บันทึก 10 ส.ค. 52

     ผมมีอาการปวดศีรษะ มีไข้รุมๆ นิดหน่อย มาตั้งแต่วันพุธที่ 5 ส.ค. 52 อาการอย่างนี้ปกติกินพาราเซ็ตตามอล 2 เม็ดมื้อเดียวหายเลยครับ เลยกินพาราเซ็ตตามอล 500 ม.ก. มื้อละ 2 เม็ด มาทุกวันต่อเนื่อง  แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น  จนถึงเช้าวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 52  ระหว่างยืนรอพรรคพวก  เห็นป้าย ปชส. สมุนไพรพูดถึง ฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณต่างๆ มากมาย  คิดว่าน่าจะลองกินดูเผื่อว่ารักษาอาการปวดศีรษะให้หายได้  เห็นว่ามีตัวยาที่ช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน

      เช้าวันอาทิตย์จึงไปเด็ดเอายอดมาชิมดู  ขมชะมัดยาด  กลืนแทบไม่ลง  เด็ดเอายอดที่มีดอกและยอดที่มีใบอย่างละยอด กะว่ากินให้หมด 2 ยอด  แต่หากเคี้ยวทีละใบแย่แน่ๆ คือมันขมซะจนกลืนไม่ลง   ตัดสินใจใส่ครก(ตำน้ำพริกในครัว)ตำให้ละเอียด ใช้ช้อนตักจากครกใส่ปากเคี้ยวเลย คำแรกขมเท่ากับเคี้ยวใบเดียว กลืนยากหน่อยเพราะมีกากเยอะ  เคี้ยวต่อไปเรื่อยๆ  ที่ก้นครกมีเหลือนิดหน่อย เอาน้ำดื่มจากขวดล้างก้นครกได้น้ำเขียวๆ เทใส่ถ้วยกาแฟ ดื่มแทนน้ำ  ช่วยส่งให้กากของฟ้าทะลายโจรในปากลงสู่ลำคอได้ง่ายขึ้น

     มาสังเกต พบเอาตอนประมาณเที่ยงๆ  ว่าอาการปวดศีรษะหายไปเมื่อไรก็ไม่รู้  ตอนเย็นเลยไปเด็ดมาอีก 4 ยอด สองยอดตำกินคืนนั้นเลย  ตื่นเช้ามามีรสขมของใบติดปากมาตั้งแต่เมื่อกลางคืน รสขมคล้ายๆ ยาอะไรสักอย่าง ยังนึกไม่ออก

     อีก 2 ยอดมาตำกินช่วงเช้าวันจันทร์ 10 ส.ค. 52 ตำให้ละเอียด ใส่ภาชนะมีฝาปิดมิดชิดใส่ตู้เย็นไว้กินมื้อถัดไป  ไม่ทราบว่าตำใส่ตู้เย็นไว้กินสักวันสองวัน คุณภาพของฟ้าทะลายโจรจะลดลงหรือเปล่า  แต่คิดว่าน่าจะดีกว่าตากแห้งใส่แคปซูล - คิดเอาเองครับ