วยสาระหรือเนื้อหา เช่น เรื่องความรัก มีอยู่คำพูดคำหนึ่ง เรื่องรักแท้แพ้ใกล้ชิด แสดงว่า รักเป็นเรื่องมนุษย์กับมนุษย์สองคนที่อยู่ใกล้ประสบความสำเร็จมากกว่า เกิดคุณภาพ เกิดปริมาณงาน มากกว่าคนที่อยู่ไกล คนที่อยู่ไกลกันความรักเกิดน้อย เพราะการบริการ การเอาอกเอาใจ การพูดจามีน้อยจึงไม่เข้าใจกัน ดังนั้นจึงสู้คนที่อยู่ระยะใกล้ไม่ได้

ระยะที่มีอยู่ในทุกสรรพสิ่งมันมีอิทธิพล มีผลต่อพลัง มีผลต่อการเกิดองค์รวมใหม่ทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่เป็นธรรมชาติกับธรรมชาติ ธรรมชาติกับมนุษย์ มนุษย์กับวัฒนธรรม ฯลฯ มองกันลึกๆก็หนีไม่พ้นเรื่องของระยะที่มีส่วนช่วยอธิบายให้เกิดความชัดแจ้งได้ว่า สิ่งนั้นเกิดมาก เกิดน้อย ดี ไม่ดี สมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ ระยะมีผลอยู่ด้วยทั้งสิ้น

ระยะเป็นแฟ็คเตอร์ ร่วมในการอธิบายปรากฏการณ์นั้นๆเสมอ จึงอยากให้คนรุ่นใหม่ นักเรียน

รุ่นใหม่ ครูรุ่นใหม่ ตามหลักสูตรใหม่ ได้เกิดวิธีคิดมากมายกว่าเดิม และลองหันกลับมาพิจารณากันในเรื่องธรรมดาๆ เรื่องใกล้ๆตัวที่เรามองข้ามไป ที่เราไม่สนใจ ลองหันมาสนใจ ระยะเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตามธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดคุณสมบัติประจำในทุกสิ่ง ทุกอาชีพ เป็นคุณสมบัติอยู่ในสรรพสิ่งทั้งหลาย เพียงแต่ว่าเรามองกันหรือเปล่า

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 29193
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)