Learn how to Learn II แค่ครึ่งวัน ก็ทำไปได้


ถูกบีบรัดเวลา เหลือแค่ครึ่งวัน คิดอยู่นาน จะเลือกสื่ออะไรมาให้เรียนรู้ มีทั้งมุขเดิม มุขใหม่

     ครั้งที่ 2 จากผลการจัดครั้งแรก คกก.หลักสูตร เห็นว่าควรลดเวลา เพราะน้องส่วนใหญ่เคยผ่านโปรแกรมการเรียนรู้แบบนี้ใน SCG Ready Together มาแล้ว บางคนบอกว่าไม่ต้องมี module นี้ แต่ทีมงาน น้องๆ HRD เห็นว่าการให้น้องๆ มาปัดฝุ่น และเชื่อมโยงกับการนำไปใช้ในงานยังจำเป็นอยู่ จึงให้มีการจัดต่อ แต่ลดเหลือ 0.5 วัน

     

      คิดอยู่หลายวัน จะทำไงดี มีเวลาแค่ครึ่งวัน จากการมาประชุมกับทีม Learning & Development SCG ล่าสุด คืนก่อนการประชุม ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น คำว่า Learn how to Learn หอนอยู่ในความคิด หลับๆ ตื่นๆ หมกมุ่นอยู่อย่างไม่ได้ตั้งใจ ในห้วงความคิดมีคำถาม ถามว่าจะแปลเป็นไทยว่าอะไรดี  พอเช้ามาประชุมมีการคุยเกี่ยวกับการสำรวจความเห็นผู้เรียนที่ผ่านโปรแกรม Facilitator

แล้วประโยคที่เราหลุดออกมาระหว่างขึ้นไปยืนเขียนกระดานหน้าห้อง พอเขียนคำว่า Learn how to Learn คำว่า Learn from anything ก็ตามมาติดๆ ทำให้ปิ๊งแว๊บว่านี่แหละคือความหมายสำคัญของ Learn how to learn ที่จะนำไปอธิบายให้น้องๆ หรือ คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในแวดวง Fa ฟัง  เมื่อต้องมาออกแบบโปรแกรม ครึ่งวัน จึงคิดว่า เราจะเลือกสื่ออะไร ให้น้องๆ ได้เรียน 

     กิจกรรมทีออกมา อันแรกคือ Learn from Game กิจกรรมชื่อว่า เชื่อใจฉัน โปรดบอกความจริงกับฉัน โดยใช้กิจกรรมนี้เป็นการ ละลายพฤติกรรมด้วย น้องๆ จะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้คนอื่นรู้จัก และต้องออกไปหาข้อมูลจากคนอื่น ภายในเวลา 5 นาที ส่วนใหญ่ตามล่าหาเพื่อนใหม่ได้แค่ 8 คน จาก 20 คน โดยส่วนตัวคิดว่า กิจกรรมนี้มีเฮ หลายครั้ง ที่เมื่อเปิดเผยข้อมูลออกมา ว่าใครมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ปรากฏว่า ทำให้น้องๆ รู้จักกันมากขึ้น เช่น ใครร้องเพลงเพราะ ใครโสดสนิท ใครนอนกรน ใครเคยโดดเรียน และอื่นๆ ได้ข้อมูลมาเกือบครบทุกคุณสมบัติ กิจกรรมนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าเราอยากได้ข้อมูลของคนอื่น หรืออยากรู้จักเขา เราก็ต้องออกไปหา แล้วตัวเองก็ต้องแบ่งปัน แนะนำตัวเองให้คนอื่นรู้จักด้วย

    

      กิจกรรมที่สอง Learn from Peer เหมือนเดิมให้คนที่ผ่าน Ready มาแล้ว ช่วยกันทบทวนว่าเรียนอะไรมาบ้าง แล้วถ่ายทอดให้คนไม่เคยผ่าน แต่ละกลุ่มมีคนไม่เคยผ่านแค่คนเดียว หรือสองคน รุ่นนี้ต่างจากรุ่นแรก ตรงไม่จำกัดแค่ Learning Tools ทำให้ได้หัวข้อเพิ่ม เช่น ผู้นำสี่ทิศ Cash Flow, Body Scan  ตอนนำเสนอ ให้แต่ละกลุ่มเลือกมา 1 เรื่องเพื่อนำเสนอ โดยต้องบอกด้วยว่า นำมาประยุกต์ใช้ในงาน หรือเรื่องส่วนตัวได้อย่างไร ซึ่งรุ่นที่แล้วจะไม่ได้เน้นประเด็นนี้ ตอนสรุปให้น้องทำเป็น Mind Map ส่วนใหญ่ยังทำไม่ถูกรูปแบบ แต่มีความเข้าใจหลักการพอสมควร จึงต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า การเขียนคำบนเส้น ทำให้ไม่มีอะไรมา block ความคิด และความคิดจะไหลลื่นมากกว่า

สิ่งที่สังเกตเห็นคือ คนที่เคยผ่านจะทบทวนกันใหญ่เลย ช่วยกันคิด ช่วยกันพูด ดู active กว่ารุ่นที่แล้ว น้องๆ บางคนมาจากปีแรก บางคนมาจากปีสอง ทำให้มีความหลากหลาย เก็บรายละเอียดได้มาก มีทีมหนึ่งเชื่อมโยงเรื่องผู้นำสี่ทิศ กับ เกม Cash Flow ได้ พี่เลี้ยงที่เป็น Fa ทั้งหลายคงชื่นใจไปตามๆ กัน

กิจกรรม Deep Listening ต้องข้ามไป เพราะเวลาไม่พอ ได้แต่แสดง Dialogue Cycle ให้ดู

          กิจกรรมสุดท้าย คือ Learn from Story โดยนำเรื่องของผู้จัดการฝ่ายขายในประเทศที่เคยเล่าใน  iDEA Time มาให้อ่าน แล้วให้แต่ละคนจับประเด็นสาระ ความรู้สึก และสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ รวมทั้งสะท้อนความเป็น SCG People เรื่องใด  หลังจากนั้นจึงให้เข้ากลุ่ม แลกเปลี่ยนความเห็นกัน

            กิจกรรมนี้ผสมผสานหลายเรื่อง เพราะเรื่องที่พี่เล่า นอกจากจะแสดงถึงความมุ่งมั่นแล้ว ยังเป็นตัวอย่างของนักเรียนรู้ ซึ่งเข้ากับ Theme ของ Learn how to Learn เราจึงเอาประเด็นนี้มาตั้งคำถามกับน้องๆ ว่า รู้ไหมทำไมพี่เลือกเรื่องนี้มาให้เรียนรู้  น้องเจอคำถามนี้เงียบไป คนแรกตอบก็ OK แต่ยังไม่ตรงกับประเด็นการเรียนรู้   คนที่สองตอบถูก

           เท่าที่ถามอารมณ์ ความรู้สึกกับเรื่องเล่าเรื่องนี้ เห็นว่าน้องๆ ส่วนใหญ่บอกออกมาว่า impress, feel good  ส่วนการสะท้อนความเป็น SCG People ตอนแรกคิดไม่ออก ต้องแสดงสไลด์ SCG People ให้ดูและ แนะแนวทางบ้าง จึงพอจะแกะกันออกมาได้ว่า พี่เขามีความใฝ่เรียนรู้ ช่างสังเกต สู้ไม่ถอย  กล้าท้าทาย ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเอง ทดลองทำสิ่งที่ไม่เคย ไม่กลัวที่จะซักถาม

      สุดท้ายเป็นการทำ reflection ภาพรวม ที่ให้ตอบ สามคำถาม เหมือนเดิม ทำเป็น mind map ไม่ได้ให้แลกเปลี่ยนข้ามกลุ่ม เพราะ เวลาไม่พอ

  

     ตอนบ่ายนั่งฟังวิทยากรภายในสอนเกี่ยวกับ ภาพรวมธุรกิจ ช่วงท้ายเมื่อจบการบรรยาย เห็นน้องๆ ทำ reflection บทเรียนช่วงบ่าย โดยคนที่ไม่เคยเรียน mind map ก็หัดสรุปโดยการใช้ mind map ทำให้คนสอนรู้สึกหายเหนื่อย มีกำลังใจอยากกลับมาสอนอีก

คำสำคัญ (Tags): #learn how to learn#reflection#story telling
หมายเลขบันทึก: 286454เขียนเมื่อ 12 สิงหาคม 2009 11:47 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 มิถุนายน 2012 20:01 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (4)

สวัสดีค่ะ คุณส้ม....มาตามอ่านมีประโยชน์กับดิฉันมากเลยค่ะ..ขอบคุณที่เขียนมาแบ่งปันกัน...

สวัสดีค่ะ

เห็นชื่อ citrus พอดีเพิ่งลงรูปดอกและผล citrus ประกอบบทความ เลยเข้ามาชม

ไม่ผิดหวังค่ะ

ขอบคุณค่ะ คุณ

P
รูปส้มกับใบไม้สวยมากค่ะ

ขอบคุณค่ะ คุณ

P
รูปส้มกับใบไม้สวยมากค่ะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี