เมื่อวานนี้.....ก่อนออกไปทำธุรกรรม  

การออกจากโรงเรียนไปทำธุระ.....ส่วนตัว  ตามกติกา  มีว่า  ให้เวลา 2 ชั่วโมง หากมากกว่านั้น.....ต้องลา  

ดังนั้น  จึงต้องทำทุกรูปแบบ  ที่ไม่ทิ้งนักเรียน  ไม่ทิ้งหน้าที่รับผิดชอบ  ต้องเปลี่ยนชั่วโมง  ทดแทนกันให้ครบ   เมื่อมั่นใจว่าปฎิบัติครบถ้วน ถูกต้อง  จึงกล้าที่ก้าวเท้าออกจากโรงเรียน  

ครูอ้อยไม่ค่อยได้ไปไหน  นอกจากไป อบรม สัมมนา  ด้วย  ไม่เคยเจ็บป่วย  และลูกๆๆโตกันหมดแล้ว  จึงทำแต่งาน  

แต่ระยะนี้  ครูอ้อยต้องเตรียมหลักฐาน เอกสาร เพื่อการไปประเทศอังกฤษ  เดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ครูอ้อยวางแผนการเดินทางออกจากโรงเรียนไปทำธุรกรรมเพียง 2 ชั่วโมง  แต่ต้องไป 4 สถานที่  จะไปในรูปแบบใด 

เมื่อคิดออก  จึงตกลงว่า.....จะเดินไป  นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  คิดว่าเร็วและทันเวลา.....

มีผู้ถามว่า.....จะไปอย่างไร  ครูอ้อยตอบแบบสั้นๆว่า.....เดินไป    และเขาก็พากันหัวเราะ .....พร้อมกับพูดว่า.....แล้วจะถึงไหมนี่ 

ครูอ้อยฟังเขา และไม่โต้ตอบอะไร  เพราะคนที่ผิดคือ ครูอ้อยที่ไม่ตอบเขาไปแบบเต็มๆ  และที่ไม่พูดอะไรต่อเขา  ก็เพราะว่า.....ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปตอบเขา  แต่แหม  มองหน้าพวกเขา  เหมือน เขาสะใจอะไร ในบางคำที่ได้พูดกับครูอ้อย.....

ไม่มองหน้าพวกเขา ละก้าวเท้าเดินต่อไป.....จะดีกว่า

พอทำธุระกรรม เสร็จเรียบร้อย กลับมาโรงเรียน ทันเวลาที่กำหนด  อีกไม่นาน  ได้เดินไปดู  ชั่วโมง Big Clean  ที่ผู้ปกครองมาช่วยลูกหลานทำความสะอาดห้องเรียน.....

ครูอ้อยก็เตรียมกลับบ้าน   มาถึงบ้าน  ก็ทำกิจกรรมที่บ้าน  พ่อบ้านออกไปซื้ออาหารมาให้ครูอ้อย กิน และกินยาหลังอาหาร.....

ครูอ้อยก็สลึมสลือ.....เพราะฤทธิ์ของยา.....

จนกระทั่งเช้าพ่อบ้านของครูอ้อยไม่หยุด  เธอไปทำงาน ก่อนเธอออกจากบ้าน.....เธอหันมาบอกครูอ้อยว่า.....พ่อรักแม่มากที่สุดในโลก.....

ครูอ้อยยิ้มๆๆ  และคิดว่า  หมายความว่า.....ครูอ้อยยังมีคู่แข่งอีกหรือคะ ถึงเป็นที่สุด น่ะค่ะ......บางคำที่ปวดร้าว  ตรงกันข้ามบางคำมีสุขเหลือล้น