จิตวิทยาเด็ก (เด็กกัดเล็บ) การโปรแกรมจิต
จิตวิทยาเด็ก (เด็กกัดเล็บ)
ปัญหา: คนที่มีลูกหรือเด็กที่ต้องดูแลตัวเล็กๆอายุสัก 4-5 ขวบ คงเคยเจอปัญหาเด็กชอบกัดเล็บ พวกเราแก้ปัญหานี้อย่างไรครับ?
ก. ตีมือเด็ก พร้อมกับดุด่าๆๆๆๆๆๆ ว่าอย่าทำ เพราะมันสกปรก
ข. ดึงมือเด็กออกจากปาก แล้วคอยเฝ้า
เมื่อไรใส่กัดเล็บอีกก็คอยดึงไปเรื่อยๆๆๆๆ
ค. เอาเล็บมือเราให้เด็กช่วยกัดเพิ่มอีกมือหนึ่ง
ก็ไหนๆอยากกัดเล็บแล้วนี่ กัดเพิ่มอีกมือเป็นไง (ประชด)
หรือวิธีอีกวิธีหนึ่งที่ผมใช้กับลูกคนสุดท้องของผม แล้วได้ผลทันที!!!!
รูปปั้งๆกับเปียนๆ
(ผมไม่รู้วิธีหมุนรูปใน gotoknow ครับ ใครทราบช่วยสอนทีครับ)
กรณีศึกษา:
เมื่อ วานซืน ปั้งๆ (ลูกสาวคนที่ 3 อายุ 5 ขวบ) ตะโกนฟ้องผมว่า
“ป่าป้าขา น้องเปียนๆ (ลูกสาวคนเล็ก อายุ 4 ขวบ)
กัดเล็บเล่นอีกแล้วค่ะ”
เมื่อได้ยิน ผมก็อุ้มน้องเปียนขึ้นมานั่งข้างๆ (อย่างนุ่มนวล) แล้วจับมือน้องเปียนข้างที่ชอบกัดเล็บยกขึ้นตรงหน้าน้องเปียน หันหลังมือของน้องเปียนเข้าหาตัวน้องเปียน ให้เห็นเล็บที่นิ้วมือทั้งห้า แล้วพูดกับน้องเปียนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า
“น้องเปียนครับ รู้ไหมครับว่าในเล็บของน้องเปียนมันมีตัวแมงที่สกปรกน่าเกลียดตัวเล็กๆซ่อนอยู่ในเล็บ เหมือนกับตัวกิ้งกือไส้เดือนคลานขะหยึก-ขะเหยืออยู่ (เชื้อโรค - พูดเป็นภาษาที่เด็กเข้าใจได้ง่ายโดยการสร้างภาพจินตนาการตามประสบการณ์ที่เด็กเข้าใจได้) มันคอยซ่อนตัวอยู่ พอน้องเปียนกัดเล็บ มันก็จะวิ่งเข้ามาในปากน้องเปียน เข้าไปในท้องน้องเปียน แล้วมันก็จะแบ่งตัวเป็นแมงขะหยึก-ขะหยือน่าเกลียดจำนวนมากมายในท้องของน้องเปียน ทำให้น้องเปียนปวดท้อง ท้องเสีย.....อื๋อ....น่ากลัว น้องเปียนจะให้มันเข้ามาอยู่ในปากในท้องของน้องเปียนไหมล่ะครับ......”
จากนั้นหลังจากนิ่ง...หยุดพูดชั่วครู่...(ให้เด็กได้มีเวลาคิด...จินตนาการภาพตามเรา..เหมือนเราเล่านิทาน)
ผมก็จับมือของน้องเปียนขยับเข้าไปใกล้ปากของน้องเปียน
แล้วพูดขึ้นมาว่า
“เอาเลยครับน้องเปียน...ตัวแมงมันรอยู่ในเล็บมือน้องเปียนแล้ว
ให้มันเข้ามาอยู่ในปากน้องเปียนเลยไหมครับ....เอาเลยครับ...เอาเลย...กัดเลย...”
น้องเปียนรีบผลักมือของตัวเองที่ผมจับออกห่างจากปากของเธอทันที พร้อมกับพูดว่า “ไม่เอาค่ะ...ไม่เอา...น้องเปียนไม่เอา”
ผมยังคงจับมือน้องเปียนขยับเข้าไปไกล้ปากน้องเปียนอีกครั้ง พูดอีกว่า “เอาน่า ลองดูซักหน่อย...” น้องเปียนก็ยิ่งผลักมือออกห่างพร้อมกับดึงมือกลับไปซ่อนทันทีแล้วพูดว่า “ไม่เอาค่ะไม่เอา น้องเปียนไม่อยากเอา”
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาทั้งสิ้นไม่ถึง 5 นาที ตั้งแต่นั้นมา....ผมสังเกตติดตามดูก็ไม่เห็นน้องเปียนกัดเล็บอีกเลย
อธิบาย:
-
ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่มักจะห้ามเด็กโดยบอกในสิ่งที่เด็กไม่เข้าใจ เช่น “สกปรก อย่ากัดเล็บ” เด็กไม่เข้าใจว่า “สกปรก” มันมี ความหมาย ว่าอะไร สำคัญแค่ไหน เขาจึงไม่สนใจ ดังจะเห็นว่าเด็กสามารถเล่นกับสิ่งสกปรกต่างๆมากมาย โดยไม่เดือดร้อน เราต้องพูดภาษาที่ “เด็กเข้าใจ” ด้วยการสร้างภาพจินตนาการที่เด็กคุ้นเคย เช่น “ตัวแมงที่เหมือนกับตัวกิ้งกือไส้เดือนคลานขะหยึก-ขะเหยือ”
-
เด็กมี “จินตนาการ” ที่สูงส่งและมีพลังที่เหนือกว่าผู้ใหญ่่ทั่วไปจะเข้าใจได้ ดังจะสังเกตเห็นได้ว่าเขาสามารถเล่นกับอะไรก็ได้โดย “จินตนาการเป็นสิ่งต่างๆ” รวมทั้งชอบฟังนิทานที่มีจินตนาการ แต่ผู้ใหญ่มักจะชอบเล่นอะไรที่เป็น “เหมือนของจริงๆ” ดังนั้นหากเราพูดกับเด็กโดยให้เด็กจินตนาการ เด็กจะ “เข้าใจ” และ “เห็นจริงเห็นจัง” เหมือนดังตัวอย่างที่แสดงข้างต้น
-
เด็กก็เหมือนผู้ใหญ่ทั่วไปที่ “ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ” เพราะเขาอยากรู้อยากเห็น หากเราได้แต่ “ห้ามๆๆๆๆ” จะเห็นได้ว่าเด็กก็มักจะขัดคำสั่ง เพราะสิ่งที่ถูกห้ามมันดูหอมหวาน น่าค้นคว้า น่าตรวจสอบ ดังนั้นก่อนจะห้ามเราต้องให้เขา “เข้าใจ โดยใช้จินตนาการตามที่เขาถนัด” อีกทั้งยิ่งเราลอง “ยุให้ทำ” โดยบอกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ สิ่งไม่ดีที่เขาไม่ชอบ เขาก็จะ “เลือกที่จะไม่ทำด้วยความเต็มใจ”
สรุป:
-
พยายามพูดโดยใช้ภาษาที่เด็กเข้าใจ โดยใช้ “จินตนาการ” ที่เด็กเข้าใจได้ง่ายมาอธิบาย
-
สอนเด็กเหมือน “เล่านิทาน” ไม่เคร่งเครียด ไม่ก้าวร้าว เด็กเมื่อผ่อนคลายจะเรียนรู้ได้ดีกว่า
-
เมื่อเด็กเข้าใจแล้ว ลองทดสอบผลโดยแกล้ง “ท้าทายให้เด็กทดลองทำ” (ไม่ได้ให้เด็กทำจริงๆ) ซึ่งพอถึงตอนนี้ เด็กหากเข้าใจ “เขาจะตัดสินใจที่จะไม่ทำอย่างเต็มใจ” เพราะเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ “เขาเลือกเอง” แล้วเขาจะจดจำไปตลอด เพราะการจดจำโดยใช้จินตนาการเป็นภาพนั้นจะจำได้ง่ายและทนนานกว่าคำพูดธรรมดา และทุกครั้งที่เขาทำท่าจะกัดเล็บอีก ภาพในจินตนาการที่เราได้ “โปรแกรมจิต ว่ามี ตัวแมงน่าเกลียดอยู่” ในจิตใต้สำนึกเด็กจะผุดขึ้นมา เขาจะปฏิเสธที่จะกัดเล็บทันที
ลองเอาไปใช้ดูนะครับ ได้ผลเป็นอย่างไร มาเล่าให้กันฟังบ้างครับ......

ถ้าอายุประมาน 15 แร้วยางม่ายเลิกกัดเลยอ่าคับ จามทามยางงัยดี....
กรุนาตอบคำถามผมด้วยเพราะว่าเดือดร้อนจริงจริง .... ตอบผ่าน [email protected] ก็ได้นะครับ จาเปงความกรุณาอย่างยิ่ง ขอบคุนอย่าสุง ล่วงหน้านะคับ....
ก็ใช้วิธีการคล้ายกันแหละครับ แต่การพูดต้องใช้ทักษะพอสมควร หากทำไม่ค่อยเป็นก็ปรึกษานักจิตวิทยาวัยรุ่น หรือจิตแพทย์วัยรุ่นก็ได้ครับ วิธีการที่ผมบอกไปคือวิธีที่เขาเรียกว่า Congnitive-Behavioral Therapy คือการเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการทำให้เขาเปลี่ยนความคิดนั่นเองครับ
อนุชาติ
ขอบคุณค่ะ จะลองเอาไปใช้กับลูกสาวดูค่ะ กัดเล็บตัวเองจนสั้นหมดแล้ว
เครียดมากเลยค่ะ ไม่รู้จะทำยังไง ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ
..อ้วน
สวัสดีค่ะ คุณแม่มีน้องอายุ 6 ขวบกว่าตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นป.1 ค่ะ น้องมีปัญหาคือ จะน้องจะบ่นปวดท้องมากๆ เลยค่ะ เฉพาะตอนเช้าวันไปรร. ด้วยค่ะ เคยพาไปหาคุณหมอแล้วแต่ก็ไม่เป็นไรคุณหมอว่า อาจจะมีแก๊สในท้องเยอะค่ะ อย่างนี้ลูกเป็นทางจิตเขาสั่งหรือเปล่าค่ะ มีปัญาหาตอนเช้ามากๆ เลยค่ะ ข้าวก็ไม่ทาน ถ้าทานก็ 2-3 คำ จะบ่นปวดท้องไม่ยอมขึ้นห้องเรียน บ้างที่ส่งขึ้นห้องโบกมือลากันอย่างดี คุณแม่กำลังเดินออกจากรร. วิ่งตามมาดักรอ แล้วก็ร้องไห้ถ่วงเวลาให้แม่อยู่ด้วยอีกค่ะ ลูกสาวเป็นประเภทใช้ความเด็ดขาดแบบตี หรือดุไม่ได้ผลค่ะคือจะยิ่งร้องอยู่กะที่ไม่ทำอะไรเลย แต่ถ้าพูดคุยสักครู่แล้วเหมือนเข้าเติมเต็มก็จะไปเอง แบบนี้ค่ะ ทำงัยดีค่ะ วันเสาร์-อา.ปกติ ไม่มีอาการเลย อยากถามว่า
1. เป็นอาการติดแม่ใช่ไหมค่ะ
2. แม่ไม่ควรไปส่งเขาใช่ไหมค่ะ หรือ ถ้าไปส่งได้ต้องทำอย่างไรค่ะ เพราะส่งเสร็จหันหน้าเดินหนี เขาก็วิ่งตามไม่รู้จะทำงัยดีค่ะไม่อย่าจะถึงกับต้องตีกันเลยค่ะ
3. ถ้าเราให้เขาขึ้นรถตู้ไปรร.จะดีไหมค่ะ สำหรับเด็ก ป.1 มันจะทำให้เขา แย่ไปกว่าเดิมไหมค่ะ
4. ต้องพาน้องไปพบหมอจิตวิทยาไหมค่ะ
รบกวนของคำแนะนำด้วยนะค่ะ กลุ้มใจทุกเช้าเลยค่ะ [email protected]
ครับ อาการปวดท้องที่แสดงออกมาเป็นอาการที่สั่งออกมาจากจิตใต้สำนึกค่อนข้างแน่นอนครับ เพราะน้องเขาไม่ชอบไปโรงเรียนครับ งานนี้ต้องหาสาเหตุกันหน่อยครับ จะหักด้ามพร้าด้วยเข่าทีเดียวก็ไม่เหมาะนัก คงต้องคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวหน่อยครับว่า
อย่าดูถูกเด็กนะครับ เด็กสมัยนี้ฉลาด พูดคุยกับเขาด้วยเหตุผลเขารู้เรื่องนะครับ ได้เรื่องอย่างไรปรึกษามาใหม่ก็ได้ครับ
นพ.อนุชาติ
สวัสดีปีกระต่ายครับ มีเรื่องรบกวนปรึษาครับ
ลูกชายอายุ ครบ 7 ขวบ เดือนนี้ครับ เรียนชั้น ป.1 ระยะนี้สังเกตุดู พบว่าเค๊ามักมีอาการเศร้า/ซึม และมักบ่นว่าไม่อยากไปโรงเรียน พอคุณพ่อ/แม่ ถามว่าทำไมถึงไม่อยากไป ร.ร. ครับ เค๊าก็ตอบว่า ไม่อยากเจอหน้าเพื่อน (เพื่อนที่เคยสนิทมากๆ 1 คน) เราก็ถามว่าทำไมเหรอ มีปัญหาอะไรกันเหรอ เค็ก็จะตอบพร้อมทั้งร้องไห้ด้วย บอกว่า เพื่อนไม่รักเค๊า และไม่เล่นด้วย เราก็ถามว่าเพื่อนแกล้งรึ เปล่า ก็บอกว่าเปล่า คุณพ่อ/แม่ ก็ให้กำลังใจทุกครั้ง และเกือบจะทุกวัน จนปัญญาจริงๆครับ ปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่ครับ ไม่ทราบจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดีครับ ช่วยตอบหน่อยนะครับ เพราะตอนนี้ลูกชายผมไม่มีกำลังใจเลย
ถามเรื่องอื่นได้ใช้ป่ะค่ะ
อยากถามว่าทำไมเวลาเด็กเล่นเกมส์ชอบกำมือค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอนุ
ดิฉันมีเรื่องไม่สบายใจและกำลังพยายายามหาทางแก้ไขอยู่เรื่องลูกสาวน่ะค่ะ ตอนนี้ลูกสาวของดิฉันอายุเลย 5 ขวบมาได้เดือนกว่าแล้ว ดิฉันสังเกตุเห็นน้องนอนตะแคง เอาขาทั้งสองไขว้กันและเกร็งอยู่อย่างนั้น สักพักก็ทำท่ากระตุกๆ เบาๆ เราอยู่ในห้องนอนกัน 2 คน และกำลังดูละครทีวีหลังข่าว พอดิฉันเห็นก็เรียกแกแล้วถามว่าหนูเป็นอะไร น้องเขินอายมากแล้วบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ดิฉันก็ยังพยายามถามให้มันดูตลกว่าไม่เป็นได้ยังไง แม่เห็นหนูกระตุกๆ กระแด๋วๆ (ดิฉันยิ้มแล้วก็หัวเราะไปด้วย แต่ในใจเต้นโครมคราม) น้องก็หัวเราะไม่ยอมบอก ดิฉันจึงแกล้งบอกว่าให้สอนแม่มั่งสิ น้องเค้าขอสัญญาว่าดิฉันจะไม่บอกใครเลยจึงยอมทำให้ดูอีกรอบ ดิฉันแกล้งทำตามให้มันดูตลกๆ แล้วถามว่ามันสนุกตรงไหนกันหล่ะลูก แม่ว่ามันตลกๆ แปลกๆ แล้วเราก็หัวเราะกันไป
ถัดจากวันนั้นมาได้ 2 สัปดาห์ ดิฉันตื่นนอนแล้วเปิดทีวีดูรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงตอนเช้า เจอหัวข้อการคุยเรื่องเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุตั้งแต่ 2-6 ปี พิธีกรยังพูดไม่ทันจบหัวข้อ ลูกสาวของดิฉันหันมาหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ของคุณพ่อเค้าห่มลงไปทั้งตัว ทั้งหัว ดิฉันจับตาดูลูกสาวทันที แกนอนตะแคงเอาขาเหยียดตรงไขว้ขัดกันไว้ เอามือถูตรงอวัยวะของตัวเอง แล้วก็ทำท่ากระตุกๆ จากเบาๆ เป็นแรงขึ้นๆ แล้วก็หยุดไป ดิฉันตกใจ และงง ลูกเพิ่ง 5 ขวบเท่านั้น แล้วรายการที่ดูก็ไม่ได้มีภาพล่อแหลมหรือคำพูดส่อเสียดน่าเกลียดอะไรเลย ดิฉันเรียกแกเบาๆ ให้ลุกขึ้นมาหาดิฉัน แกอายเขินมากไม่ยอมเดินมาหา จนดิฉันต้องไปฉุดมือแกมากอดไว้เฉยๆ นาทีนั้นดิฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร สุดท้ายก็ได้แต่บอกว่า "หนูอย่าเล่นแบบนี้ให้ใครเห็นนะลูก ถ้าจะนอนเล่นอย่างนี้ต้องอยู่ในห้องคนเดียว ต้องปิดประตูด้วย" น้องก็พูดว่าไม่ได้ทำอะไร ดิฉันก็เลยแกล้งบอกว่า แม่ก็เคยเล่น แกเถียงว่าไม่เชื่อ พอดิฉันย้ำว่าแม่เคยเล่นเหมือนกัน ตอนหนูไปโรงเรียนแล้ว พ่อก็ไปทำงานแล้ว แม่อยู่คนเดียวก็เคยเล่น มันจั๊กกะจี๋ตลกดี ทีนี้แกก็เลยสอนดิฉันทำอีกท่าที่คล้ายๆ กันแต่เป็นท่ายืน
ดิฉันจะทำอย่างไรดี จะพาลูกสาวไปพบจิตแพทย์ หรือพาตัวเองไปพบซะเอง จะได้รู้ว่าต้องทำความเข้าใจอะไร ยังไง หรือทำเฉยๆ ตอนนี้ดิฉันไม่ปรึกษาใครเลยแม้แต่พ่อของน้อง พอมองหน้าลูกสาวทีไร ก็ต้องแอบถอนใจทุกที
ขอความเมตตาคุณหมอ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาขั้นต้น หรือสถานที่ติดต่อพาน้องไปพบคุณหมอเพื่อทำการรักษาต่อไป เพราะดิฉันกำลังเหมือนคนน้ำท้วมปาก ไม่กล้าปรึกษาใครเลย
แล้วถ้าเป็นเด็กผู้ชาย 8 ขวบ ทั้งกัดเล็บ ทั้งกัดหนังนิ้วมือมาเคี้ยวเลี้ยวเล่นละ ทั้งพูดดีๆก็แล้ว ทั้งตี ทั้งทำโทษ ก็ยังไม่เลิกทำ แถมยังปฏิเสธว่าไม่ได้ทำทั้งที่เห็นกับตา ดึงหนังนิ้วทุกนิ้วจนจะถึงกระดูกอยู่แล้ว ตอนนี้ลามมาดึงนิ้วเท้าแล้ว ช่วยแนะนำหน่อยเถอะค่ะจนปัญญาจริงๆ
ลูกสาวมีอาการชอบจับปาก ปาดปากเหมือนปากแห้งเช่นเดียวกันครับ จนผมเกิดรำคาญเลยดุว่ากล่าว กลับยิ่งให้เธอทำมากขึ้น หรือเวลาจะทำก็ก้มลงเบือนหน้าไม่ให้เห็น เครียดมากครับทำอย่างไรด