ชีวิตที่ไร้จุดหมาย ย่อมไม่มีเส้นทางให้เราเลือกเดิน

1 ปีก่อนสอบ....

        เเม่บอกผมว่า "ให้อ่านหนังสือได้เเล้วนะลูก ใกล้จะสอบเเล้ว เวลามันผ่านไปเร็วนะ" ตอนนั้นผมก็คิดในใจว่า กว่าจะสอบมีเวลาอีกเป็นปี ค่อยๆเรียน ค่อยๆอ่านไปก็ได้ สบายอยู่เเล้ว ตอนนั้นก็เลยไม่ค่อยตั้งใจอ่านเท่าไหร่ ก็เล่นคอมพิวเตอร์ เล่นเกมส์ไปเรื่อย มีอ่านหนังสือบ้างเเต่ก็ไม่มากนัก

ครึ่งปีผ่านไป....

       เริ่มรู้สึกตัวเเล้วว่า เรียนไม่ทันเเล้ว ขนาดลงเรียนพิเศษ ยังลงไม่หมดเลย ต้องอ่านให้จบก่อนสอบให้ได้ซักรอบ เพื่อที่จะได้ตะลุยโจทย์ทำข้อสอบหลายๆปี ขณะนั้นเป็นเพียงการวางเเผนในใจ ไม่ได้มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ ผ่านไปอาทิตย์ความตั้งใจก็หมดไปกับสายลมที่พัดมา กลับไปขี้เกียจอ่านเหมือนเดิม เข้าไปเป็นนิสัยเดิม คือ เล่นคอม เล่นเกมส์ .....เริ่มรู้สึกท้อเเท้กับการอ่านหนังสือ....มีอยู่วันหนึ่งผมมีโอกาสได้ไปอ่านหนังสือที่ให้กำลังใจดีที่สุดเรื่องหนึ่ง ทำให้ผมมีเเรงที่จะสู้ขึ้นมาอีกครั้ง

                                             

                                                  "หนังสือให้กำลังใจของผม"

โดยเริ่มมีการวางเเผนเเละทำตาม คือ เริ่มจากวิชาที่ตนเองไม่ถนัดที่สุดก่อน คือ ภาษาอังกฤษ ( เป็นวิชาที่เรียนยังไง ก็ไม่เก่งซักที สงสัยไม่ถูกกับภาษา ) ผมได้ไปซื้อหนังสือเนื้อเรื่องของ ENCONCEPT มาทำ ทำโจทย์เเละอ่านเนื้อเรื่องทุกๆวัน จนถึงวันสอบ รวมเเล้ว เป็น 100 กว่าเรื่อง โดยทำวันละ 1-2เรื่องเเล้วเเต่เวลาที่มีในวันนั้นๆ จากการอ่านภาษาอังกฤษไม่คล่อง อ่านช้า กลับอ่านเร็วขึ้นอย่างสังเกตได้ภายในเวลาไม่กี่เดือนต่อมา

                                              

                                            "ตัวอย่างหนังสือเนื้อเรื่องที่อ่าน"

พร้อมกับภายใน 1 อาทิตย์จะทำข้อสอบเคมีย้อนหลัง 1 พ.ศ.ทุกๆวันเสาร์ ทำไปเรื่อยๆจนถึงสอบเช่นกัน ทำจนได้ย้อนกลับมาทำอีกรอบหนึ่ง เเต่ถึงเเม้ว่าผมจะเริ่มเเล้ว เเต่ก็ยังเริ่มช้าเกินไป เพราะวิชาอื่นมันไม่จบ ผมเริ่มเครียดบ้างจึงไม่สบายอยู่ช่วงนึง ผมเลยรู้ตัวเองว่า มันเครียดไปเเล้วนะ จะต้องหาวิธีกำจัดความเครียดเเล้วละ ซึ่งวิธีกำจัดความเครียดของผมก็มี การออกกำลังกาย ดูโทรทัศน์บ้าง เเต่ก็จำกัดเวลาไม่เกินชั่วโมง เป็นต้น

1 เดือนก่อนสอบ....ไวเหมือนโกหก

       " ตาย ตายเเน่ ทำไม่ทันเเล้ว"ผมคิดในใจ เมื่อเหลือเพียงเดือนเดียวก่อนจะสอบ ตอนนั้นเเบบรวนมาก จึงเริ่มตั้งสมาธิ ให้มีสติอยู่กับตัว เเล้วคิดเเก้ปัญหา วันเเรกก็เริ่มที่จะทำตารางเวลาการอ่านหนังสือภายใน 1 เดือน ต้องอ่านให้ได้ตามตารางที่จัดไว้ในเเต่ละวัน ทบไปอีกวันได้ เเต่อย่าทบบ่อยหรือทบมากจนเกินไป วันหนึ่งๆก็จะอ่านให้ได้เต็มที่ เเละทำโจทย์ให้มากที่สุด เอาข้อสอบเเต่ละปีมาทำย้อนหลัง 2-3 อาทิตย์สุดท้าย ทำย้อนทุกวิชา เฉลี่ยๆกัน เห็นข้อไหนผิดเวลาทำโจทย์ก็กลับมาอ่านเรื่องเหล่านั้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ข้อสอบที่ทำนั้นก็เยอะมาก ไทยได้ย้อนหลัง 8 พ.ศ. สังคมประมาณ 5 พ.ศ. อังกฤษประมาณ 10 พ.ศ. ฟิสิกส์ส่วนใหญ่จะอ่านเเละย้อนบ้างเเต่ไม่มากนักส่วนใหญ่ทำโจทย์จากที่เรียนเอา คณิตศาสตร์ 15 พ.ศ. ชีวะส่วนใหญ่จะอ่านเเละฝึกทำโจทย์จากที่เรียน เคมีนี้เยอะสุดทำไม่ต่ำกว่า15พ.ศ.+ข้อสอบอื่นๆ เเละทุกอัน+ข้อสอบโควต้าย้อนหลัง 2 ปี ตอนกลางคืนของเดือนนี้เวลาอ่านหนังสือก็จะกินผลไม้เเทนขนม ทำให้ร่างกายสดชื่น เเข็งเเรงเเละไม่ร้อนในเเละได้รับประโยชน์มากกว่าการกินขนม ใน 1 เดือนนี้ ผมไม่ได้เล่นคอม เล่นเกมส์ ออกกำลังกาย อ่านการ์ตูน เลย อ่านหนังสืออย่างเต็มที่ เพราะคิดว่าอย่างน้อย เราก็ไม่เสียใจถ้าไม่ได้ ถ้าเราได้ทำเต็มที่ที่สุดของชีวิตเเล้ว ลองซักครั้งจะเป็นไรไป ไม่มีอะไรเสียหาย ดีกว่าการที่ไม่ติด เเล้วมานั่งโทษตนเองว่า ตนเองไม่พยายามพอ เต็มที่ไม่เพียงพอ ทำให้สอบไม่ได้ ความภูมิใจมันต่างกัน เมื่อถึงวันก่อนสอบ วันนั้นตื่นเต้นมาก อีกวันจะสอบเเล้วๆ ก็เตรียมของพวกอุปกรณ์ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ ไปสอบให้เรียบร้อย ตอนเย็นก็ออกไปกินข้าวข้างนอก กลางคืนก็อ่านนิดๆหน่อยๆเเล้วนอนหลับให้เพียงพอ ร่างกายจะได้สดชื่น เเละ ไม่เครียดมาก ให้สมองได้มีพลังงานเต็มที่ เเล้วอีกวันผมก็ไปสอบด้วยร่างกายที่พร้อมเเละใจที่เต็มที่ไปกับมัน

                

                                              "ตัวอย่าง ข้อสอบต่างๆที่ได้ฝึกทำ"

วิธีการเรียนรู้

เมื่อท้อกับการอ่านหนังสือ

ท้อกับการอ่านหนังสือ>>อ่านหนังสือให้กำลังใจ>>สู้อีกครั้ง>>ตั้งใจอ่านเต็มที่

วิธีการเรียน

ทำตารางเวลาอ่านหนังสือ>>ใช้เทคนิคการท่องจำเเบบต่างๆ>>ทำตามเวลาที่ตั้งไว้>>เมื่อเครียดก็ออกกำลังกาย>>กินผลไม้ตอนกลางคืนเเทนขนม>>ฝึกทำโจทย์ย้อนหลัง>>เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพทางด้านการอ่านเเละการเรียน

ผลของการเรียนรู้

ความพยายาม+ความมุ่งมั่น+การทำข้อสอบย้อนหลังหลายปี+การอ่านหนังสืออย่างเต็มที่>>>>ทำให้ผมติดคณะเเพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนเเก่นเเห่งนี้

สิ่งที่เรียนรู้จากการเรียน

1.ได้รู้ถึงวิธีการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

2.รู้ถึงการจัดเวลาในการเรียน

3.รู้วิธีการอ่านหนังสือ

4.รู้จักกับความท้อเเท้จากการอ่านเเละกำลังใจ

5.รู้จักกับวิธีผ่อนคลายความเครียดในการเรียน

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ในครั้งนี้

1. ทำให้รู้ว่า การจะได้อะไรมาไม่ใช่ได้มากันง่ายๆ เมื่อได้มาเเล้วจะทำให้เกิดความภูมิใจ

2.ชีวิตเมื่อล้มเเล้วต้องลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง โดนการล้มครั้งนั้นๆต้องหยิบอะไรกลับมาจากการล้มนั้นด้วย

3.เวลาไม่อาจเปลี่ยนเเปลงได้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด

4.จะต้องนำข้อผิดพลาดในครั้งเเรกมาเเก้ไข เเล้วนำไปปรับปรุงในครั้งต่อๆไป

5.การอ่านหนังสือเราต้องสนุกไปมันจะทำให้อ่านหนังสือได้มากขึ้น คิดเหมือนกับว่า เรากำลังดูหนังอยู่

6.ชีวิตของเเต่ละคนถูกลิขิตมาให้ไม่เหมือนกัน คนที่กำหนดเส้นทางชีวิตคือ "ตัวของเราเอง" เพราะฉะนั้นเส้นทางจะเป็นอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา 

เอกสารอ้างอิง

   หนังสือ seven habits

www.novabizz.com/NovaAce/Intelligence/Thinking_is.htm -

หนังสือจากสถาบันสอนพิเศษต่างๆ

เว็บไซต์ Google.com

                                             "ข้อความที่ทำให้เกิดกำลังใจขึ้นมา"

                                             

ภาคผนวก

 สุดท้ายนี้ขอภูมิใจนำเสนอ หนังเเสดงการอ่านภายใน1เดือนของข้าพเจ้า

เขียนบทเอง กำกับเอง ถ่ายเอง ตัดต่อเอง(ครั้งเเรกที่เคยทำวิดีโอกับโปรเเกรม)

วางเเผนเเละเขียนบทตั้งเเต่ 14 กรกฎาคม 2552

วันเดือนปีที่บันทึก

 วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2552

วันเดือนปีที่ปรับปรุง

ครั้งเเรก วันที่ 12 สิงหาคม 2552

ครั้งที่ 2 วันที่ 13 สิงหาคม 2552

ครั้งที่ 3 วันที่ 14 สิงหาคม 2552

ครั้งที่ 4 วันที่ 15 สิงหาคม 2552

ครั้งที่ 5 วันที่ 16 สิงหาคม 2552