ผู้หญิง : ตะวันตกและตะวันออก จริงๆ แล้วก็คือหนึ่งเดียว ผู้หญิงและผู้ชายก็คือคน แต่เมื่อมีการแบ่งแยกจึงทำให้เป็นคนละคน คนละภาวะ คนละอย่างไป ได้เห็นผู้นำสังคมท่านหนึ่ง พยายามเหลือเกินกับการเรียกร้องสิทธิความเสมอภาคระหว่างชาย-หญิง สิ่งที่ต้องคิดคือ สิทธิ์และหน้าที่ อะไรควรที่จะสำคัญมากกว่ากัน ความเป็นนานาชาติของลูกผู้หญิงมีขอบเขตของความเป็นนานาชาติอย่างไร ความเป็นนานาชาตินั้นจึงกลายเป็นที่ยกย่องเชิดชูของสังคมเพื่อให้คนที่ไร้นานาชาติได้ใฝ่ฝันที่จะก้าวไปยืนเด่นท่ามกลางผู้ที่กำลังเฝ้ามอง ซึ่งเราไม่แน่ใจนักว่าชื่นชมหรือสงสาร ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง "ผู้หญิงในคัมภีร์ตะวันออก" ประมาณ ๒๐ หน้าที่ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจกับความเป็นคนเก่า นี่กระมังคือ การไม่กล้าที่จะเป็นผู้นำโลกของเหลาจื้อ ผมได้ข้อสรุปว่า หน้าที่ต่างหากที่ความเป็นคนควรให้ความสำคัญ

เงิน : สิ่งแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนเป็นชีวิตคนได้ (อาจซื้อไม่ได้หากคนผู้นั้นไม่เห็นความสำคัญของเงิน) ทุกคนในสังคมปัจจุบัน พยายามเหลือเกินกับการแสวงหาเงิน การศึกษาก็จะเป็นการศึกษาเพื่อให้ได้มาซึ่งการทำงานนั้นก็คือเงินที่เป็นเป้าหมายหลัก หากมีคำถามว่า ถ้าทำงานแล้วไม่ได้เงินจะทำไหม ทุกคนต้องตอบว่า ไม่ทำ

ศาสนา : สิ่งที่สังคมยอมรับว่า น่าจะเป็นแหล่งสุดท้ายสำหรับที่พึ่งพิงทางใจ หลังจากพบว่า เงินไม่ใช่ปัจจัยสำคัญให้คนได้อิ่มเต็ม แต่กว่าจะพบเราก็เดินกันแทบจะไม่ไหว นั่งกันไม่ค่อยจะได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิง เงิน และศาสนา น่าจะเป็นคนละเรื่องกัน แต่เมื่อพิจารณาให้ดี ในทัศนะของศาสนามองคนเหมือนกันทุกคนเช่น คนคือสิ่งสร้างของพระเจ้า คนคือองค์รวมของขันธ์ ๕ เป็นต้น เป้าหมายของศาสนาไม่ใช่เพื่อการแบ่งแยกคนออกจากคน ส่วนผู้หญิงเล่า หากเราจะเดินเข้าไปในวัดของพุทธศาสนา จะพบว่า ผู้หญิงจำนวนมากที่เข้าไปอุปถัมภ์บำรุงศาสนา (องค์กร) มีเงินจำนวนมากที่ผู้หญิงนำไปมอบให้กับศาสนาบนฐานความเชื่อที่บุคลากรของศาสนาแถลงให้ทราบ แต่โดยตัวของศาสนาแล้วบริสุทธิ์ยิ่งกว่าบริสุทธิ์ เงินและผู้หญิงมิได้มีอำนาจเหนือเลย ในขณะที่การกระจายความเป็นองค์กร ต้องอาศัยเงิน.........

----------------- จงรู้จักประมาณในการบริโภค----------