กึ่งกลาง

 

  นิทานสองหนุ่มสองมุม

       หนุ่มชาวเมืองคนหนึ่งพบว่าความงามของธรรมชาติทำให้จิตใจของเขาสงบและเป็นสุข เขารักที่จะมองดูเธอ ทะนุถนอมเธอไว้ เพื่อจะสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าในสายลมเอื่อยราวกับว่ากำลังหอมแก้มคนรัก ขณะที่เธอกำลังขับขานดนตรีแห่งใบไม้และสายน้ำอันอ่อนหวานและเยือกเย็น เขากล่าวกับเธอว่า "เธอผู้มีประกายดาวในดวงตา เธอคือดวงจันทร์ในดวงใจของฉัน"

 

      หนุ่มชาวชนบทคนหนึ่งพบว่า

ตึกรามบ้านช่องใหญ่โตเป็นสิ่งงดงามและน่าอัศจรรย์ เครื่องแต่งกายสีฉูดฉาดพร้อมด้วยเครื่องประดับงดงามและเสียงออดอ้อนของเธอช่างเย้ายวนใจเขายิ่งนัก บทเพลงของเธอสร้างจังหวะสนุกสนานไปทุกหนทุกแห่ง เขากล่าวกับเธอว่า
"เธอผู้มีดวงตาดำขลับดุจนิล เธอคือเพชรเม็ดงามในดวงใจของฉัน"

       สิบปีผ่านไปในเมืองใหญ่ หนุ่มบ้านนอกเริ่มพบว่า เธอคือนางมารผู้พ่นควันพิษไม่รู้จบ เธอครอบครองที่กว้างขณะที่เก็บเขาไว้ในที่แคบๆ กับเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆในรูปทรงเรขาคณิต เธอแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะทาทับลงบนหน้าตาเก่าๆทรุดโทรม มารยา ของเธอทำให้เขารู้สึกป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ
และในโรงพยาบาลซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์อันทันสมัยนั้น
เขาปรารถนาที่จะกลับไปพักผ่อนยังบ้านหลังเล็กๆในชนบท ที่ซึ่งเขาจะมีความสุขต่อจากนี้ไป



      สิบปีผ่านไป หนุ่มชาวเมืองพบว่าเขาสามารถจดจำก้อนหินได้ทุกก้อน จำต้นไม้ได้ทุกต้น แต่แม้ว่าเขาจะคิดว่าเขารู้จักเธอทุกตารางนิ้วเพียงใด เขาก็ยังไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของเธอได้ บางครั้งอบอุ่น บางครั้งเย็นชา บางครั้งเกรี้ยวกราดจนถึงกับจะเอาชีวิต มันผ่านรุกเข้ามาโจมตีและจู่จู่ก็เลือนไปอย่างไร้เหตุผล โดยปราศจากการเสแสร้ง โดยไม่มีคำขอโทษหรือการสำนึกผิด
เขามีบาดแผลเรื้อรังที่ต้องการการเยียวยาในที่ซึ่งชีวิตของเขาควรมีคุณค่าได้มากกว่านี้

เขาปรารถนาจะพักผ่อนโดยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อต่อชีวิตและใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีคุณภาพ
ที่ซึ่งเขาจะมีความสุขต่อจากนี้ไป

เมื่อชายทั้งสองเดินสวนทางกันเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายในการค้นหาความงามอันสมบูรณ์แบบ เขาก็พบกันที่กึ่งกลางของทุกสิ่ง