วันนี้ใบไม้ที่หายไป คงตามเจอแล้ว ความหมายที่ตามหา คงเจอแล้ว ภาระกิจของคนเหล่านั้น คงเสร็จสิ้นแล้ว การปลูกฝังให้ ครุยลงมาลุยโคลนเหมือนอย่างในอดีต คงใช้ไม่ได้ในยุคนี้แล้วกระมัง เราคงได้แต่เฝ้ามองการเปลี่ยนไปของยุคสมัย ของคนที่ยังมีเปลือกของอดีตนักเคลื่อนไหวฉาบหน้าอยู่ ที่วันนี้ แม้แต่คนข้างตัวของเขาเหล่านั้น ก็ไม่ใช่ครุยที่พร้อมจะลุยโคลนเช่นกัน ??

การศึกษาไทยยุค2009 จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน ???

 

สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน(องค์กรสาธารณประโยชน์) เป็นหนึ่งในสมาชิกของเครือข่ายติดตามการศึกษาไทย ที่มีเพื่อน ๆ สมาชิกที่มาจากหลากหลายองค์กร ได้แก่ มูลนิธิรักษ์ไทย ,มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท ,มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก ,มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา องค์การแอคชั่นเอด ประเทศไทย เป็นต้น ได้ร่วมติดตามเรียนรู้เรื่องการศึกษาของไทยติดต่อกันมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ส่วนใหญ่ของเครือข่ายฯเราจะเน้นติดตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลที่มีต่อเด็กเป็นสำคัญ

ในมุมของอิสรชน ขออนุญาตเปิดแนวออกมาดูการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ สถาบันอุดมศึกษาในปัจจุบันมาเป็นจำนวนมาก ทั้งภาครัฐและเอกชน รูปแบบที่มีก็หลากหลาย สาขาวิชาท่ผลิตกันออกมาก็ มีมากมายจนจำกันไม่ไหว แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไปอย่างไม่น่าเชื่อ คือ การปลูกฝังให้ บัณฑิตห่วงใยและเข้าใจสังคม ??? มันเกิดอะไรขึ้น คงต้องเร่งมองสะท้อน ให้สังคมช่วยกันเตรียมตัวและเฝ้าจับตากันดีดี

ช่วงสองสามเดือนมานี้ มหาวิทยาลัยที่มีช่อเสียงของรัฐ ไล่เรียงมาตั้งแต่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่ในช่วงพระราชทานปริญญาบัตร เราจะเห็นบัณฑิตใหม่สวมชุดครุย ถ่ายรูปกับ ญาติสนิท มิตรสหาย เพื่อนต่างสถาบัน และเพื่อนบัณฑิตด้วยกันเองอย่างสนุกสนาน .. เกิดคำถามพร้อม ๆ กับวลีเด็ดในอดีต ที่ เคยโดนใจใครต่อใครหลายคนที่ว่า จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน ผุดขึ้นมาในใจ ???

บัณฑิตใหม่ในยุคการศึกษาใหม่นี้ หลายคน มุ่งไปหาอาชีพที่จะนำพาชีวิตของตนเองให้มีฐานะความมั่นคงทางการเงินเป็นสำคัญ จนแทบจะมองไม่เห็นบัณฑิตใหม่ที่จะใส่ฝจหรือทุ่มเทการทำงานภาคสังคม ทำงานที่มีค่าตอบแทนไม่มากแต่มีคุณค่าทางจิตใจสูง ?? มองแทบจะไม่เห็นชุดครุยที่พร้อมจะลุยโคลนตม หรือ ลุยกับฝุ่นละอองที่ฟุ้งอยู่เต็มถนน แต่ กลับเห็นชุดครุยเดินกันว่นในตึกสูง ๆ มีเครืองปรับอากาศทุกห้อง มีคอกส่วนตัว มีเงินเดือนสูง ๆ แต่ ความเป็นตัวเองก็สูญสลายไปกับงานที่ทำ เช้าขึ้นมาก็วิ่งแข่งกันออกจากรังนก ไปทำงานในคอกที่กั้นไว้ให้ ตอนเย็นก็กลับมานอนรัง ??

หรือว่าครุยที่ลุยโคลน ที่เคยมีอย่างมากมายในอดีตได้ลอยหายไปกับกาลเวลาเสียแล้ว อดีตนักศึกษาไฟแรง อุดมการณ์แรงกล้า อดีต ผู้นำนึกศึกษาที่เคยเคลื่อนไหวต่อสู้กับ ทุนนิยม มาวันี้ เขาสวมบทบาทพ่อและแม่ ที่ ไม่ได้แนะนำเส้นทางแห่งความเกื้อกูลคนในสังคม แต่ กลับ ส่งเสริมให้ลูกหลานของตัวเอง ไหลไปตามกระแสสังคมทุนนิยม หรือว่า เขาเหล่านี้ ค้นพบจิตวิญญาณตัวจริงของเขาแล้ว วิญญาณขบถ ก็เลย ต้องลาจากเขาไป ??

วันนี้ใบไม้ที่หายไป คงตามเจอแล้ว ความหมายที่ตามหา คงเจอแล้ว ภาระกิจของคนเหล่านั้น คงเสร็จสิ้นแล้ว การปลูกฝังให้ ครุยลงมาลุยโคลนเหมือนอย่างในอดีต คงใช้ไม่ได้ในยุคนี้แล้วกระมัง เราคงได้แต่เฝ้ามองการเปลี่ยนไปของยุคสมัย ของคนที่ยังมีเปลือกของอดีตนักเคลื่อนไหวฉาบหน้าอยู่ ที่วันนี้ แม้แต่คนข้างตัวของเขาเหล่านั้น ก็ไม่ใช่ครุยที่พร้อมจะลุยโคลนเช่นกัน ??