ประเมินตนเอง เป้าหมายในชีวิต
ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบทำอะไรจวนเจียน อย่างเช่น การทำการบ้าน 2-3วันก่อนส่ง หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือสอบทั้งหมดภายในเวลา 1 อาทิตย์ ซึ่งถ้าหากเป็นสมัยที่ข้าพเจ้าอยู่มัธยมปลาย มันจะถือเป็นเรื่องธรรมดาที่พบได้อย่างสม่ำเสมอเสียยิ่งกว่าการที่ข้าพเจ้าจะแวะเวียนไปร้านหนังสือที่คอมเพล็กซ์ในตอนนี้เสียอีก หากทว่า เมื่อข้าพเจ้าได้เข้ามาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างก็เปลี่ยนไป ทั้งในด้านชีวิตความเป็นอยู่และด้านการเรียนการสอน จากที่ในมัธยมปลายการเรียนในแต่ละบทจะกินเวลายาวนานหลายคาบมาก แม้อาจารย์จะพยายามสอนให้ทันแต่ก็ไม่วายต้องนัดเพิ่ม เพราะฉะนั้นเวลาสอบมิดเทอมก็จะกินเนื้อหาไปแค่ 1-2 บท หากแต่ในตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่าใน 1 คาบนั้น คือจบไปแล้ว 1 เรื่อง(ในวิชาชีววิทยา) และแน่นอนว่าจำนวนเนื้อหาก็ต้องเยอะขึ้นตามจำนวนคาบเหมือนกับสมการเส้นตรงที่มีความชันเป็นบวก ซึ่งจากการสอบมิดเทอมที่ผ่านมาทำให้ข้าพเจ้าค้นพบว่าการที่จะอ่านหนังสือสอบทั้งหมดและทบทวนให้แม่นภายในเวลา 1-2 อาทิตย์อย่างที่เคยทำในสมัยมัธยมนั้นเป็นเรื่องที่ยากหากขาดการอ่านอย่างสะสม จะเห็นได้จากขณะที่ข้าพเจ้ากำลังทำข้อสอบอยู่ดีๆ ข้าพเจ้าก็เกิดความสับสนว่านี่ใช่คำตอบที่โจทย์ต้องการหรือเปล่า ไม่ก็นึกคำตอบไม่ออกเอาเสียดื้อๆ และเริ่มรู้สึกว่าหน่วยความจำในหัวสมองมันตีกันยุ่งไปหมดจนต้องเสียเวลานั่งนึกอยู่นานกว่าจะพอตอบคำถามได้แบบที่เรียกว่าเอาสีข้างเข้าแถ หลังจากนั้น ข้าพเจ้าก็เริ่มรู้แล้วว่า ข้าพเจ้าควรจะปรับปรุงวิธีการอ่านหนังสือเสียที
ดังนั้นแล้วข้าพเจ้าจึงได้ทำการร่างพันธสัญญานี้ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการปรับปรุงวิธีการอ่านหนังสือของตัวข้าพเจ้าเอง ด้วยความคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถอ่านได้ทันการสอบและทำข้อสอบได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่ออนาคตที่สดใสต่อไปในภายภาคหน้า
ระยะเวลาในการเรียนรู้ 1 เดือน
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
· เพื่อปรับปรุงวิธีการอ่านหนังสือให้รวดเร็วและแม่นยำในการรับมือกับข้อสอบ
· เพื่อเสริมสร้างทักษะการวางแผนการจัดตารางเวลาที่เหมาะสม
· เพื่อฝึกการควบคุมตนเองให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
วิธีการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้
อันดับแรกต้องเริ่มจากการอ่านทบทวนบทเรียนที่เรียนมาทุกๆวัน เพราะการทบทวนบทเรียนนั้นจะเป็นการย้ำในสมองของเราจดจำได้อย่างแม่นยำขึ้น และยังช่วยให้เราไม่ต้องเหนื่อยท่องจำมากในช่วงเวลาใกล้สอบ ต่อมาคือการจดโน้ตหรือทำแผนภาพต้นไม้เพื่อให้เห็นภาพรวมของเนื้อหา โดยเฉพาะวิชาที่มีจำนวนหน้าของหนังสือเยอะและยาวมากๆ อย่างเช่น สังคม เป็นต้น เนื้อหาส่วนไหนที่ไม่เข้าใจก็ถามผู้รู้ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน อาจารย์ หรือแม้แต่หนังสือในห้องสมุด เวลาที่ต้องท่องจำอะไรมากๆก็นำเทคนิคการพัฒนาทักษะการจำที่เคยเรียนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เพียงเท่านี้ก็น่าจะสามารถแบ่งเบาภาระในการอ่านหนังสือช่วงใกล้สอบได้มากแล้ว
แนวทางการพิสูจน์ว่าเกิดการเรียนรู้
สามารถอ่านหนังสือได้ทันในช่วงเวลาใกล้สอบและเหลือเวลาทบทวนเพื่อให้เกิดความแม่นยำในเนื้อหา ข้อพิสูจน์ต่อมาคือผลการสอบ นั่นก็หมายความว่า ผลการสอบครั้งต่อมาหลังจากที่ได้รับการเรียนรู้แล้วจะต้องดีขึ้น
เค้าก็เป็นเหมือนกันเลย ชอบทำอะไรจวนเจียนเวลาเนี่ย
ไว้จะขอลองใช้วิธีของกรดู เพื่อปรับปรุงตัวเองด้วยนะจ๊ะ
อืมๆ ดีคับดี
ชอบทำงานจวนเจียนเหมือนกันอ่า
เด๋วลองเอาไปทำมั่ง เวลาสอบจะได้ไม่ตกมีน
เหมือนกัน ครับบบ
แต่ มันก้อ ดี ไป อย่าง นะ...
แต่ ก้อ ลอง จะ เปลี่ยนตัวเองดู
นิสัยเดียวกันเลยย อ่านตอนใกล้สอบบ
เค้าเองก็อยากจะเริ่มต้นจัดระบบการอ่านหนังสือใหม่เหมือนกัน
ยังไงแป้งก็ช่วยแนะนำเมย์ด้วยระกันนะคะ
เป็นกำลังใจให้ในการทำพันธะสัญญาให้สำเร็จคะ
^^
สู้ๆจ่ะ
เป็นความคิดที่ดีมากเลยคะแป้ง
เมย์เองก็อยากเปลี่ยนนิสัยการอ่านหนังสือของตัวเองเหมือนกัน
ยังไงแป้งช่วยแนะนำเมย์ด้วยนะคะ
fighting กันเนอะเรา
Learning process 14.1 fighting !!!
เค้าน่ะสุดๆเลยล่ะ เรื่องการทำอะไรจวนเจียนเวลาน่ะ
กำลังพยายามแก้ไขปรับปรุงตัวอยู่เหมือนกัน
เมื่อก่อนตอนเรียนมัธยมก็แบบเรียนสบายๆ ไม่ค่อยรับผิดชอบอะไรมาก
มาตอนนี้เห็นทีต้องปรับปรุงให้ได้ซะแล้ว เพราะตอนมิดเทอมรู้สึกเลยว่าทำข้อสอบไม่ได้ 55+
ต้องขอยืมวิธีของแป้งไปใช้บ้างแล้วล่ะ (จะทำได้มั้ยน้อ โรคขี้เกียจมันกลายเป็นโรคประจำตัวซะแล้วล่ะ เฮ้อ)
ยังไงก็จะพยายามดูละกัน
แป้งเองก็สู้ๆล่ะพยายามเข้านะ ทำตามเป้าหมายให้ได้ล่ะ