บทที่1
นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา
แผนการบริหารการสอน
1. ชื่อบท
            นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา
2. หัวข้อเนื้อหาประจำบท
            2.1 ความหมายของนวัตกรรม
            2.2 ความหมายของเทคโนโลยี
            2.3 ความหมายของเทคโนโลยีการศึกษา
            2.4 พัฒนาการของความหมายของเทคโนโลยีการศึกษา
            2.5 พัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา
                        2.5.1 พัฒนาการก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
                        2.5.2 พัฒนาการหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
                        2.5.3 พัฒนาการปัจจุบัน
            2.6 ความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษา
3. วัตถุประสงค์
            เมื่อนักศึกษา ศึกษาบทเรียนนี้จบแล้ว นักศึกษาควรมีความสามารถ ดังต่อไปนี้
            3.1 บอกความหมายนของนวัตกรรม เทคโนโลยีและเทคโนโลยีการศึกษาได้
            3.2 อธิบายพัฒนาการของความหมายของเทคโนโลยีการศึกษาได้
            3.3 อธิบายถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษาในช่วงระยะเวลาต่างๆได้
            3.4ระบุความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษาได้
4. รายละเอียดเนื้อหาประจำบท
            ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ ขึ้นอย่างมากมายทั้งด้านวัสดุ อุปกรณ์และวิธีการ ทั้งนี้เพ่อสนองความต้องการในการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคใหม่ สิ่งเหล่านี้จะมีตั้งแต่เครื่องใช้สอยภายในบ้านเรือนที่มีขนาดเล็กๆ ไปจนถึงระบบการสื่อสารที่เป็นโครงข่ายโยงใยกันทั่วโลก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งใหม่ที่เรียกว่า “นวัตกรรม” (Innovation) ที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่และการทำงานของผู้คนในสังคมปัจจุบันให้เป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว และเพื่อทำให้การศึกษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงได้มีการนำเอานวัตกรรมเข้ามาใช้ในวงการศึกษา โดยมุ่งหวังจะช่วยให้กระบวนการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้นกว่าเดิม
ความหมายของนวัตกรรม
                        นวัตกรรม เป็น แนวคิด หลักการ วิธีการ วิธรปฏิบัติหรือสิ่งประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัยและใช้งานได้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำมาใช้ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้นกว่าเดิม ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงงานด้วย นวัตกกรมเป็นคำกลางๆ ที่สามารถนำไปใช้กับงานอย่างใดอย่างหนึ่ง หากนำไปใช้กับงานใดก็จะใช้คำของงานนั้นต่อคำท้าย นวัตกรรม เช่น นวัตกรรมทางการศึกษา หมายถึงการนำเอานวัตกรรมเข้ามาใช้กับการศึกษา เป็นต้น นวัตกรรมไม่สามารถนำไปใช้ได้ทุกหนทุกแห่ง ทั้งนี้เพราะสถานที่แต่ละแห่งย่อมมีความแตกต่างกันในเรื่องของทรัพยากรต่างๆ เช่น  บุคลากร ทุนและอาคารสถานที่ เป็นต้น ดังนั้นการรับเอาวัฒนธรรมเข้ามาใช้ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง จึงต้องมีการพิจารณาถึงประโยชน์ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ตลอดจนความคุ้มค่าของการนำนวัตกรรมนั้นมาใช้ให้รอบคอบเสียก่อน โดยพิจรณาจากสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้
            1. นวัตกรรมที่จะนำมาใช้นั้นต้องมีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดกว่าวัสดุอุปกรณ์หรือวิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมากน้อยเพียงใด
            2. นวัตกรรมนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่ กับระบบหรือสภาพที่เป็นอยู๋
            3. มีการวิจัยหรือกรณีศึกษาที่ยืนยันแน่นอนแล้วว่า สามารถนำไปใช้ได้ดีในสภาวะการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
            4. นวัตกรรมนั้นมีความเกี่ยวข้องกับความต้องการของผู้ใช้อย่างจริงจัง
                        ในการพิจารณาถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่าของการนำเอานวัตกรรมมาใช้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย  ที่มีทรัพยากรจำกัดและไม่เท่าเทียมกันในแต่ละท้องถิ่น จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ มิเช่นนั้นแล้วจะเป็นความสูญเปล่าและสิ้นเปลืองโดยมิได้ประโยชน์อันใดเลย ตัวอย่างหนึ่งที่เรามองเห็นกันอยู่ในขณะนี้ก็คือการนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในสภถานศึกษาทั้งด้านการบริหารงานและด้านการเรียนการสอน ที่มิได้คำนึงถึงปัยหาด้านบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในการใช้เครื่องคอมพิใวเตอร์ เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์ แผ่นบันทึกข้อมูล เป็นต้น  การที่ไม่ได้พิจารณาให้รอบคอบถึงความพร้อมของสถานศึกษาและบุคลากรก่อนการนำนวัตกรรมมาใช้  เป็นผลทำให้นวัตกรรมที่นำมาใช้ไม่ก่อประโยชน์ต่อสถานศึกษาอย่างคุ้มค่าหรืออาจจะไม่ได้ประโยชน์เลย ทั้งนี้เพราะไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถที่จะใช้นวัตกรรมนั้น
                        นวัตกรรมที่นำเข้าใช้กับสถานศึกษาเพื่อช่วยให้การจัดการศึกษา และการเรียนการสอนมีประสิทธิยิ่งขึ้น โดยผู้เรียนสามารเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมเหล่านั้น อีกทั้งช่วยประหยัดเวลาในการเรียนด้วย เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “นวัตกรรมการศึกษา” (Education Innovation) ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่มากมายทั้งที่เป็นนวัตกรรมที่แพร่หลายแล้วและที่กำลังเผลแพร่อยู่ เช่น สื่อหลายมิติ ความเป็นจริงเสมือน อิรเตอร์เน็ตและการสอนบนเว็บ เป็นต้น
ความหมายของเทคโนโลยี
                        เมื่อกล่าวถึงเทคโนโลยี คนทั่วไปมักนึกถึงสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับเทคนิควิธีการสมัมยใหม่เครื่องยนต์กลไกหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่มีระบบการทำงานที่สลับซับซ้อน ยุ่งยากและมีราคาแพงหรือในแง่ของความรู้ระดับสูง ทฤษฎี หรือหลักการใหม่ ที่นำไปใช้แล้วช่วยให้งานนั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น  จากความเข้าใจที่กล่าวมาข้างตนนี้เป็นการมองเทคโนโลยีในแง่ของวัสดุ  อุปกรณ์และวิธีการเทานั้น แต่ความจริงแล้วเทคโนโลยีมีความหมายที่กว้างขวาง ครอบคลุมสิ่งต่างๆ มากมายดังคำจำกัดความที่มีผู้ให้ไว้ดังนี้
                        มีผู้ให้ความหมายของคำว่า เทคโนโลยี (Technology)  ไว้หลายประการด้วยกันคอื เทคโนโลยีเป็นคำที่มาจากภาษากรีก 2 คำรวมกัน คือ Tekhne ซึ่งหมายถึงศิลปะหรืองานช่างฝีมือ (area  of  craft)  กับคำว่า logia ที่หมายถึง สาขาวิชาของการศึกษา(area of study)   เมื่อแปลตามตัวอักษรแล้ว เทคโนโลยี จึงหมายถึง การศึกษาหรือศาสตร์ของงานช่างฝืมือ เทคโนโลยีเป็นการใช้อย่างมีระบบของวิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือความรู้ต่างๆที่รวบรวมไว้ มาใช้อย่างเป็นระบบเพื่อนำไปสู่ผลในทางปฏิบัติ เทคโนโลยีประกอบด้วยผลรวมของการทดลอง เครื่องมือและกระบวนการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากการเรียนรู้ ทดลองและได้รับการแก้ไขปรับปรุงมาแล้ว เทคโนโลยีสามารถจำแนกตามลักษณะของเทคโนโลยีได้ 3 ลักษณะ คือ
            1. เทคโนโลยีในลักษณัของกระบวนการ (Process) หมายถึง กระบวนการออกแบบแก้ปัญหาที่เชื่อถือได้และนำมาใช้ซ้ำได้ในงานต่างๆ
2. เทคโนโลยีในลักษณะของผลผลิต  หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ที่เป็นผลมาจากการใช้กระบวนการทางเทคโนโลยี เช่น ฟิล์มภาพยนต์ เป็นผลผลิตของเทคโนลีเช่นเดียวกัน กับเครื่องฉายภาพยนต์ หรือหนังสือก็เป็นผลผลิตของเทคโนโลยีเช่นเดียวกับแท่นพิมพืหนังสือ  เป็นต้น
            3. เทคโนโลยีในลักษณะผสมของกระบวนการกับผลผลิต (Process and product) ซึ่งจะนำมาใช้ใน 2 ลักษณะ คือ                   3.1 ในลักษณะรวมของกระบวนการและผลผลิต เช่น เทคโนโลยีช่วยให้ระบบการรับ-ส่งข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เป็นผลมาจากความก้าวหน้าของการประดิฬษฐ์อุปกรณ์เพื่อการรับส่งข้อมูล ตลอดจนเทคนิควิธีการต่างๆ เพื่อให้ระบบการส่งข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง
                        3.2 ในลักษณะของกระบวนการ ซึ่งไม่สามารถแยกออกจากผลผลิตได้ เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการทำงานปฏิสัมพันธ์กันระหว่าวตัวเครื่องกับโปรแกรม
            เทคโนโลยียังสามารถจำแนกออกได้เป็น 5 ความหมาย คือเทคโนโลยี หมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวกะบการนำเอาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุสาหกรรม  เมื่อพิจารณาความหมายของเทคโนโลยีในพจนานุกรรมฉบับบบัณฑิตราชสถานและพจนานุกรมเว็บสเทอรส์จะพบว่า คำนิยามในพจนานุกรมฉบับบบัณฑิตราชสถานมีความหมายแคบกว่าความหมายอันเป็นที่ยอมรับกัยนโดยทั่วไปในเวลานี้และเมื่อแยกคำนิยามออกเป็นข้อๆ ก็จะได้รายละเอียดของเทคโนโลยี ดังนี้