ทำอย่างไร..ให้จังหวัดเรามีศักยภาพการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เข้มแข็ง
ถ้าเอ่ยถึงการท่องเที่ยวในแถบอันดามัน จังหวัดตรังก็มักถูกเลือกเป็นอันดับสุดท้าย นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ มักนึกถึงภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนองก่อน ทั้งๆ ที่ทรัพยากรการท่องเที่ยวของตรังก็ถือว่ามีความโดดเด่นพอสมควร อาจเพราะนักท่องเที่ยวไม่ชอบอ้วน..เพราะถ้ามาตรังก็มักถูกเสนอด้วย หมูย่างเมืองตรัง ขนมเค้กเมืองตรัง ต่อไปนี้คนตรังต้องมาสำรวจ วิจัย..ตัวเองกันเสียที ว่าจุดพัฒนาเราควรทำอย่างไรจึงจะดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้เข้ามาเที่ยว ให้มากกว่านี้ เพื่อการกระเตื้องของเศรษฐกิจ เมืองตรังอาจเป็นยักษ์หลับ ที่นอนหลับไหลกับความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ของเมืองตรังเมื่อสองร้อยปีที่ผ่าน มา หรือ สาเหตุอื่น ๆ ...........ทำอย่างไรเราจะพัฒนาเมืองตรังของเราให้เป็นแหล่งท่อเท่ยวเชิงนิเวศ ที่มีความเอาใจใส่กับสิ่งแวดล้อม.ทำอย่างไรคนตรังจะมีจิตบริการที่ใครไปใครมาก็ต้องหวนกลับมาเที่ยวอีก
จากสภาพปัญหาดังกล่าว สำนักงานจังหวัดตรังจึงได้ร่วมจับมือ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง จึงมีการจัดสัมมนาบทบาทภาครัฐกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน ระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม 2552 โดยนอกจากเชิญผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขามาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองกันแล้ว ก็มีการเดินทางไปท้ศนศึกษาเรียนรู้กับจังหวัดกระบี่เพื่อนบ้านที่แสนดี ทำให้ทุกคนที่ไปสัมมนาร้องอ๋อ ..ว่าทำไมเมืองตรังจึงเป็นอย่างนี้ ตรังยังเป็นยักษ์ตัวใหญ่ที่นอนหลับไหล อยู่ใน comfort Zone ที่แสนจะสบาย แม้จะมีวิกฤติต่าง ๆเกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ แต่จังหวัคตรังเราก็ยังไม่เคยโดนเรื่องที่ร้าย ๆ แม้สึนามิ เราก็โดนนิดหน่อย ..บ้านเราสนุกสบาย อาหารก็มีกินเยอะแยะแต่เป็นร้านสมัยก่อน ที่ยังขาดคุณภาพความเป็นสากลที่เพื่อน ๆในจังหวัดใกล้เคียงเขาพัฒนาล้ำหน้ากว่าเราไปแล้ว ทั้งในเรื่องความสะอาด บรรยากาศ ความพิถีพิถัน การต้อนรับลูกค้าด้วยไมตรีจิต service mind
เราชาวตรังคงต้องตื่นกันเสียที แล้วเหลียวไปดูเพื่อนบ้าน ว่าเขาทำอย่างไร เขาวางแผน/เขาทำวิจัยการท่องเที่ยว/การตลาดกันไปถึงไหนแล้ว / ภาคราชการและภาคเอกชนเขายอมเชือดเนื้อตัวเองไป.....ทำโรดโชว์กันที่ต่างประเทศ..เขาเรียนรู้แบบต่อยอดโดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศมาวิจัยและพัฒนาคนให้มีศักยภาพในด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว ประธานการท่องเที่ยวกระบี่ เขาบอกว่าเขาเคยอิจฉาเมืองตรังที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่เขามาจากความไม่พร้อมไม่มีอะไรเป็นทุนเดิมนอกจากธรรมขาติ ชาวตรังทุกท่านคะเราคงนั่งทำงานแบบเชิงรับไม่ได้แล้ว จะต้องรุกออกไปเหนื่อยกันบ้าง โดยอดีตเรามีต้นแบบผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนามาตั้งหลายคนเริ่มตั้งแต่พระยารัษฎา ..และคงอาศัยทั้งผู้นำรวมทั้งภาคประชาชนก็ต้องหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน แม้บางครั้งต้องเจ็บปวดหรือเสียหน้ากันบ้าง ก็ต้องยอมเพื่อเมืองตรังของเรา..และเพื่อลูกหลานของเราจะได้มีแหล่งทำมาหากิน .ชวนกันกลับมาพัฒนาบ้านเกิด..ทำอย่างไรเราจะพัฒนาศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวให้เข้มแข็งยั่งยืน....ในส่วนของพวกเรานักการศึกษาก็คงนำเรื่องเหล่านี้มา อภิปรายเสวนาและบูรณาการเข้ากับจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการทำงานต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนมุมมองที่มองจากภายในสู่ภายนอก..เราต้องมองจากมุมภายนอกและค้นหาพันธมิตรที่มาช่วยเรา....
ศรีตรังดอกสุดท้าย