วันนี้ที่โรงเรียนของหนูมีกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ  สำหรับวันพรุ่งนี้ให้นักเรียนมีโอกาสอยู่กับแม่ตลอดวัน นักเรียนและแม่ได้ตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง คนในชุมชนได้ทำพิธีมอบห้องส้วมสำหรับนักเรียนและมอบถนนคอนกรีตให้โรงเรียนในวันนี้ด้วย

     นักเรียนได้มีการแสดงเพื่อให้แม่ได้ชมทุกชั้น นักเรียนได้กราบแม่  แม่ส่วนมากที่ไม่ได้กราบแม่ก็กราบยายและกราบครูแทน หนูเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องกราบยายแทน  เพราะแม่ของหนูทำงานอยู่ที่กรุงเทพหนูและน้องอยู่กับยาย จึงคิดว่ายายเป็นแม่ของหนูก็ว่าได้

      นักเรียนชั้นมัธยมมีการแสดงต่อแม่อย่างผู้มีจิตตปัญญาของพวกหนูคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ ได้นำกระถางต้นมะลิไปกราบคุณครูถือว่าคุณครูเป็นแม่คนที่ ๒ ของทุกคน  และจัดทำอาหารเพื่อแม่ถึง ๓ ซุ้ม  ของน้กเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ คือมะละกอร้อยใจ (ส้มตำ) ของน้กเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ คือหน่อไม้รวมรัก (ซุปหน่อไม้) ของน้กเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ คือรสผักสเน่หา (น้ำพริกผักต้ม) ทำให้คุณแม่ของทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข 

      อาหารที่พวกหนูทำมาเป็นอาหารไทยพื้นบ้าน  และวันนี้โรงเรียนได้ขายขนมไทย คุณครูและผู้มาร่วมงานส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดผ้าไทย  ขนมไทยขายดีมาก น้อง ๆ ที่ขายขนมไทยทุกคนก็แต่งชุดไทยมาอย่างสวยงาม

      หนูประทับใจมากเมื่อถึงตอนการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนถึง ๑๖ ทุน และมอบของที่ระลึกให้แก่แม่ดีเด่นถึง ๔ คนด้วยกัน  นักเรียนแต่ละคนที่ได้รับทุนคุณครูคิมได้บรรยายถึงคุณความดีของนักเรียนเหล่านั้นอย่างประทับใจ และบรรยายถึงคุณแม่ดีเด่นว่ามีความดีอย่างไรบ้าง ถึงตอนที่เพื่อนของหนูคนหนึ่ง เขาเป็นนักเรียนชายและได้เรียนชั้นเดิม  เพราะขาดสอบ และเป็นเด็กเกเร  แต่เขาประพฤติตัวดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

     ตอนที่เพื่อนคนนี้จะไปรับทุน  คุณครูคิมกล่าวว่า "ครูมีความรู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุขมากที่จะเอ่ยชื่อนักเรียนเข้ารับทุนการศึกษาคนนี้คือเด็กชายโอภาส ศิริดี ในอดีตจะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญแต่ปัจจุบันเป็นคนดีก็ถือว่าสุดยอด"  ทุกคนปรบมือให้กำลังใจกันเสียงดังมาก ๆ เมื่อเพื่อของหนูเขาไปกราบรับทุนจากรองผู้อำนวยการเขต คุณครูคิมจึงเข้ามากอดเพื่อนคนนั้น  แสดงถึงความอบอุ่นมาก  เหตุการณ์นี้หนูจะประทับใจไม่มีวันลืม และเป็นโอกาสของเพื่อนที่ได้แรงใจสนับสนุนให้เขาเป็นคนดี

     วันนี้หนูและจอยรวมทั้งน้องเลาะ  ได้มาบ้านคุณครูคิม จึงมีโอกาสได้ฝึกเขียนบันทึกอีกครั้งหนึ่ง หนูขอขอบพระคุณ  คุณครูคิมที่ให้โอกาสหนูได้เขียนบันทึกลงบล็อกค่ะ