GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การหารายได้เสริมของหมออนามัยที่กันทรารมย์ ศรีสะเกษ

ชีวิตต้องสู้ต่อไป
นายบอนมีน้องที่ทำงานเป็นหมออนามัยคนหนึ่ง อยู่ที่ศรีสะเกษ ซึ่งมักจะติดต่อูดคุยทางโทรศัพท์กันเดือนละ 2-3 ครั้ง ครังหนึ่งๆ จะคุยกันเกือบชั่วโมง เพราะเธอมีเรื่องราวมากมายที่อัดอั้นตันใจ อยากระบาย แต่ไม่สามารถพูดกับคนรอบข้างที่อยู่ในหมู่บ้านได้ นายบอนจึงต้องรับฟังเรื่อยมา

ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เธอมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยลดลง เงินเดือนเท่าเดิม แต่ เงินไม่พอใช้ ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยได้เดินทางไปไหน พยายามที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่สถานีอนามัย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องเดินทางไปติดต่อภาระกิจต่างๆอยู่ดี

เธอจึงปรึกษากับน้องสาวของเธอคนหนึ่ง ซึ่งเรียนอยู่ในชั้นมัธยมปลาย คงต้องลงมือทำอไรสักอย่าง เพื่อเป็นการหารายได้เสริม จะได้อยู่รอดในยุคเศรษฐกิจ น้ำมันแพงเช่นตอนนี้

เดือนเม.ย. 2549 ที่ผ่านมา เธอไปรับผลไม้จากสวนใส่รถกระบะของเธอ ออกมาตระเวณขายตามหมู่บ้าน ได้กำไรพอสมควร แต่รายได้ก็ยังไม่พอใช้อยู่ดี จึงเกิดความคิดใหม่

เมื่อเข้าไปทำธุระในตัวเมืองอุบลราชธานี เธอปิ๊งไอเดีย ทำธุรกิจขาย แผ่น CD เพราะเห็นตั้งแผงวางขาย CD เพลงและหนังเรื่องต่างๆ อย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งเธอก็รู้ว่า ผิดกฏหมาย และเป็นการขาย CD ละเมิดลิขสิทธิ์

แต่ทำไมถึงตั้งแผงวางขายกันโจ่งแจ้งกลางเมืองได้ล่ะ หรือว่า วางขายจนเป็นเรื่องเคยชินไปแล้ว ตำรวจมากวาดจับเมื่อไหร่ ก็คอยหลบหลีกให้ทันละกัน

เธอเกิดแนวความคิด จะเปิดธุรกิจขาย CD ตามสั่ง คือ มีรายชื่อของเพลง หนัง มาให้ลูกค้าเลือกตามต้องการ ในราคาที่ถูกกว่าที่ขายในตัวเมือง ซึ่ง CD ละเมิดลิขสิทธิ์แผ่นหนึ่ง ขาย 150 บาทบ้าง 100 บาทข้าง แต่เธอคิดจะขาย 50 บาท เพราะวิเคราะห์ว่า กำลังซื้อของชาวบ้านในหมู่บ้าน ไม่มากมายเหมือนคนในตัวเมือง ขายถูกเพื่อให้เกิดการซื้อจำนวนมาก และมีสินค้าใหม่ให้เลือกเรื่อยๆ ให้เป็นลูกค้ากันตลอดไป

สำหรับน้องสาวของเธอที่เรียนชั้นมัธยม ก็อยากจะร่วมทำธุรกิจนี้กับเธอด้วย โดยจะพยายามเปิดตลาดกับนักเรียนในโรงเรียนมัธยม ซึ่งน่าจะได้ลูกค้ามากพอสมควร และเป็นการขายตรงถึงที่

เมื่อสั่งหนัง หรือเพลงที่ต้องการ พวกเธอจะไปจัดการ write CD จากต้นฉบับ แล้วส่งให้ลูกค้าทันที พร้อมรับเงิน ง่ายๆแบบนี้แหละครับ การหารายได้เสริมของเธอ

รูปแบบธุรกิจ เธอรู้จักเอเย่น ที่จะขาย CD ต้นฉบับในราคามิตรภาพ แผ่นละ 25-30 บาท ตามชื่อที่ต้องการ แล้วจะสั่ง CD-R แผ่นเเปล่าๆ ที่ขายเป็นกล่องๆ ละ 50 แผ่น ซื้อในราคาส่ง จะตกแผ่นละ 4 บาท เมื่อได้สินค้าแล้ว จะ write CD แล้วส่งให้ลูกค้าตามสั่ง ในราคาที่คิดจะขาย ที่แผ่นละ 50 บาท

ต้นทุน 34 บาท ขายแผ่นละ 50 บาท กำไร 16 บาต่อแผ่น
แล้วที่ขายตามแผงในเมือง ขายแผ่นละ 100-150 บาท ต้นทุนยิ่งต่ำกว่านี้ ไม่รู้กำไรมากมายแค่ไหน

ถึงแม้ว่า จะเป็นสินค้าผิดกฏหมาย แต่นี่ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่เธอทั้ง 2 คนสนใจครับ ดีกว่าอยู่เฉยๆ

ดูเหมือนว่า ในยุคนี้ ใครๆทำอะไรหลายอย่าง เพื่อความอยู่รอดของตัวเองได้ทั้งนั้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): มมสส.ม.1
หมายเลขบันทึก: 28726
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)