“นาโอะจะรอดให้ได้เลย เรื่องอะไรจะยอมตายล่ะ”
“ให้นาโอะเป็นน่ะดีแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นคงทนไม่ได้หรอก อย่างแม่น่ะไม่ไหวหรอก”
“ถึงนาโอะจะอ่อนแอ แต่หัวใจน่ะเข้มแข็งนะ”
เมื่อคุณได้ยินคำพูดเช่นนี้ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง คำพูดเหล่านี้มีผลต่อจิตใจคุณบ้างหรือไม่ สำหรับตัวฉันแล้ว มันเป็นคำพูดที่ทำให้เปลี่ยนแปลงชีวิตของฉันเลยทีเดียว

เมื่อตอนมัธยมศึกษาตอนต้น ฉันได้มีโอกาสอ่านหนังสือแปลเรื่อง “ผมเป็นมะเร็งอายุ 5 ขวบ” ของยามาซากิ โทชิโกะ ผู้แต่งได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของการต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างเข้มแข็งของนาโอะ เด็กชายอายุห้าขวบ ลูกชายคนโตของผู้แต่งเอง ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมและรางวัลมากมายในประเทศญี่ปุ่น
“หากพยายามจะต้องมีความสุขได้แน่”
“ถ้าไม่ผ่าตัดก็ต้องตาย เพราะงั้นนาโอะจะผ่าตัด ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ใช่ไหมล่ะ”
นาโอะ เด็กชายวัย 5 ขวบ ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งเด็กอีวิง ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล การรักษาตัวครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแม่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ใกล้ชิดและผูกพันกันมากขึ้น เพราะได้มีเวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้น และเปิดใจเข้าหากันมากขึ้น การรักษาใช้เวลา 1 ปีเต็ม จนนาโอะหายเป็นปกติ แต่ด้วยความโชคร้าย มะเร็งก็กลับมากำเริบอีกครั้ง นาโอยะเข้ารับการผ่าตัดอีกหลายครั้งด้วยหัวใจที่เข้มแข็งและไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้โอกาสรอดจะเหลือน้อยเต็มทีก็ตาม ในที่สุดร่างกายก็ไม่สามารถทนรับโรคร้ายนี้ได้ นาโอะจากไปด้วยวัยเพียง 9 ขวบ แต่สิ่งที่เหลือคือข้อคิดและแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตให้กับคนที่อยู่ข้างหลังต่อไป

“แม่ฮะ นาโอะเกิดมาเพื่อมอบความกล้ากับความหวังให้ทุกคนใช่ไหมฮะ”
“นาโอะอยากลองเลี้ยงพ่อกับแม่ดูบ้างจัง”
“นาโอะน่ะฮะ จะไม่ตายตอนนี้หรอก เพราะตอนนี้คุณแม่ยังเตรียมใจไม่ได้นี่นา”
เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบลง ผู้อ่านทุกคนคงจะมีรอยยิ้มไปพร้อมๆกับรอยน้ำตา ฉันก็เช่นกัน หนังสือเล่มนี้ทำให้ฉันซาบซึ้งและประทับใจกับหัวใจดวงเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่ง ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้มแข็งของการพยายามมีชีวิตอยู่และความอ่อนโยนที่มีต่อครอบครัว และที่สำคัญคือทำให้ฉันเปลี่ยนแปลงความคิดต่างๆมากมาย จากแต่ก่อนที่เมื่อพบกับปัญหา ฉันจะรู้สึกว่าปัญหานั้นใหญ่หลวงและทำให้ฉันย่อท้ออยู่บ้าง แต่เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ฉันกลับมองปัญหาต่างๆเปลี่ยนไป ฉันจะพยายามแก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถและไม่ท้อถอยกับปัญหาที่เข้ามา ที่สำคัญคือ ฉันจะใช้ปัญหานั้นเป็นแรงผลักดันและเรียนรู้เก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าในการมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะฉันได้ตระหนักแล้วว่าปัญหาของฉันเป็นเพียงแค่ปัญหาเล็กน้อยนักเมื่อเทียบกับนาโอะ และฉันโชคดีเพียงใดที่มีโอกาสมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยร่างกายที่แข็งแรง ดังนั้นฉันจะใช้เวลาทุกนาทีให้มีค่า และจะมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่ฉันรักและรักฉัน

นอกจากนี้ฉันยังได้รับข้อคิดต่างๆมากมาย ทำให้ฉันเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตอย่างเข้มแข็งและมองโลกในแง่ดี อีกทั้งยังทำให้ฉันได้ตระหนักในบุญคุณของพ่อแม่ที่มีมากเกินกว่าจะทดแทนหมด นอกจากนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอยากเป็น “แพทย์ที่ดี” ที่จะต้องเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยและญาติ และพยายามคิดค้นหาวิธีใหม่ๆในการรักษาโรคมะเร็งต่อไป
“แม่จ๋า ถึงนาโอะจะตายไป แม่ก็จะเศร้าไม่ได้นะ ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างร่าเริงนะ เข้าใจไหม” “นาโอะน่ะไม่มีทางแพ้อยู่แล้วล่ะ ต้องชนะโรคให้ได้อยู่แล้วล่ะ” “ถ้านาโอะไปเกิดใหม่ก็จะกลับมาเกิดเป็นลูกพ่อกับแม่อีกนะ” "ไม่ยอมแพ้หรอก นาโอะจะสู้" อ้างอิง ยามาซากิ โทชิโกะ. 2546. ผมเป็นมะเร็งอายุ 5 ขวบ. กรุงเทพฯ: บริษัทสยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด. ภาคผนวก
เด็ก 5 ขวบ กำลังเผชิญหน้ากับความตาย กลับสอนเราถึง "ความกล้าที่จะมีชีวิตอยู่"
สามารถดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Kimi Ga Kureta Natsu ที่สร้างจากหนังสือเล่มนี้ ได้จาก http://www.youtube.com/watch?v=MyCUV7-aDrY
วันที่บันทึก 12 สิงหาคม 2552
วันที่ปรับปรุง 13 กันยายน 2552
เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจมากๆ
อ่านแล้วซึ้งจริงๆ
ให้ข้อคิดกับเราได้มากมาย
เราเป็นคนปกติก็ต้องสู้ให้มากๆ
ขอให้มีความกล้าเหมือนกับนาโอะคนนี้นะ
อ่านแล้วขนลุกเลยอ่าาา
ประทับใจมั๊กๆ
สวัสดีค่ะ เคยอ่านนะคะ แม่เขาเขียนบันทึกเก่งมากค่ะ มีทุกอารมณ์เลยนะคะ
โกรธ จนท. เศร้า เสียใจ...ซึ่งดิฉันก็เจออยู๋ทุกๆ วันค่ะ เพราะเราดูแลผู้ป่วยเด็กที่เป็นมะเร็ง เข้าใจหัวอกแม่ค่ะ....
ดีจังเลย อยากลองอ่านบ้าง
ปัญหาของเราคงเล็กน้อยมากๆเมื่อเทียบกับของเขา
ทำให้มีกำลังใจสู้ต่อไป
กิ๊ฟก็สู้ๆนะ เข้มแข็ง กิ๊ฟต้องเป็นหมอที่ดีได้แน่ๆ ^^
เป็นเด็กที่กล้าหาญมากจริงๆ
รู้จักเป็นห่วงพ่อกับแม่ด้วย
ชอบๆ
เรื่องนี้ซึ้งจริงๆ
หนังสือเขาดีจริงอะ!
อ่านแล้วขนลุกเลย
คนไข้เค้าเข้มแข็งพอที่จะมีชีวิตอยู่ งั้นเราก็ต้องเข้มแข็งพอที่จะรักษาเค้าเหมือนกันนะ
สู้ๆไปด้วยกันน้อ อนาคตแพทย์ไทย ^^
ขอบคุณนะที่แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้เราได้รู้
อ่านละซึ้งเลย
..
อ่านแล้วซึ้งมาก
เป็นแรงบันดาลใจให้ ใครอีกมากมายได้สู้ต่อไป
แม้ว่าจะเจอกับสิ่งร้ายๆ
ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีๆน่ะ
^^
เรื่องนี้เศร้ามากมายยยยย
แต่ให้ข้อคิดดีๆ
เยอะเลยเนาะ
^^
ยังไม่เคยอ่านเลย
กลัวร้องไห้
T_T
เลยเข้ามาอ่านที่เธอเขียนแทน
นาโอะเข้มแข็งจริงๆ
ซึ้งจัง
อยากอ่านแบบเต็มๆแล้วสิ
คงให้ข้อคิดดีๆอีกเยอะเลยเนาะ
ซึ้งจังเนอะ
เป็นเรื่องที่ดีมากเลยกิฟ
เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากเลย
เป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ชีวิต
นี่แหละน้า
คนเราอยู่ได้ด้วยสามอย่าง
ความฝัน
ความหวัง
แล้วก็ความรัก
ขอให้โลกนี้มีสามสิ่งนี้มากเถิ๊ดดด
เค้าเคยอ่านเรื่องนึง ชื่อว่า ไม่ครบห้า
เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับคนพิการแขนขา แนวคล้ายๆกันกับเรื่องนี้เลย
หนังสือแนวนี้ทำให้เราได้ข้อคิดหลายอย่าง
ที่สำคัญคือเป็นแรงบันดาลใจที่จะสู้ชีวิต
ถึงเค้าจะป่วยหรือพิการก็ยังไม่ท้อถอย
เราซึ่งมีครบ 32 ก็คงต้องสู้กันต่อไป!!!
คนเขียนคงดีใจ
อ่านแล้วซึ้งมากๆ
เป็นเด็กที่เข้มแข็งจริงๆ
ชีวิตไม่สิ้น...ก้อดิ้นกันไปเนาะ
^^
สู้...กำลังใจที่ดีดีทำให้เข้มแข็งได้...
เปงเด็กที่ เข้มแข็งกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก
ดีจริงๆ
เราก้อต้องเข้มแข็งบ้าง ^ ^