ทิศทางของวงการการศึกษาและวิชาการไทยในปัจจุบันขึ้นอยู่กับ “ผู้ใหญ่”
ผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีโอกาสเป็น “ผู้หลัก ผู้ใหญ่” เป็นผู้ชี้ ผู้กำหนดชะตาการศึกษาไทยในอนาคต

เด็กหลายคนมีความคิดแปลก ความคิดใหม่ แต่ความคิดนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ต้องมีปัจจัยหนึ่งมาเกี่ยวข้องคือ “ถูกใจ” ผู้ใหญ่หรือไม่…?

ผู้ใหญ่ “อัตตา” ตัวตนมักใหญ่ตาม ผู้ใหญ่จึงมักมองข้ามความรู้ ความคิดของเด็ก ๆ

เด็กคนไหน “ถูกใจ” ทำอะไรก็กลายเป็น “ถูกต้อง” ไปหมด

ผู้ใหญ่ในปัจจุบันจึงกลายเป็น “ตรายาง” ตราประทับ ตรารับรอง ความรู้ ความคิด ของครูเด็ก ๆ อาจารย์น้อย ๆ ที่ต้องรอคอยความหวังว่าสักวันจะทำงานเข้าหู เข้าตา “ผู้ใหญ่

ด้วยความเป็นมาและเป็นไปฉะนี้ การศึกษาไทยถึง “ไม่เจริญ...”

เด็ก ๆ ในปัจจุบันที่ต้องการความก้าวหน้าจึงต้องพัฒนางานให้เข้าหูและเข้าตา “ผู้ใหญ่”
งานที่เข้าหูเข้าตามักจะเป็นงานที่ “ถูกใจ” มากกว่า “ถูกต้อง”

เด็กหลาย ๆ คนมีอยู่ มีกินก็เพื่อทำงานเข้าตาผู้ใหญ่ บางครั้งมีความคิดดี ๆ อยากออกนอกลู่นอกทางไปก็กลัวว่าผู้ใหญ่จะไม่ให้ประโยชน์
การกลัวเสียผลประโยชน์ของเด็กรุ่นใหม่ในวันนี้ทำให้วงการการศึกษาไทยพัฒนาไปได้อย่างเชื่องช้า
ถ้าหากรอวันผู้ใหญ่หมดใหญ่ อุปนิสัยของเด็ก ๆ ก็จะถูกกลืน ถูกกิน

เด็กบางคนที่เก่งและมีความคิดดีแต่มีความแข็งแรงน้อย ไม่มีแรงต้านกระแสของสังคมที่หมักหมมด้วย “ผู้ใหญ่” จึงต้องถูกซัดเซ เรรวนไป หลงไหลไปตามกระแสของผู้ใหญ่ที่ขีดรอ

ตอนนี้ก็เพียงแต่มุ่งหวังว่าพลังเสียงเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีเรี่ยงมีแรงอะไรของเด็ก ๆ จะมาร่วม มารวมพลังกัน กู่ร้องออกไปดัง ๆ ให้ “ผู้ใหญ่” ได้ยิน
เผื่อว่าสักวันหนึ่งจะมี “ผู้ใหญ่ดี ๆ” เห็นแล้ว “ถูกต้องในความถูกต้อง” ท่านจะหยิบและรับรองความคิดที่ตริตรองออกมาจากสมองน้อย ๆ ของเด็กไทย…

ผู้ใหญ่ในปัจจุบันเป็น "ผู้ให้ประโยชน์" เป็นผู้ชี้โทษ "ชี้ถูก" และ "ชี้ผิด"

ความมั่นของเด็กในปัจจุบันถดถอย เพราะทำงานไปก็แบ่งส่วนของสมองไปคิดว่าจะ "ถูกใจ" ผู้ใหญ่หรือไม่...?

เด็กในปัจจุบันจึงทำงานไม่เต็มที่ ทำงานไป เกร็งไป

หรือบางคนก็ตัดปัญหาโดยที่ไม่ต้องคิดเลย ผู้ใหญ่สั่งอะไรก็ทำไป จะถูกหรือผิดก็หลับตาสักข้างหนึ่งแล้วทำไป ท่านให้งานเรา ให้เงินเรา ให้ตำแหน่งเรา เรามีหน้าที่ทำก็ก้มหน้าก้มตาทำไป

ผู้ใหญ่จึงใหญ่ด้วย "มิจฉาทิฏฐิ" เต็มไปด้วยอัตตาและตัวตน

ผู้ใหญ่จึงต้องคอย "ประจบ" และ "สอพลอ" เพื่อรอขั้น รอตำแหน่ง

ระบบอาวุโส ระบบคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนนั้นจะดีหรือไม่จึงต้องอยู่กับคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนแล้วอยู่ในตำแหน่งนั้น "ดี" หรือ "ไม่ดี"

ถ้าผู้ใหญ่ ผู้นั้นมี "สัมมาทิฏฐิ" ประเทศชาติก็จัก "เจริญ

แต่ที่บ่น ๆ มาเราเองก็คงจะไปกำหนดโชคชะตาของเราไว้ที่ผู้ใหญ่คนใดคนหนึ่งนั้นไม่ได้

เราต้องยืนหยัด เข้มแข็ง ต่อสู้อย่างแข็งแรงด้วยขาของเราเอง

อดทน พากเพียร ตั้งมั่น และมั่นใจใน "ความถูกต้อง"

ตราบใดที่ความคิด คำพูด และการกระทำของเราที่คิดแล้ว ทำแล้ว ผิดแล้ว ทำด้วยความดี ทำเพื่อความเสียสละ และอยู่บนพื้นฐานของ "ศีล" ขอจงมั่นใจและทำไป

ผู้น้อยวันนี้จักเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า

ผู้น้อยขอให้อดทนคอยรอวันที่ความคิดแห่งความดีนั้นผลิบาน

เมื่อพายุฝนเคลื่อนคราไป ดอกไม้ย่อมเบ่งบานเพื่อสืบสาน "การศึกษาไทย..."