"Life is to be lived"

       ข้าพเจ้ามักจะชอบไปเดินดูหนังสือที่ร้านนายอินทร์อยู่เป็นประจำ ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าสะดุดตากับหนังสือ The last lecture เนื่องจากปกดูน่าสนใจ มีรูปจรวดและดาว คล้ายๆกับเป็นความฝันของเด็กน้อย ข้าพเจ้าจึงได้ลองเปิดอ่านคำนำดูคร่าวๆ ก็ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าสนใจอยากอ่านมากยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าจึงได้ซื้อมาอ่านและรู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก The last lecture ซึ่งเป็นหนังสือที่ ดร.แรนดี เพาซ์ ศาสตราจารย์ด้านคอมพิวเตอร์ ประจำมหาวิทยาลัย Camegie Mellon University ในสหรัฐอเมริกา เขียนร่วมกับ Jeffrey Zaslow ผู้สื่อข่าว Wall Street Journal เป็นการถอดเทปและขยายความเล็กเชอร์ในหัวข้อ "ทำความฝันวัยเด็กของคุณให้เป็นจริง" ที่เพาซ์ ไปบรรยายที่คาร์เนกีเมลลอนเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2007

     ดร.แรนดี เพาซ์ ป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนขั้นสุดท้าย ไม่มีหนทางรักษาได้อีก เขาจะอยู่แบบมีสุขภาพดีได้อีกแค่ประมาณ 6 เดือนเท่านั้น เพาซ์เป็นศาสตราจารย์ด้านคอมพิวเตอร์ประจำมหาลัยคาร์เนกีเมลลอน  เพาซ์เคยทำงานร่วมกับ Walt Disney Imagineering, Electronic Arts, และ Google และเป็นคนริเริ่มโครงการสื่อการสอนเรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้ตัวละคร 3 มิติที่มีชื่อเสียง

     เพาซ์เล็กเชอร์เพื่อลูกๆ 3 คนที่จะเติบโตขึ้นโดยไม่มีพ่อ เนื้อหาส่วนใหญ่ในเล็กเชอร์ของเพาซ์ เล่าเรื่องเกี่ยวกับความฝันในวัยเด็กของเขา และวิธีที่เขาพยายามบรรลุความฝันเหล่านั้นตอนโต หลายคนอาจจะมองว่าเพาซ์โชคดีมากๆ ที่ความฝันของเขาหลายข้อกลายเป็นความจริง ตั้งแต่ประสบการณ์ลอยตัวในภาวะไร้น้ำหนักในเครื่องฝึกสอนนักบินอวกาศของนาซ่า การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม “Imagineer” ของดิสนีย์ และการได้เขียนบทความลง World Book Encyclopedia (เพาซ์เขียนเรื่อง Virtual Reality ในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกสาขานี้) แต่ The Last Lecture แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โชคไม่ได้ช่วยให้ เพาซ์บรรลุความฝันวัยเด็กของเขา เท่ากับความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ความรักในความรู้ ความจริงใจ และการยึดมั่นในคุณธรรมเรียบง่ายที่หลายคนลืมไปนานแล้ว โดยเฉพาะความซื่อสัตย์และความโอบอ้อมอารีต่อเพื่อนมนุษย์

    เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้  มีหลายตอนที่ข้าพเจ้าอ่านแล้วรู้สึกกินใจ เช่น มีข้อความตอนหนึ่งที่เพาซ์บอกว่า ให้มองกำแพงที่กั้นขวางระหว่างเรากับความฝันว่าเป็น “โอกาส” ที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราต้องการทำความฝันให้เป็นจริงเพียงใด เขาบอกว่า “เหตุผลที่มีกำแพงก็เพื่อจะแยกแยะคุณออกจากคนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยากบรรลุความฝันนั้นเท่ากับคุณ” และอีกตอนหนึ่ง เพาซ์บอกว่า “ประสบการณ์คือสิ่งที่คุณได้เมื่อคุณไม่ได้สิ่งที่คุณอยากได้"

    หนังสือที่ข้าพเจ้าได้อ่านนี้ทำให้ข้าพเจ้าให้แง่คิดดีๆ เกี่ยวกับการมองโลก การบริหารจัดการเวลา และการล่าฝัน มาใช้ในการดำเนินชีวิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมองความฝันในวัยเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความฝันที่หลายๆคนคิดว่า ไม่น่าจะทำให้เป็นจริงได้ แต่หากเรามีความมุ่งมั่น รักและอยากเป็นในสิ่งที่เราฝันไว้ เราก็สามารถทำให้มันเป็นจริงได้เสมอ หรือจะเป็นเรื่องการไม่ยอมแพ้ในเรื่องต่างๆ หากเราพร้อมที่จะสู้และฝ่าฟันมันไปได้แล้ว  เราย่อมจะอยู่ได้อย่างมีความสุข

      การอ่านครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกชื่นชมศาสตราจารย์เพาซ์เป็นอย่างมาก เพาซ์ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะรู้ว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน แต่เขากลับสามารถจัดการกับความคิดของตัวเองได้ และยังสามารถใช้เวลาที่เหลือ เพื่อบอกเล่าถึงประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งได้สร้างแรงบันดาลให้กับผู้ฟังการบรรยายและคนอ่านนับล้านที่ได้อ่านหนังสือ The last lecture ของเขา

ภาคผนวก

คลิปวีดีโอการบรรยาย the last lecture

References

http://www.thelastlecture.com/

http://www.cs.virginia.edu/~robins/Randy/

http://download.srv.cs.cmu.edu/~pausch/

http://en.wikipedia.org/wiki/Randy_Pausch

บันทึกเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2552

แก้ไขเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2552