หลาย ๆ คนเมื่อเกิดเมื่อมี “ชีวิต” ขึ้นมาครั้นถึงวัยก็ย่างเท้าเข้าสู่ “ระบบการศึกษา” ตามธาราแห่งสังคม
ไม่ว่าจะการศึกษาในระดับใด เริ่มตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยมหรือจะเป็นอุดมศึกษานั้น มีขีด มีเส้น มีเครื่องกั้น ว่าควรรู้สิ่งนั้นมิควรรู้สิ่งนี้...
ครั้นเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งใน “ระดับการศึกษา” จุดนั้นมักจะเป็นจุด “สิ้นสุดแห่งการเรียนรู้…”
แต่ทว่า! ชีวิตของเรามิได้หยุดอยู่แค่นั้น...!
ในทุก ๆ ลมหายใจ และในทุก ๆ ย่างก้าวของชีวิตคือ “ความรู้ (Knowledge)” ดังนั้น “การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) จึงเปรียบเสมือน “ประตู” เพื่อการเรียนรู้ในโลกกว้าง
ครั้นเมื่อเท้าของเราเหยียบหยาบ เราเจ็บ เราจำ และเรานำความเจ็บช้ำนั้นเป็น “บทเรียน”
ครั้นเมื่อใจของเราทุกข์ จนทำให้ความสุขกระจุก และความทุกข์นั้นกระจาย สิ่งทั้งหลายนั้นเป็น “บทเรียน” ที่ล้ำค่า
หากวันนี้มี KM ไว้พึ่งพา ความรู้นั้นย่อมมีค่าเหนืออื่นใด
การจัดการความรู้ (Knowledge management) เป็นเครื่องมือแห่ง “การศึกษา (Education Tools)” ที่ล้ำค่า
ไม่ว่าเราจะอยู่นอกระบบหรือในระบบ
ไม่ว่าเราจะเป็นผู้เรียนหรือผู้สอน
เราสามารถใช้ KM แอบอิงนอน เพื่อถ่ายถอน “ความไม่รู้” จากดวงใจ
หรือแม้กระทั่งความไม่รู้ เราก็ยังสามารถจัดการเพื่อสืบสาน สืบค้น ต้นเหตุ ต้นตอแห่ง “ความไม่รู้” นั้นได้
ดังนั้น KM จึงเป็นเครื่องทำไว้ทำลาย ศัตรูหลายคือ “อวิชชา...”
อวิชชาอันว่าด้วยความไม่รู้นั้น หมายถึง ความไม่รู้จริง ไม่รู้แจ้ง รวมถึงการขาดความรู้แอบแฝงที่กล่าวแถลงไว้ใน “ความไม่รู้” นั้น
หากหัวใจเรามี KM ไว้เป็นเพื่อน เป็นมิตร กายและใจของเราย่อมอยู่ใกล้ชิดกับ “กระบวนการ”
กระบวนการแห่งการเรียนรู้ ในสิ่งทั้งหลายที่ดำรงอยู่คู่กับ “ชีวิต”
KM จึงเป็น “กระบวนการ” ที่มีไว้ใช้ลิขิต ทางเดินแห่งชีวิต แห่ง “จิตใจ...”
เมื่อชีวิตทั้งชีวิต “รู้” และ “รัก” ในการจัดการความรู้ ชีวิตหนึ่ง ชีวิตนั้นย่อมอยู่คู่ “การศึกษา (Education)”
KM เป็นกระบวนการการเรียนรู้นอกตำรา เรียนรู้เพื่อเพิ่ม “สรรพวิชา” ด้วยตนเอง…

สวัสดีครับ
มาเรียนรู้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ..ค่ะ...สวัสดี