เดินทางไปอเมริกา

วันที่  9  สิงหาคม  2552  เป็นวันที่ถูกกำหนดให้ลูกชายคนที่  4  เดินทางไปอเมริกา และดิฉันได้เดินทางไปส่งเขาที่สุวรรณภูมิพร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัว  ยกเว้นลูกคนที่  2  เพราะเขาติดสอบ  ขอบันทึก    ตรงนี้ว่า  ดิฉันไม่เคยคาดคิดว่าลูกจะได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของ  AFS  มันไกลเกินฝันมาก   คิดว่า AFS  นั้นมีสำหรับลูกของคนรวยเท่านั้น  ระยะหลังนี้มีทุนสำหรับนักเรียนไทยมุสลิม   ด้วยพระผู้เป็นเจ้าได้ประทานมันสมองที่ดีแก่ลูกและการได้รับการฝึกฝนในครอบครัว  ในชั้นเรียน  และในสังคมที่ท้าทาย  ทำให้เขาได้รับสิ่งนี้  

ดิฉันขอขอบคุณคณะอาจารย์ ภาค  English  Program  โรงเรียนอัรตัรกียะห์  จังหวัดนราธิวาส  ที่มีความตั้งใจที่จะให้เด็กๆมีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษ  พยายามหาอาจารย์จากต่างประเทศมาสอนในขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบของบ้านเมืองมารุมเร้า  ทางมูลนิธิของโรงเรียนช่วยออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง   ทำให้เสียค่าเทอมน้อยลง  ขอให้ทางโรงเรียนอัรตัรกียะห์  รวมทั้งผู้บริหารได้รับความโปรดปรานจากพระผู้เป็นเจ้าด้วยและขอส่งกำลังใจให้อาจารย์ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ที่มีเกียรตินี้ต่อไป   ขณะที่ลูกได้รับทุนนี้เขาไม่ได้อยู่ในโรงเรียนนี้แล้ว

ลูกได้รับทุนของรัฐบาลอเมริกา  เป็นทุนที่ให้แก่เด็กนักเรียนมุสลิมทั่วโลก   20  ประเทศ   รวมทั้งประเทศไทยด้วย พ่อแม่ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใดๆ  ในระหว่างการใช้ชีวิตในอเมริกา  เขามีเงินให้  นอกจากว่าจะให้เพิ่มเติมอีก  นั้นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล

                ลูกบอกว่าตอนสอบนั้นข้อสอบยากมาก   ผ่านข้อเขียนแล้วต้องสอบสัมภาษณ์กับครูไทย   ผ่านแล้วต้องสอบกับอาจารย์ฝรั่ง  เข้าค่ายอีก  2  ครั้ง  ถึงจะประกาศว่าได้  หรือไม่ได้  ใช้เวลานานและเหนื่อยมาก แต่ก็ได้ประสบการณ์ที่คุ้มมาก หลังจากนั้นต้องเหนื่อยกับการเตรียมเอกสาร  แนะนำตัวเอง  แนะนำประเทศไทย   เยอะมากๆๆๆๆ     สิ่งสำคัญนั้นเป็นเรื่องของวัคซีน   โชคดีที่ดิฉันเป็นพยาบาลประวัติวัคซีนที่ได้รับตั้งแต่แรกเกิดถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี  วัคซีนทุกตัวจะต้องถูกบันทึกในเอกสาร  เพราะฉะนั้นถ้าใครต้องการให้ลูกไปเรียน  High  School ที่โน่น  ต้องเตรียมให้ดี  สมุดบันทึกสุขภาพเล่มสีชมพูจะมีประโยชน์มากที่สุด  อย่าคิดว่าไม่สำคัญถ้าทิ้งไปจะลำบาก เพราะเห็นหลายๆ  คนเดือดร้อนเรื่องนี้มาก

                การตัดสินใจให้ลูกไปนั้น  หลายๆ  คนเขาเป็นห่วง  เป็นห่วงในทุกๆ  เรื่อง  แต่ถ้าเราปลูกฝังในสิ่งที่ดีงามแล้วการที่จะหลุดโลกไปนั้น  คิดว่าคงยากนะ  ดิฉันมีประสบการณ์อย่างหนึ่งคือ  เมื่อ ปี  2550  ลูกสาวคนโตไปอเมริกาเหมือนกัน  ไปอยู่  3  เดือน  เขาได้รับสิ่งที่ดีๆ  มากมาย     เข้มแข็งขึ้น  ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง  อัลฮัมดุลิลาฮ์

 

                ก่อนจะถึงวันนี้ดิฉันได้ขึ้นไปประชุมของ  AFS  หลายครั้ง  ก็ได้ทำความเข้าใจในหลายๆเรื่องแล้ว

ขณะนี้ลูกก็ได้รับครอบครัวอุปถัมป์  เขาทำงานของสหประชาชาติ   เข้าเรียนในโรงเรียน  Beehive  Scienec  and  Technology  Academy  ของรัฐ  Utah และได้รับทราบรายละเอียด ของกิจกรรม  ต่างๆ  ในทันทีที่เดินทางไปถึง  อ่านอาร์เจนด้าดูแล้ว  ก็น่าดีใจแทนลูก  เพราะตามลำพังแล้วดิฉันคงไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะให้ลูกได้เดินดูสถานที่สำคัญๆ  ของอเมริกาอย่างนั้น

 

                วันนี้เป็นวันที่  5   ที่ลูกจากไป  แต่ก็ไม่ได้เศร้าอะไร  เป็นห่วงบ้างเล็กน้อย  เขาได้โทรมาคุยด้วย  สมัยนี้โลกมันแคบ  การสื่อสารทั่วถึง  ถ้าเป็นสมัยก่อนคงเครียดน่าดู   แต่ก็ยังมีพ่อแม่อีกหลายๆ  ท่าน  ยังเศร้าไม่หาย  คิดว่าอีกไม่กี่วันคงจะดีขึ้น

ดิฉันอยากจะได้รับคำแนะนำอื่นๆ  อีก จากผู้ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้   โปรดแนะนำด้วยค่ะ  ขอบคุณค่ะ